2569 การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ 0
ผล
ผล
ผล
รายงานความก้าวหน้า
| ไตรมาส | ผลการดำเนินงาน | งบประมาณที่ใช้ | ผู้รับบริการ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 3 [22234] |
สรุปรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ .................................... หมายเหตุ : เปิดไฟล์เอกสารแนบ โดย open image in new รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 05/07/2569 [22234] |
0 | 0 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3 [22233] |
กิจกรรมที่ 4การทำ QR Code/ Digital Content/ Digital Storytelling เพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชน ผลการดำเนินงาน กำลังดำเนินการ คณะผู้รับผิดชอบโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำเพจ/เว็บไซต์ท่องเที่ยวชุมชน วิดีโอแนะนำชุมชน/เรื่องเล่า (Digital Storytelling) วิดีโอสั้น (Short Clip/Reel/TikTok) และป้ายแผนที่ชุมชน/จุดเช็คอิน/จุดถ่ายรูป จำนวน 4 จุด เพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชนตามแนวคิดเทคโนโลยีการจัดการ (Technology) และนวัตกรรมการสื่อสาร (Innovation) ภายใต้แพลตฟอร์ม BCE โดยใช้ข้อมูลฐานเส้นทางท่องเที่ยวศึกษาดูงานวังชิ้นโมเดล (Wang Chin Model) ซึ่งครอบคลุมจุดเรียนรู้ 10 จุด ได้แก่ แหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ ศูนย์หัตถกรรมกลองมะเฮอทองภัทชา ศูนย์เรียนรู้ผ้าทอธรรมชาติ ไร่นาวิทย์ และศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผ้าทอกะเหรี่ยงครบวงจร เป็นกรอบในการออกแบบเนื้อหาดิจิทัลและจุดเช็คอินนำร่อง ความก้าวหน้าการดำเนินงาน
รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 05/07/2569 [22233] |
66400 | 0 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3 [22232] |
กิจกรรมที่ 3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลการดำเนินงาน กำลังดำเนินการ เริ่มต้นจากการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีศักยภาพโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ก่อนนำไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์และแบรนด์ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทดลองตลาด และต่อยอดธุรกิจชุมชนของกลุ่ม ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้แก่ เนยถั่วช็อกโกแลต ลูกประคบ โก้โก้ทรีอินวัน ข้าวเม่ากล้วยหอมทองช็อกโกแลต และมาร์คตา (ถุงประคบตา)สมุนไพร ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนแปรรูปเพื่อสุขภาพและของฝาก ประเภมกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มแปรรูป เช่น เนยถั่วช็อกโกแลต โกโก้ทรีอินวัน และข้าวเม่ากล้วยหอมทองช็อกโกแลต รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพ เช่น ลูกประคบสมุนไพร และถุงประคบตาสมุนไพร ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอด เพิ่มมูลค่า และพัฒนาให้เหมาะสมกับกลุ่มนักท่องเที่ยว ความก้าวหน้าการดำเนินงาน กำลังดำเนินการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ตัวผลิตภัณฑ์ และจะนำมาทดลองตลาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคกลุ่มสุขภาพ รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 05/07/2569 [22232] |
56400 | 0 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3 [22231] |
กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและยกมาตรฐานบริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (สุขอนามัย/Food Safety)ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569งบประมาณ 40,000 บาท ผู้รับบริการ 50 คนประกอบด้วยผู้ประกอบการที่พัก (Home Stay/รีสอร์ทขนาดเล็ก) ร้านอาหาร และกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน (โกโก้ สมุนไพร ผ้าทอกะเหรี่ยง เกษตรอินทรีย์) ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ คณะผู้รับผิดชอบโครงการดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของธุรกิจท่องเที่ยวไทย (Safety and Health Administration : SHA) และหลักการสุขลักษณะที่ดีในการผลิตอาหาร (Good Hygiene Practice/Food Safety) แก่ผู้ประกอบการกลุ่มที่พักและร้านอาหาร ควบคู่กับการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการเตรียมความพร้อมยื่นขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) แก่กลุ่มผู้ผลิตสินค้าหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโกโก้ของวิสาหกิจชุมชนวังชิ้นไพรพนา ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของกลุ่มแปรรูปสมุนไพรตำบลแม่พุง และผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยงของศูนย์การเรียนรู้ผ้าทอกะเหรี่ยงครบวงจรตำบลแม่เกิ๋ง กระบวนการดำเนินงานใช้แนวทางการวิเคราะห์ช่องว่างมาตรฐาน (Gap Analysis) เทียบกับเกณฑ์ SHA และ มผช. ร่วมกับการให้คำปรึกษา ณ พื้นที่ผลิต (On-site Coaching) เพื่อปรับปรุงผังการผลิตและระบบเอกสารให้สอดคล้องตามเกณฑ์ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพในพื้นที่ อาทิ วังคำฟาร์มออร์แกนิค เกษตรอินทรีย์วรุณฟาร์ม และศูนย์การเรียนรู้ผ้าย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งล้วนเป็นฐานวัตถุดิบและฐานบริการที่ต้องได้รับการยกระดับมาตรฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ (Quality Tourists) โดยมีวิทยากร 2 ท่าน มาบรรยายคือ นางกิ่งกาญจน์ เสนากูล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และนายราเชนทร์ จีกัน นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ผลการดำเนินงาน ประเด็นที่ 1 การวางแผนและการวิเคราะห์พื้นที่ท่องเที่ยว การประเมินศักยภาพและจุดเด่นของพื้นที่ที่ประชุมได้หารือถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์ เหตุผลความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ร่วมกัน โดยจะต้องลงรายละเอียดเชิงลึกว่าแต่ละพื้นที่ในอำเภอวังชิ้นมีจุดเด่นและข้อดีอย่างไร แม้ว่าบางพื้นที่อาจจะมีจุดเด่นอยู่แล้ว แต่เมื่อนำมาพัฒนาเป็นกิจกรรมเชิงท่องเที่ยว อาจจะยังไม่ดึงดูดใจเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องกำหนดจุดท่องเที่ยวและกิจกรรมให้มีความชัดเจน โดยให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดจุดเด่นเหล่านั้น และทางคณะทำงานจะเข้าไปช่วยเสริมสนับสนุน การเชื่อมโยงกิจกรรมและประโยชน์สู่ชุมชน การพิจารณาเลือกพื้นที่ท่องเที่ยวจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับร่วมกันให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น การกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแบบ 1 วัน (One Day Trip) หากพยายามบรรจุสถานที่ท่องเที่ยวมากเกินไป จะกลายเป็นการทัวร์ชะโงก ซึ่งไม่ได้ประโยชน์ ดังนั้น ควรเลือกสถานที่ใดสถานที่หนึ่งที่โดดเด่น แล้วบริหารจัดการให้ชุมชนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างสูงสุด ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีการจัดทำคลังข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาจุดกึ่งกลางที่เหมาะสมร่วมกัน ประเด็นที่ 2 โครงสร้างและการดำเนินงานในกลุ่มเครือข่าย แนวทางการบริหารจัดการกลุ่มและการดำเนินงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินงานในลักษณะเดียวกันจากพื้นที่อำเภอพิชัย ซึ่งขับเคลื่อนเส้นทางท่องเที่ยวล่วงหน้าไปแล้ว สำหรับแผนงานของอำเภอวังชิ้นในปีแรกนั้น เนื่องด้วยงบประมาณมีจำกัด จึงมุ่งเน้นไปที่การเซตระบบบริหารจัดการภายในกลุ่มก่อน เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการจัดการท่องเที่ยว ด้านการตลาด ด้านทรัพยากรมนุษย์ และด้านการเงินการบัญชีการลงมือปฏิบัติและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ประชุมช่วยกันระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness) ซึ่งเชื่อมโยงทั้งเรื่องอาหาร ที่พัก และของฝาก ในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ในปีแรก แต่ในระยะแรกจำเป็นต้องคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่น สามารถขายในตลาดออนไลน์และออฟไลน์ได้จริง โดยมีทีมงานเข้ามาช่วยสนับสนุนด้านสื่อดิจิทัลและสื่อประชาสัมพันธ์ (PR) เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวแบบเดิมสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประเด็นที่ 3 การขับเคลื่อนวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) และตัวอย่างความสำเร็จ การถอดบทเรียนการจัดการท่องเที่ยวจากพื้นที่อื่นที่ประชุมได้มีการยกตัวอย่างโมเดลความสำเร็จจากการจัดทริปท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งพบว่ากลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่มีกำลังซื้อสูง (อายุ 30-85 ปี) จะมีความต้องการเฉพาะ เช่น ชื่นชอบการทำกิจกรรมเรียนรู้ (Workshop) การเลือกซื้อของฝากที่มีเอกลักษณ์ และการลิ้มลองผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (เช่น ผลิตภัณฑ์จากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง หรือสุราชุมชน) สิ่งสำคัญคือสถานที่ท่องเที่ยวจะต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้และจุดกระจายสินค้าที่มีระบบควบคุมคุณภาพ (QC) ที่ชัดเจน มีการบริหารจัดการต้นทุนและการกำหนดส่วนต่างราคา (Margin) ที่เหมาะสม (ประมาณ 35%-40% สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์) เพื่อให้ผู้ประกอบการชุมชนสามารถอยู่รอดได้ แนวทางการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าและการจัดการระบบหลังบ้า (Fulfillment) สำหรับการยกระดับสู่วิสาหกิจเพื่อสังคมในอำเภอวังชิ้น จำเป็นต้องมี "ศูนย์กลาง" หรือเซนเตอร์ในการกระจายสินค้าและจัดกิจกรรมลักษณะเดียวกับ "โมเดลบ้านถั่วลิสง" หรือ "ป้าพัชชา" โดยระบบบริหารจัดการจะต้องรองรับความสะดวกของนักท่องเที่ยว เช่น มีระบบจัดส่งสินค้าหลังบ้าน (Fulfillment) เพื่อให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องหิ้วสัมภาระกลับเอง นอกจากนี้ ชุมชนจะต้องมีข้อตกลงร่วมกันในเรื่องความซื่อสัตย์และการควบคุมมาตรฐานสินค้า (เช่น วันหมดอายุ หรือมาตรฐาน อย.) แม้จะเป็นสินค้าชุมชนแต่ก็ต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค สรุปมติและแนวทางการดำเนินงานต่อไป การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวและแผนที่ (Mapping)มอบหมายให้ทีมงานรวบรวม ข้อมูลสถานการณ์ท่องเที่ยวเดิมของอำเภอวังชิ้นในรัศมีประมาณ 10 กิโลเมตร รอบดอยก้อ เพื่อนำมาพัฒนาและวิเคราะห์เส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เชื่อมโยงจุดเด่นต่าง ๆ เช่น ศูนย์เรียนรู้โกโก้ สวนถั่ว สวนส้ม ผ้ากะเหรี่ยง พระธาตุพระพิมพ์ รวมถึงจุดเช็กอินทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ (เช่น ดอยก้อ น้ำบ่อฤาษี) โดยจัดทำเป็นแผนที่การท่องเที่ยวที่ชัดเจนแบ่งตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม (เช่น กลุ่มวัยรุ่น, กลุ่มผู้สูงอายุ) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและการตลาดมุ่งเน้นการพัฒนาและคัดเลือกผลิตภัณฑ์เด่น 5 ผลิตภัณฑ์แรกเพื่อเข้าสู่ระบบการตลาดออนไลน์และออฟไลน์ โดยวางระบบการบริหารจัดการต้นทุนและการฝากขายผ่านศูนย์กลางให้ชัดเจน การผลักดันเชิงโครงสร้างและพื้นที่นำร่องมุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ "ดอยก้อ" ให้เป็น จุดเช็กอินหลักที่มีศักยภาพทัศนียภาพ 360 องศา โดยจะต้องประสานงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) ในการขับเคลื่อนเรื่องเอกสารสิทธิ์และการขอใช้พื้นที่กับ สปก. รวมถึงการบริหารจัดการพื้นที่ให้ถูกสุขลักษณะเพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยคณะทำงานภาควิชาการจะสนับสนุนด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และระบบ e-Book ประชาสัมพันธ์ร่วมด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนหลัก (โกโก้ สมุนไพร ผ้าทอกะเหรี่ยง) ได้รับการพัฒนาต้นแบบบรรจุภัณฑ์และเตรียมเอกสารประกอบการยื่นขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ตามแผนการดำเนินงานปีที่ 1เกิดการบูรณาการระหว่างฐานวัตถุดิบ (ต้นทาง) กับมาตรฐานการให้บริการ (กลางทาง) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในระยะถัดไปของโครงการ ตัวอย่างการจัด ทริปท่องเที่ยว 1 วัน การจัดเส้นทางแบบ 1 วัน (One Day Trip) สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมาย หลักด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (ช่วงอายุ 30-85 ปี) จะต้องเน้นความผ่อนคลาย ไม่บรรจุสถานที่มากเกินไปจนกลายเป็นการ "ทัวร์ชะโงก" และมุ่งเน้นไปที่การทำกิจกรรมเวิร์กชอป (Workshop) การดูแลสุขภาพ และการซื้อของฝากที่สะดวกสบาย เพื่อให้ครอบคลุมจุดเด่นในรัศมี 10 กิโลเมตร ดังนี้ ช่วงเช้า เส้นทางสายบุญและจุดเช็กอินหลัก 09.00 น. เสริมสิริมงคลที่พระธาตุพระพิมพ์ และชมน้ำบ่อฤาษี เริ่มต้นทริปแบบสบายๆ ด้วยการแวะสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ เพื่อความเป็นสิริมงคลและซึมซับบรรยากาศท้องถิ่น
10.30 น. แวะจุดเช็กอินหลักที่ "ดอยก้อ" เดินทางขึ้นไปยังดอยก้อซึ่งถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องและแลนด์มาร์กสำคัญ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ชมทัศนียภาพมุมกว้างแบบ 360 องศา และสูดอากาศบริสุทธิ์ ช่วงสายถึงเที่ยง กิจกรรมสุขภาพและอาหารท้องถิ่น 11.30 น. กิจกรรม Workshop เชิงเกษตร: แวะ ศูนย์เรียนรู้โกโก้ สวนถั่ว หรือสวนส้ม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมเรียนรู้แบบเบาๆ และเปิดประสบการณ์ลิ้มลองผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสดใหม่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ชื่นชอบ 12.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน: ทานอาหารเพื่อสุขภาพ (Wellness) ที่เชื่อมโยงกับวัตถุดิบของชุมชน ช่วงบ่าย ช้อปปิ้งสินค้าชุมชนแบบไร้กังวล 14.00 น. ชมงานฝีมือที่แหล่งผลิตผ้ากะเหรี่ยง: พาชมวิถีชีวิตและงานหัตถกรรมท้องถิ่น เพื่อเลือกซื้อผ้าทอกะเหรี่ยง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือโกโก้ ที่ได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และมาตรฐานแล้ว 15.00 น. ซื้อของฝาก ณ ศูนย์กระจายสินค้าพร้อมบริการจัดส่ง (Fulfillment) ให้ผู้สูงอายุแวะเลือกซื้อของฝากที่ศูนย์กลางของชุมชน โดยไม่ต้องหิ้วสัมภาระหนักๆ กลับเอง เพราะทางศูนย์มีระบบจัดส่งสินค้าหลังบ้าน (Fulfillment) คอยอำนวยความสะดวกส่งตรงถึงบ้าน
การจัดเส้นทางในลักษณะนี้จะช่วยให้กลุ่มผู้สูงอายุได้ท่องเที่ยวแบบผ่อนคลาย ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ และยังทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเต็มที่ สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและยกมาตรฐานบริการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (สุขอนามัย/Food Safety)อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ โดยได้นำแบบสอบถามที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลสมบูรณ์มาทำการวิเคราะห์จำนวน 50 ฉบับ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางที่ 5 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามเพศ
จากตารางที่ 5พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเป็นเพศหญิง จำนวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 94.0 และเพศชาย 3คน คิดเป็นร้อยละ 6.0
ตารางที่ 6 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามสถานภาพ
จากตารางที่ 6พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร จำนวน 28คน คิดเป็น ร้อยละ 56.0รองลงมา คือ ผู้ประกอบการ จำนวน 22คน คิดเป็น ร้อยละ 44.0 ตารางที่ 7 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามอายุ
จากตารางที่7พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 23คน คิดเป็นร้อยละ46.0 รองลงมา อายุ 51-60 ปี ไป จำนวน 19คน คิดเป็นร้อยละ 38.0 และอายุ 61 ปีขึ้นไป จำนวน 8คน คิดเป็นร้อยละ 16.0
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ ตารางที่ 8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ
จากตารางที่ 8 การประเมินความพึงพอใจหลังดำเนินโครงการ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการอยู่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 คิดเป็นร้อยละ 90.4 โดยความ พึงพอใจ ด้านการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ มีค่าเฉลี่ย 4.78อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ การถ่ายทอดความรู้หรือทักษะการปฏิบัติจริง มีค่าเฉลี่ย 4.67 และ ความพึงพอใจในภาพรวม มีค่าเฉลี่ย 4.55 ตามลำดับ การประเมินความพึงพอใจก่อนดำเนินโครงการ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการอยู่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.36โดยสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 3.67รองลงมา คือ การถ่ายทอดความรู้หรือทักษะการปฏิบัติจริง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.47 และ ระยะเวลาการจัดโครงการมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.45 ตามลำดับ รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 05/07/2569 [22231] |
40000 | 50 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 3 [22221] |
กิจกรรมที่ 1 การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการตลาด การบริหารจัดการกลุ่ม การผลิต การบัญชีรายรับรายจ่าย ในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้มีความเข้มแข็งเป็นระบบและยั่งยืน ระหว่างวันที่ 20-21มิถุนายน พ.ศ. 2569 งบประมาณ 40,000 บาท ผู้รับบริการ 50คน ประกอบด้วยสมาชิกเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมาร์ทซิตตี้วังชิ้นโมเดล 4.0 ผู้ประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวเชิงบริการ (โฮมสเตย์ ร้านอาหาร) กลุ่มเกษตรอินทรีย์ และกลุ่มหัตถกรรมผ้าทอกะเหรี่ยงในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ คณะผู้รับผิดชอบได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop) แก่ผู้ประกอบการชุมชนในประเด็นการบริหารจัดการด้านการตลาดเบื้องต้น การบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตามหลักธรรมาภิบาล การจัดกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และหลักการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายแบบครัวเรือนและแบบกลุ่ม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของกิจกรรมการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อย่างเป็นระบบ อันเป็นรากฐานสำคัญของการยกระดับสู่มาตรฐาน (Standardization) ตามแผนยุทธศาสตร์ปีที่ 1 ของโครงการ ทั้งนี้ เนื้อหาการถ่ายทอดองค์ความรู้มีความเชื่อมโยงกับผลการวิเคราะห์บริบทและศักยภาพของพื้นที่ (Theory of Change) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด SMART CITY WANG CHIN 4.0 (Bio economy Plan) ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนสมาร์ทซิตตี้วังชิ้นโมเดล 4.0 โดยมุ่งบูรณาการการบริหารจัดการกลุ่มชุมชนเข้ากับฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว/กิจกรรม การพัฒนาสินค้าและบริการ และเครือข่ายผู้ประกอบการ หลักในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตร กลุ่มหัตถกรรมและผ้าทอกะเหรี่ยง กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกลุ่มที่พัก/บริการนักท่องเที่ยว ผลการดำเนินงาน ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการธุรกิจชุมชนเพิ่มขึ้น สามารถนำหลักการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินกิจการของตนเองและของกลุ่มได้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการในเครือข่าย นำไปสู่การจัดทำแผนที่เครือข่ายผู้ประกอบการ (เช่น เส้นทางท่องเที่ยวศึกษาดูงานวังชิ้นโมเดล 12 จุดเรียนรู้) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนา Signature Tour Packages ในปีที่ 2 ของโครงการ อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ กำลังถูกยกระดับจากเมืองเกษตรกรรมสู่การเป็นต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่าน "เส้นทางท่องเที่ยวศึกษาดูงานวังชิ้นโมเดล" ซึ่งมีลักษณะเป็นระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ที่บูรณาการจุดการเรียนรู้ 12 แห่งเข้าด้วยกัน การดำเนินงานภายใต้โมเดลนี้ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่คือการสร้าง Logistical Synergy ที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตนวัตกรรม แหล่งแปรรูป และช่องทางการตลาดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) ในระดับพื้นที่
1.จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน คือ 1. The Commercial & Gateway Hubs การกำหนดให้ "หมอนไม้ไออุ่น โฮมสเตย์" เป็นประตูสู่การท่องเที่ยว และ "พงศ์สุรัตน์ซุปเปอร์มาร์เก็ต" เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าชุมชน เป็นการวางโครงสร้าง Market Penetration ที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
นวัตกรรม เช่น ศูนย์นวัตกรรมกล้วยหอมทองภัทชา และวังคำฟาร์ม ทำหน้าที่เป็น Lead Innovator ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (R&D) เพื่อสร้างมาตรฐานให้แก่เครือข่าย
โคก หนอง นา เด็ดชู ที่เน้นความยั่งยืน และศูนย์เรียนรู้ผ้าทอกระเหรี่ยง เข้ากับภูมิปัญญาหมอเมือง/หมอเป่า ทำให้วังชิ้นมี "Product Differentiation" ที่เลียนแบบได้ยาก 2. การประเมินศักยภาพกลุ่มนวัตกรรมเกษตรและอาหารมูลค่าสูง(กล้วยหอมทองและโกโก้) ในมิติของนวัตกรรมเกษตร อำเภอวังชิ้นได้ปรับเปลี่ยนจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่การเป็น "ศูนย์เรียนรู้เชิงธุรกิจ" (Business Learning Center) โดยมีกลไกสำคัญคือการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Addition) ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบหน่วยธุรกิจหลักที่มีศักยภาพสูง
เป็น "Lead Innovator" ของพื้นที่ ศักยภาพหลักอยู่ที่การใช้องค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานกล้วยหอมทองให้สามารถเข้าสู่ตลาดพรีเมียม และสร้างโมเดลความสำเร็จที่เกษตรกรรายอื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อลดความเสี่ยงทางการผลิต (Risk Mitigation)
ความพร้อมสูงสุด โดยมีการบูรณาการร่วมกับ "วังชิ้น แคมป์ปิ้ง" เพื่อสร้างรายได้แบบผสมผสานทั้งจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโกโก้และการบริการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์
ตารางที่ 1ปัจจัยขับเคลื่อนความสำเร็จ (Success Drivers)
นวัตกรรมเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างความเชื่อมั่น (Trust Infrastructure) ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อแบรนด์สินค้าเกษตรอื่นๆ ในระบบนิเวศ "วังชิ้นโมเดล" ทั้งหมด
3. วิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าเกษตรอินทรีย์และผลไม้เศรษฐกิจ(ส้ม,และพืชผสมผสาน) การยกระดับสู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าสู่ตลาดระดับบน (High-end Market) โดยอาศัยความหลากหลายของสายพันธุ์พืชเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงตลอดทั้งปี 4. วิเคราะห์ขีดความสามารถรายหน่วยธุรกิจ
ผลิตสินค้าหลักที่มีความเข้มแข็งด้านปริมาณรองรับการกระจายสินค้าสู่ตลาดค้าส่งระดับประเทศ
Agri-Business ที่โดดเด่นด้วยการปลูกอินทผลัม ผสมผสานกับการทำประมงและกิจกรรมนันทนาการ (พายเรือ) ซึ่งช่วยเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว
เกษตรผสมผสานที่ช่วยเสริมความมั่นคงทางอาหารและสร้างภาพลักษณ์ "ความบริสุทธิ์" ให้กับห่วงโซ่คุณค่า การรวมกลุ่มของหน่วยผลิตที่มีพิกัดทางภูมิศาสตร์ ที่ชัดเจนเหล่านี้ ช่วยสร้าง Place Branding ให้กับอำเภอวังชิ้นในฐานะ "ครัวอินทรีย์แห่งจังหวัดแพร่" 5. การประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและมรดกทางภูมิปัญญา(สมุนไพรและผ้าทอ) Wellness Tourism ของอำเภอวังชิ้นมีความโดดเด่นที่การนำเสนอ Authentic Experience ผ่านมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ มิติการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม
ไหมพรม (บ้านวังลึก ม.4 ต.นาพูน) ซึ่งเป็นแหล่งอนุรักษ์สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ผักหวาน และพริกไทย สร้างเป็นอัตลักษณ์การบำบัดด้วยธรรมชาติ
ธรรมชาติ เป็นการยกระดับงานฝีมือสู่สินค้าแฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion) ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากท้องถิ่นทั้งหมด สรุป โครงสร้างประสบการณ์นักท่องเที่ยว ลำดับการเดินทางในวังชิ้นโมเดลถูกออกแบบให้สอดคล้องกัน โดยเริ่มจากการรับข้อมูลที่จุดพักโฮมสเตย์ (Gateway) -> ศึกษาดูงานนวัตกรรม (Phatcha/Wang Kham) -> สัมผัสวิถีชีวิตและสุขภาพ (Herbs/Weaving/Boating) -> และจบด้วยการซื้อสินค้าชุมชนที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่พงศ์สุรัตน์ซุปเปอร์มาร์เก็ต
6. กลยุทธ์การต่อยอดธุรกิจและการสร้างแบรนด์พื้นที่เพื่อผลักดันให้ "วังชิ้นโมเดล" ก้าวสู่ความยั่งยืนเชิงพาณิชย์ในระดับสากล จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การบูรณาการข้อมูลและผลิตภัณฑ์อย่างเข้มข้น แนวทางการสร้างพลังร่วมเชิงธุรกิจ
เป็นสินค้า Signature เช่น "Pla Som" (ปลาส้มผู้ใหญ่ลั่นทม - จุดที่ 2) หรือผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เพื่อวางจำหน่ายในจุดจำหน่ายของฝากที่เป็นศูนย์กลาง
(ตามที่ปรากฏในภาพแผนที่เส้นทาง) เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการผลิต (Traceability) และเป็นช่องทางดิจิทัลในการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์เชิงลึกสำหรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว โอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ (Strategic Opportunities)
เน้นเรื่องความยั่งยืน (ESG) และเกษตรอัจฉริยะ
การพักผ่อน - ภูมิปัญญาหมอเมือง" เข้าด้วยกัน
โกโก้สู่สินค้า Cosmetic และ Superfood
บทสรุป อำเภอวังชิ้นมีศักยภาพที่โดดเด่นในการเป็นต้นแบบเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากการผสมผสานระหว่าง "ฐานทรัพยากรที่เข้มแข็ง" กับ "ภาวะผู้นำทางนวัตกรรม" ของผู้ประกอบการในพื้นที่ หากมีการส่งเสริมด้านการตลาดดิจิทัลและการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าอย่างต่อเนื่อง วังชิ้นโมเดลจะสามารถยกระดับเป็นจุดหมายปลายทางระดับพรีเมียมที่สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้อย่างสง่างาม สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ กิจกรรมที่ 1การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการตลาด การบริหารจัดการกลุ่ม การผลิต การบัญชีรายรับรายจ่าย ในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้มีความเข้มแข็งเป็นระบบและยั่งยืน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เข้าร่วมโครงการ ที่ โดยได้นำแบบสอบถามที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลสมบูรณ์มาทำการวิเคราะห์จำนวน 50ฉบับ โดยได้วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 แสดงข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางที่ 1 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามเพศ
จากตารางที่ 1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเป็นเพศหญิง จำนวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 90.0 และเพศชาย 5คน คิดเป็นร้อยละ 10.0
ตารางที่ 2 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามสถานภาพ
จากตารางที่ 2พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ จำนวน 27คน คิดเป็น ร้อยละ 54.0รองลงมา คือ เกษตรกร จำนวน 21คน คิดเป็น ร้อยละ 42.0 และอื่น ๆ จำนวน 2คน คิดเป็น ร้อยละ 4.0
ตารางที่ 3 แสดงจำนวนและร้อยละจำแนกตามอายุ
จากตารางที่ 3พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง 51-60 ปี จำนวน 20คน คิดเป็นร้อยละ40.0 รองลงมาอายุ 61 ปีขึ้นไป จำนวน 12คน คิดเป็นร้อยละ 24.0 อายุระหว่าง 41-50 ปี จำนวน 16คน คิดเป็นร้อยละ 32.0 และ อายุ ต่ำกว่า 40 ปี จำนวน 2คน คิดเป็นร้อยละ 4.0
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการ
จากตารางที่ 4 การประเมินความพึงพอใจหลังดำเนินโครงการ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการอยู่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.41 คิดเป็นร้อยละ 88.20 โดยความพึงพอใจ ด้านการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ และด้านขั้นตอนการจัดโครงการ มีค่าเฉลี่ย 4.54อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ เอกสารประกอบการอบรม มีค่าเฉลี่ย 4.53 และ การการถ่ายทอดความรู้หรือทักษะการปฏิบัติจริง มีค่าเฉลี่ย 4.50 ตามลำดับ การประเมินความพึงพอใจก่อนดำเนินโครงการ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการอยู่ระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.60โดยการประชาสัมพันธ์ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 3.90รองลงมา คือ สถานที่สะอาดและมีความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.85 และ ขั้นตอนการลงทะเบียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.82 ตามลำดับ รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 05/07/2569 [22221] |
40000 | 50 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||





