"IGNITE THAILAND" การตั้งเป้าศูนย์กลางการบิน (แถลงการณ์ ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี)  56

คำสำคัญ : Ignite  Thailand  แถลงการณ์  ศูนย์กลางการบิน    

จากที่ได้เข้ารับฟัง การแถลงการณ์ ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้แถลงวิสัยทัศน์ "IGNITE THAILAND" : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง’  มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ตั้งเป้าประเทศไทยจะก้าวไปเป็นที่ 1 ของภูมิภาค ด้วยข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว ภูมิอากาศที่อบอุ่นตลอดปี และที่สำคัญ คือ ศักยภาพของคนไทย พร้อม 8 วิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า ดังภาพประกอบ 8 วิสัยทัศน์ 

โดยในที่นี้ ผู้เขียนขอกล่าวถึง ประเด็นในการตั้งเป้าศูนย์กลางการบินใน 4 ปี ซึ่งในขณะที่จุดแข็งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยนั้นมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่ง ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ที่จะเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ดังนั้นภายใน 4 ปีจะพยายามผลักดันให้ไทยเป็น "Hub Case Study" คือ

1. ให้สายการบินมาใช้เป็นพื้นที่เปลี่ยนเส้นทางเพื่อต่อเครื่อง
2. การพัฒนาระบบขนส่ง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าเย็นอย่างครบวงจร
3. การเป็นศูนย์กลางการบินและศูนย์ซ่อมบำรุง
จากประเด็นการพัฒนาด้านนี้ ทางรัฐบาลได้มีนโยบายในการการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ของจังหวัดเชียงใหม่ และขยายเวลาเปิดให้บริการของสนามบินเชียงใหม่เป็น 24 ชม. เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมามากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว โดยปัจจุบัน สนามบินเชียงใหม่มีขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินอยู่ที่ราว 15 เที่ยวบินต่อชั่วโมง หรือมีเที่ยวบินเฉลี่ย 150 เที่ยวบินต่อวัน การพัฒนาสนามุุบินในระยะที่ 1 นี้ จะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบินได้เป็น 30 เที่ยวบินต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ทอท.ยังมีการเตรียมการวางแผนในส่วนการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 อยู่แล้ว ที่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน พื้นที่ประมาณ 7,000 ไร่เช่นกัน ลงทุนประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท

ซึ่งอย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเรื่องการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 นั้น น่าจะต้องเป็นช่วงหลังจากที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ปัจจุบัน ที่พัฒนาแล้วมีจำนวนผู้โดยสารเต็มขีดความสามารถในการรองรับแล้ว สำหรับแผนการขยายเวลาเปิดให้บริการสนามบินเชียงใหม่เป็น 24 ชม. นั้น นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการวีซ่าฟรี หลังจากหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว สนามบินเชียงใหม่จะเริ่มเปิดให้บริการได้ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ "1 พ.ย.66" เป็นต้นไป ส่วนหนึ่งของนโยบายนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ให้สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยไม่มีความกังวลเรื่องการเดินทาง ซึ่งหากสนามบินเชียงใหม่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางกลับไปทำงานได้ทันในเช้าวันจันทร์ เพิ่มโอกาสการเดินทางแบบทริประยะสั้น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ได้

สิ่งที่ได้เรียนรู้และผลดีที่มองเห็น

โดยส่วนตัวมองว่า หากการขับเคลื่อน ในจังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จผล ประเด็นต่อไป ในเรื่อง "ดันไทย เบอร์หนึ่งท่องเที่ยว" จะตามมา เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ได้ใหญ่มากเป็นอันดับที่ 50 ของโลก แต่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นอันดับ 8 ของโลก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เลี้ยงคนไทย 1 ใน 3 ของประเทศ นำรายได้เข้าประเทศกว่า 2.3 ล้านล้านบาท และจะโตขึ้นเรื่อยๆ ในอีก 4 ปีข้างหน้า เพราะการท่องเที่ยวคือจุดแข็งของประเทศไทย ดังนั้นมาตรการท่องเที่ยวต่างๆ จะถูกนำมาใช้ เพื่อดึงศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยกลับมาให้ไปถึงจุดที่เราควรจะเป็น

ซึ่งเมื่อเชื่อมโยงแนวคิดเหล่านี้ เข้ากับงานที่ขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่ภาคเหนือที่ผลักดันทั้งกิจกรรมการขยายผลทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการภายใต้โครงการของ กปว. ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการนำ อววน. สู่การพัฒนาพื้นที่ ทำให้เห็นข้อดีที่เกิดขึ้น ดังนี้

1. เมื่อมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อ เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ขยายผลการตลาดสู่ฐานลูกค้าต่างชาติ ด้วยการที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น จากการเป็นศูนย์กลางของการบิน และนักท่องเที่ยว

2. เกิด Connection และการต่อยอดทางธุรกิจ 

3. เกิดการจับคู่ทางธุรกิจกับลูกค้าต่างชาติ

4. ขับเคลื่อน Soft power ไทย นำเสนอจุดขายที่เป็นเสน่ห์ของประเทศไทย ให้โดดเด่นในสายตาประชาคมโลก ทั้งในด้าน การแต่งกาย ศิลปวัฒนธรรม งานเทศกาล คอนเสิร์ต งานภาพยนตร์ งานศิลปะ อาหาร วัฒนธรรม กีฬา และศิลปะป้องกันตัว ต่างๆ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของคนไทย

5. กระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 

6. เชื่อมโยงแผนงาน/โครงการต่างๆ ของภาครัฐ ภาคเอกชน สู่สากล

7. ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและเกิดศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว (Tourism Hub) ตามนโยบายให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อ้างอิงแหล่งที่มาข้อมูล 

1. https://www.salika.co/2024/02/24/8-visions-ignite-thailand/

2. https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1110697

3. https://www.facebook.com/LiveNBT2HD/videos/827195422786195?locale=th_TH


เขียนโดย : น.ส.เกศรัตน์  วิศวไพศาล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : ketsarat.w@mhesi.go.th