มาตรการ EV 3.5 ซื้อรถไฟฟ้าปี 2567 ดีไหม รัฐช่วยเท่าไหร่?  48

คำสำคัญ : #EV  #รถไฟฟ้า  #ยานยนต์ไฟฟ้า  #ภาษี  

"มาตรการ EV 3.5" ซื้อรถไฟฟ้าปี 2567 ดีไหม รัฐช่วยเท่าไหร่?

 


ดีลต่อเนื่องกับมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้ารอบ 2 หรือ EV3.5 ตามที่คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ในช่วงเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2567 – 2570) โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2567 เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และผลักดันไทยก้าวสู่การเป็นฐานผลิตชั้นนำของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค เป็นมาตรการที่แสดงให้เห็นการสนับสนุนอุตสาหกรรม EV อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค อีกทั้งจะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรม EV ในประเทศไทยเพิ่มเติม ทั้งการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายเดิมเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV และการดึงบริษัทรถยนต์รายใหม่ๆ ให้เข้ามาตั้งฐานผลิตในประเทศเพิ่มเติมด้วย

ใครกำลังอยากเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าเตรียมศึกษาข้อมูลสิทธิประโยชน์ให้ดี มาตรการ EV3.5 จะอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถกระบะไฟฟ้าและรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า อัตราเงินอุดหนุนเริ่มต้นตั้งแต่ 25,000 - 100,000 บาท ในช่วงระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2567-2570 โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

 

รถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 50kWh รับเงินอุดหนุน

ปีที่ 1 :100,000 บาท ต่อคัน

ปีที่ 2 :75,000 บาท ต่อคัน

ปีที่ 3 และ 4: 50,000 บาท ต่อคัน

รถยนต์ไฟฟ้าที่มีขนาดแบตเตอรี่ต่ำกว่า 50kWh รับเงินอุดหนุน

ปีที่ 1: 50,000 บาท ต่อคัน

ปีที่ 2 :35,000 บาท ต่อคัน

ปีที่ 3 และ 4: 25,000 บาท ต่อคัน

และได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีนำเข้า CBU ไม่เกิน 40% ในช่วง 2 ปีแรก (2567-2568) และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%

รถยนต์ไฟฟ้าราคา 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท ขนาดแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 50kWhขึ้นไป 
ไม่ได้รับเงินสนับสนุน แต่ได้รับสิทธิประโยชน์ลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%
 

รถกระบะไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท และมีขนาดแบตเตอรี่ ตั้งแต่ 50kWhขึ้นไป 
รับเงินอุดหนุน 100,000 บาท ต่อคัน ตลอดระยะเวลา 4 ปี เฉพาะส่วนที่ผลิตในไทย
 

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 150,000 บาท และมีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 3kWh
รับเงินอุดหนุน 10,000 บาท ต่อคัน ตลอดระยะเวลา 4 ปี เฉพาะส่วนที่ผลิตในไทยเช่นเดียวกับรถกระบะไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ มาตรการ EV3.5 ยังขยายเวลาการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิจากเดิมที่ต้องจดทะเบียนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ให้ ขยายเวลาเป็นต้องจำหน่ายภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 และต้องจดทะเบียนภายในวันที่ 31 มกราคม 2567 และยังกำหนดให้แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าหรือผลิตในประเทศไทยจะต้องได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และต้องผ่านการทดสอบมาตรฐานสากลจากศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC)

มาตรการ EV3.5 ถือว่าเป็นมาตรการรอบ 2 ที่ต่อจาก EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงในปี 2566 โดยถือว่า EV 3.5 มีการปรับเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปรับลดเงินสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ และการปรับขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น จากเดิมที่ EV 3.0 จะให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าราคาไม่เกิน 2 ล้านบาทที่มีแบตเตอรี่ขนาดต่ำกว่า 30kWh อยู่ที่ 70,000 บาท ต่อคัน และแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30kWh ขึ้นไป ได้รับเงินสนับสนุนที่ 150,000 บาท ต่อคัน ใครที่กำลังมองหารถไฟฟ้าไว้ใช้เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า อย่าลืมเช็คเงื่อนไขการสนับสนุน EV3.5 ได้จากโชว์รูมจำหน่ายรถไฟฟ้ากันได้เลย

 

==

References :
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/76456
โพสท์ทูเดย์ : https://www.posttoday.com/smart-city/704417
GWM Motor : https://gwmmotormall.com/news/ev-35-buying-electric-cars-in-2024


เขียนโดย : น.ส.ชัชฎาพร  มีศรี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : chatdaporn.m@mhesi.go.th