หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมหัตศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุง


วิสาหกิจชุมชนเครื่องปั้นดินเผาพื้นบ้าน บ้านเหมืองกุง ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่

รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
3
[5910]

ชื่อกิจกรรมที่ 1 การอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
รายละเอียดกิจกรรมที่ 1.
รายละเอียดกิจกรรม
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุงในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาท้องถิ่น ให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดร่วมสมัย โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากรูปแบบผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของชุมชน เช่น น้ำต้น หม้อน้ำ กระถาง และภาชนะดินเผาพื้นบ้าน ผ่านกระบวนการวิเคราะห์คุณค่าทางวัฒนธรรม (Cultural Value) อัตลักษณ์ของชุมชน และความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ยังคงเอกลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง แต่มีความร่วมสมัย ใช้งานได้จริง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้
การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วย การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักวิจัย นักออกแบบ และช่างปั้นในชุมชน การวิเคราะห์ต้นทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Assets) การพัฒนาแนวคิดผลิตภัณฑ์ (Product Concept) การออกแบบต้นแบบ (Prototype Design) รวมถึงการให้คำปรึกษารายกลุ่มเพื่อนำไปสู่การผลิตต้นแบบที่สามารถทดลองตลาดได้
กิจกรรมดำเนินการในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง กลุ่มเยาวชนในชุมชน คณะนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นักออกแบบ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ของชุมชน
2. เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมให้ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดร่วมสมัย
3. เพื่อสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชุมชน
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ผู้ประกอบการมีความรู้และทักษะด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์มากขึ้น
- ชุมชนสามารถมองเห็นศักยภาพของทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีอยู่ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
- เกิดกระบวนการทำงานร่วมกันระหว่างนักวิจัย นักออกแบบ และช่างปั้นในชุมชน
- ชุมชนมีแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และความต้องการของตลาด
ผลผลิต (Output)
- ผู้ประกอบการและช่างปั้นเข้าร่วมการอบรมและพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์
- ได้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์จากทุนวัฒนธรรมของบ้านเหมืองกุง
- เกิดต้นแบบผลิตภัณฑ์ดินเผาที่ต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของชุมชนสำหรับรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ผลลัพธ์ (Outcome)
- ผู้ประกอบการสามารถประยุกต์ใช้หลักการออกแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง
- ผลิตภัณฑ์มีความร่วมสมัยมากขึ้นโดยยังคงอัตลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง
- ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และมีความพร้อมในการต่อยอดสู่การทดลองตลาดและการสร้างแบรนด์ในลำดับถัดไป
แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป
- พัฒนา Brand Identity ของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และคุณค่าของงานหัตถศิลป์ดินปั้นสู่ตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- ออกแบบองค์ประกอบของแบรนด์ ได้แก่ ชื่อแบรนด์ (Brand Name) โลโก้ (Logo) อัตลักษณ์ภาพลักษณ์ (Visual Identity) และแนวทางการสื่อสารแบรนด์ (Brand Communication)
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) และเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) เพื่อสร้างประสบการณ์และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
- ทดลองใช้แบรนด์และบรรจุภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมรับข้อเสนอแนะจากนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค เพื่อนำมาปรับปรุงก่อนนำออกสู่ตลาด
- เตรียมสื่อประชาสัมพันธ์และช่องทางการตลาด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 10 คน
2. ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชนบ้านเหมืองกุง จำนวน 12 คน
3. ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 10 คน
4. คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 15 คน
5. ผู้สนใจด้านงานหัตถศิลป์และการออกแบบผลิตภัณฑ์ จำนวน 10 คน

รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรม 57 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ เพื่อยกระดับมูลค่าและขีดความสามารถในการแข่งขัน
2. หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้กิจกรรมเป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และการบริการวิชาการร่วมกับชุมชน
3. นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและผู้บริโภค ซึ่งจะได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านเหมืองกุงมากยิ่งขึ้น
4. หน่วยงานภาคีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับประโยชน์จากการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมการอบรมการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดำเนินการในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โดยมีช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผา ผู้ประกอบการเซรามิก คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจ เข้าร่วมกิจกรรมรวม 57 คน
ในการดำเนินกิจกรรม คณะนักวิจัยและวิทยากรได้ถ่ายทอดหลักการออกแบบผลิตภัณฑ์บนฐานอัตลักษณ์ (Identity-based Design) เริ่มจากการทบทวนทุนทางวัฒนธรรมของบ้านเหมืองกุง วิเคราะห์จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม เช่น น้ำต้น หม้อน้ำ ภาชนะดินเผา และเทคนิคการขึ้นรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและแนวโน้มความต้องการของตลาด เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาแนวคิดการออกแบบร่วมกัน
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์จุดแข็งและข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์เดิม พร้อมทดลองออกแบบรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่โดยยึดหลัก "ต่อยอดจากของเดิม ไม่ละทิ้งอัตลักษณ์ของชุมชน" การพัฒนาเน้นการปรับสัดส่วน รูปทรง ขนาด รายละเอียดการตกแต่ง และการประยุกต์การใช้งานให้เหมาะกับวิถีชีวิตปัจจุบัน ขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุงไว้
ผลการดำเนินงานพบว่า ช่างปั้นและผู้ประกอบการสามารถเข้าใจแนวคิดการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ และสามารถเสนอแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ โดยส่วนใหญ่สามารถปรับรูปทรง ขนาด และรูปแบบการใช้งานของผลิตภัณฑ์เดิมให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ความต้องการของตลาด และการเชื่อมโยงเรื่องราว (Storytelling) เข้ากับผลิตภัณฑ์ จึงยังต้องได้รับการพัฒนาและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องจากนักวิจัยและนักออกแบบ
นอกจากนี้ กิจกรรมยังทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างช่างปั้น นักวิจัย และนักศึกษา ส่งผลให้เกิดแนวคิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบหลายรูปแบบที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ และเกิดความเข้าใจร่วมกันว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นการเพิ่มคุณค่าจากภูมิปัญญา เรื่องราว และอัตลักษณ์ของชุมชน เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างเหมาะสม
ผลจากกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์ของบ้านเหมืองกุง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนา Brand Identity การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมลำดับถัดไป เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ดินปั้นของชุมชนอย่างยั่งยืนค่ะ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5910]
31400 57
3
[5911]

ชื่อกิจกรรมที่ 2 การอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน
กิจกรรมการอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุงด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ โดยต่อยอดจากกิจกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงอัตลักษณ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ่านการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) และการนำเสนอเรื่องราวของชุมชนให้สอดคล้องกับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
กิจกรรมดำเนินการในรูปแบบการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง โดยคณะนักวิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและการออกแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning) การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ การออกแบบชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และการสร้างเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) รวมถึงแนวทางการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์จุดเด่น จุดขาย และคุณค่าของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง พร้อมทดลองพัฒนาแนวคิดแบรนด์และสื่อสารเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ให้สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชุมชน สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการจำหน่ายได้
ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ช่างปั้นบ้านเหมืองกุง จำนวน 8 คน
2. ผู้ประกอบการเครื่องปั้นดินเผาในชุมชน จำนวน 15 คน
3. ผู้ประกอบการเซรามิก จำนวน 7 คน
4. คณาจารย์และนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จำนวน 17 คน
5. ผู้สนใจด้านการออกแบบและการตลาด จำนวน 6 คน
รวม 53 คน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. ผู้ประกอบการและช่างปั้นบ้านเหมืองกุง ซึ่งได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
2. หลักสูตรเทคโนโลยีเซรามิกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ซึ่งใช้เป็นพื้นที่บูรณาการการเรียนการสอน งานวิจัย และบริการวิชาการ
3. นักท่องเที่ยวและผู้บริโภค ที่ได้รับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน
4. หน่วยงานภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวชุมชน


ผลผลิต
- ผู้ประกอบการและช่างปั้นได้รับการพัฒนาความรู้ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ จำนวน 53 คน
- เกิดแนวทางการสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity) ของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง
- ได้แนวคิดการออกแบบชื่อแบรนด์ โลโก้ บรรจุภัณฑ์ และเรื่องเล่าของผลิตภัณฑ์ (Product Story) สำหรับใช้ในการสื่อสารการตลาด
- ได้แนวทางการประชาสัมพันธ์และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
ผลลัพธ์
- ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า กำหนดจุดขาย และสื่อสารคุณค่าของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ชุมชนมีแนวทางการสร้างแบรนด์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถเพิ่มความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วไป
- ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ สื่อประชาสัมพันธ์ และการทดลองตลาดในกิจกรรมลำดับถัดไป
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5911]
29400 53
3
[5912]

รายละเอียดกิจกรรมที่ดำเนินการ
กิจกรรมการอบรมด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชน จัดขึ้นเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ดินปั้นบ้านเหมืองกุงจาก "ผลิตภัณฑ์ชุมชน" ไปสู่ "ผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์" (Branded Product) โดยมุ่งสร้างคุณค่า (Value Creation) ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราว อัตลักษณ์ และภูมิปัญญาของชุมชน เพื่อรองรับตลาดนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย
ก่อนดำเนินกิจกรรม คณะนักวิจัยได้ร่วมกับผู้ประกอบการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากกิจกรรมก่อนหน้า ได้แก่ ชุดถ้วยชา ถ้วย จาน และน้ำต้นร่วมสมัย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผาบ้านเหมืองกุง โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรูปทรง การขึ้นรูปด้วยมือ และวัสดุท้องถิ่น ขณะเดียวกันได้ปรับสัดส่วน รูปแบบ และการใช้งานให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน
จากนั้นได้จัดกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้ประกอบการเรียนรู้การสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์จุดแข็ง (Strength) จุดขาย (Unique Selling Point) และคุณค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์บ้านเหมืองกุง โดยใช้เครื่องมือ เช่น การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า (Customer Persona) การกำหนดคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับ (Value Proposition) และการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Positioning)
ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันตอบคำถามสำคัญ ได้แก่ "บ้านเหมืองกุงคือใคร" "ผลิตภัณฑ์ของเราต่างจากที่อื่นอย่างไร" "ลูกค้าควรจดจำอะไรเมื่อเห็นผลิตภัณฑ์ของบ้านเหมืองกุง" เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวคิดหลักของแบรนด์ (Brand Concept) ที่สะท้อนคุณค่าของชุมชน ไม่ใช่เพียงการขายเครื่องปั้นดินเผา แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนช่างปั้นที่สืบทอดภูมิปัญญามายาวนานกว่า 200 ปี
เมื่อได้แนวคิดของแบรนด์แล้ว ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันพัฒนาองค์ประกอบของแบรนด์ (Brand Identity) ประกอบด้วย การกำหนดบุคลิกของแบรนด์ (Brand Personality) การกำหนดโทนสี รูปแบบกราฟิก แนวคิดโลโก้ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และแนวทางการใช้ภาพถ่าย เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์มีภาพลักษณ์เดียวกันและสามารถสื่อสารถึงความเป็นบ้านเหมืองกุงได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพัฒนา Product Story ของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท โดยเชื่อมโยงเรื่องราวของช่างปั้น วิถีชีวิตของชุมชน วัสดุในท้องถิ่น และกระบวนการผลิตด้วยมือ เข้ากับผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้คุณค่ามากกว่าการเป็นภาชนะเซรามิกทั่วไป และสามารถสร้างประสบการณ์ร่วมกับนักท่องเที่ยวผ่านการเล่าเรื่องของผลิตภัณฑ์
ภายหลังการอบรม ผู้ประกอบการได้ทดลองออกแบบต้นแบบบรรจุภัณฑ์ ป้ายสินค้า ฉลากผลิตภัณฑ์ และแนวทางการจัดแสดงสินค้า พร้อมทั้งทดลองวางแผนการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โดยคณะนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญได้ให้คำปรึกษาในการปรับปรุงให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์และความต้องการของตลาด
ผลผลิตที่ควรได้จากกิจกรรมนี้
- แนวคิดแบรนด์ของบ้านเหมืองกุงที่ชัดเจน
- Brand Identity
- Brand Story
- Product Story ของแต่ละ Collection
- Mood & Tone ของแบรนด์
- แนวทางโลโก้
- แนวทางบรรจุภัณฑ์
- แนวทางการถ่ายภาพสินค้า
- แนวทางการจัดวางสินค้า (Display)
- แนวทางการสื่อสารออนไลน์

 

สิ่งที่แบรนด์ควรออกมาเป็น (สำหรับบ้านเหมืองกุง)
จากข้อมูลที่เราทำงานร่วมกันมาตลอด ฉันมองว่าแบรนด์ไม่ควรเป็น "โอทอป" หรือ "ของฝาก" แต่ควรเป็น
Crafted from Heritage, Designed for Today
หรือแนวคิดภาษาไทย
"หัตถศิลป์จากภูมิปัญญา สู่การใช้ชีวิตร่วมสมัย"
บุคลิกของแบรนด์ควรเป็น
- อบอุ่น (Warm)
- เรียบง่าย (Minimal)
- งานฝีมือ (Handcrafted)
- ร่วมสมัย (Contemporary)
- เชื่อมโยงวัฒนธรรม (Cultural)
- ใช้งานได้จริง (Functional)
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 03/07/2569 [5912]
0 0