เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
เทคโนโลยีการผลิตน้ำนมข้าวเสริมแคลเซียมและวิตามิน D ใช้ทคโนโลยีการผลิตและกระบวนการผลิต ประกอบด้วย 1) การเลือกและเตรียมวัตถุดิบ (Ingredient Selection & Preparation): ข้าว: เลือกข้าวพันธุ์ที่มีคุณภาพดี เช่น ข้าวหอมมะลิหรือข้าวกล้องที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แคลเซียม: ใช้แคลเซียมคาร์บอเนตหรือแคลเซียมจากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผงกระดูกปลา หรือแคลเซียมซิตเรต วิตามิน D: ใช้วิตามิน D2 หรือ D3 ที่สามารถเสริมลงไปในน้ำนมข้าวได้ เช่น วิตามิน D3 ในรูปแบบน้ำหรือผง ส่วนผสมเพิ่มเติม: น้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น น้ำตาลมะพร้าว, น้ำผึ้ง, หรือสารให้ความหวานจากธรรมชาติ และรสชาติที่เพิ่มจากวานิลลา, มะพร้าว, หรือกลิ่นหอมจากธรรมชาติอื่นๆ 2) การทำข้าวน้ำนม (Rice Milk Preparation): การแช่ข้าว: แช่ข้าวในน้ำประมาณ 4-6 ชั่วโมงเพื่อให้เมล็ดข้าวนิ่มและง่ายต่อการบด การบดข้าว: หลังจากแช่ข้าวแล้ว ให้นำข้าวมาบดละเอียดด้วยเครื่องปั่นหรือเครื่องบดข้าวจนได้เนื้อข้าวที่ละเอียดและน้ำข้าวมีลักษณะคล้ายน้ำนมข้าว การกรอง: กรองน้ำข้าวที่ได้ผ่านผ้าขาวบางหรือกรองด้วยตะแกรงละเอียด เพื่อให้ได้ความเนียนของน้ำข้าว 3) การเสริมแคลเซียมและวิตามิน D (Calcium & Vitamin D Fortification): ใส่แคลเซียมคาร์บอเนตหรือแคลเซียมที่ได้จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ผงกระดูกปลาในอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ปริมาณแคลเซียมที่ต้องการ เติมวิตามิน D3 หรือ D2 ลงไปในน้ำข้าวที่กรองแล้ว ตามคำแนะนำของผู้ผลิตวิตามิน D ที่ใช้ หากต้องการความหวานสามารถเติมน้ำตาลจากธรรมชาติหรือสารให้ความหวานที่เลือกไว้ 4) การปรุงรสและปรับสภาพ (Flavoring & Adjustments): เติมกลิ่นวานิลลา, มะพร้าว หรือรสชาติที่ต้องการ เช่น กลิ่นมะนาวหรือน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความกลมกล่อม หากต้องการเสริมโปรตีน สามารถเติมโปรตีนจากพืช (เช่น โปรตีนถั่วเหลือง) หรือผงโปรตีนจากข้าว 5) การฆ่าเชื้อและบรรจุ (Pasteurization & Packaging): ใช้กระบวนการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) หรือการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 85-90°C เป็นเวลา 2-3 นาที เพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการและยืดอายุการเก็บรักษา บรรจุในขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ถุงพลาสติกที่มีการปิดผนึก เพื่อรักษาความสดและป้องกันการปนเปื้อน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีการปนเปื้อนและภาชนะบรรจุแห้งและสะอาด 6) การจัดเก็บ (Storage): เก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4°C หรือตู้แช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานขึ้น สามารถเก็บได้นาน 7-10 วันในตู้เย็น หากแช่แข็งจะสามารถเก็บได้นานถึง 1 เดือน
สูตรน้ำนมข้าวเสริมแคลเซียมและวิตามิน D ประกอบด้วยส่วนผสม คือ ข้าวหอมมะลิ 1 ถ้วย (200 กรัม) น้ำสะอาด 4 ถ้วย (1 ลิตร) แคลเซียมคาร์บอเนต 1-2 ช้อนชา (ขึ้นอยู่กับความต้องการของแคลเซียม) วิตามิน D3 (ผงหรือน้ำ) 1 ช้อนชา (ตามคำแนะนำจากผู้ผลิต) น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ (หรือสารให้ความหวานตามต้องการ)
วานิลลา 1 ช้อนชา (หรือรสชาติที่ต้องการ เช่น กลิ่นมะพร้าว) นำส่วนผสมผ่านกรรมวิธีการผลิต ดังนี้
1) การเตรียมข้าว: ล้างข้าวให้สะอาดและแช่ในน้ำประมาณ 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้ข้าวนิ่ม
2) การบดข้าว: หลังจากแช่ข้าวแล้ว นำข้าวมาบดให้ละเอียดในเครื่องปั่นหรือเครื่องบด เติมน้ำสะอาดลงไปในขณะที่บดเพื่อช่วยให้การบดข้าวได้ดีขึ้น
3) การกรอง: กรองข้าวบดผ่านผ้าขาวบางหรือกรองด้วยตะแกรงละเอียด เพื่อให้ได้น้ำนมข้าวที่สะอาดและไม่มีเนื้อข้าวเหลืออยู่
4) การเสริมแคลเซียมและวิตามิน D: ใส่แคลเซียมคาร์บอเนตลงไปในน้ำนมข้าวที่กรองแล้ว เติมวิตามิน D ตามอัตราส่วนที่กำหนดเพื่อเสริมให้ได้ปริมาณที่เหมาะสม
5) การปรับรสชาติ: เติมน้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสหวาน หรือจะเลือกใช้สารให้ความหวานจากธรรมชาติ เช่น สตีเวีย ใส่กลิ่นวานิลลา หรือกลิ่นที่ต้องการเพื่อให้มีรสชาติที่ดี
6) การฆ่าเชื้อและบรรจุ: ใช้กระบวนการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) หรือการฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 85-90°C เป็นเวลา 2-3 นาที บรรจุในขวดแก้วหรือบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปิดผนึกให้แน่น
7) การเก็บรักษา: เก็บผลิตภัณฑ์ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4°C หรือในช่องแช่แข็งสำหรับการเก็บระยะยาว
เทคนิค: หากต้องการให้ได้รสชาติที่หอมและกลมกล่อม สามารถใช้กลิ่นมะพร้าวแทนวานิลลาได้ วิตามิน D สามารถเพิ่มได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภคหรือมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ สำหรับการเสริมโปรตีน สามารถเติมโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลืองหรือข้าวโอ๊ต
