เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
เทคโนโลยีการผลิตขนมขบเคี้ยวจากผักผลไม้อบกรอบไร้เกลือ ประกอบด้วย เทคโนโลยีการแปรรูปและกระบวนการผลิต ดังนี้ 1) การเลือกและเตรียมวัตถุดิบ (Ingredient Selection & Preparation) เลือกผักและผลไม้ที่มีรสชาติหวานหรือรสอ่อน เช่น มะม่วง แครอท ฟักทอง สับปะรด หรือแอปเปิ้ล ตรวจสอบความสดใหม่และคุณภาพของวัตถุดิบเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด และปอกเปลือก (ถ้าจำเป็น) เช่น มะม่วงหรือแอปเปิ้ล หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร เพื่อให้แห้งเร็วและได้เนื้อกรอบ
2) การเตรียมและเคลือบผัก/ผลไม้ (Coating Process) ผสมสารให้ความหวานที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (เช่น สตีเวียหรือเอริธริตอล) หากต้องการเพิ่มรสชาติหวาน เคลือบผักหรือผลไม้ที่หั่นแล้วด้วยสารเคลือบเพื่อป้องกันการออกซิเดชัน เช่น น้ำมะนาวหรือน้ำเกลือเจือจาง สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความกรอบพิเศษ สามารถเคลือบด้วยผงโปรตีนหรือผงแป้งที่มีคุณสมบัติช่วยให้กรอบ 3) การอบ (Drying Process) ใช้เครื่องอบลมร้อน (Hot Air Oven) หรือเครื่องอบด้วยระบบไล่ความชื้น (Dehydrator) เพื่อให้น้ำในผักและผลไม้ออกมา อุณหภูมิการอบอยู่ที่ประมาณ 50-60°C ระยะเวลา 6-12 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับชนิดของผักและผลไม้) จนผักผลไม้แห้งสนิทและกรอบ การอบด้วยเทคโนโลยีการหมุนเวียนลมร้อน (Air Circulation) หรือระบบสุญญากาศ (Vacuum Drying) จะช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารและคงรสชาติธรรมชาติไว้ 4) การบรรจุ (Packaging) บรรจุขนมขบเคี้ยวที่แห้งและกรอบแล้วในบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้น เช่น ถุงฟอยล์สุญญากาศ หรือถุงพลาสติกที่มีคุณสมบัติกันความชื้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์มีการปิดผนึกอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการดูดซึมความชื้น 5) การจัดเก็บ (Storage) ควรจัดเก็บขนมในที่เย็นและแห้งห่างจากแสงแดด เพื่อให้สามารถเก็บรักษาคุณภาพและความกรอบได้นาน การเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิไม่สูงเกินไปช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์
สูตรขนมขบเคี้ยวจากผักผลไม้อบกรอบไร้เกลือ ประกอบด้วยส่วนผสม คือ มะม่วง (สุกเต็มที่) 200 กรัม แอปเปิ้ล (หรือผลไม้ชนิดอื่นตามความชอบ) 150 กรัม น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ สตีเวีย (หรือสารให้ความหวานที่ไม่ทำให้น้ำตาลสูง) 1/2 ช้อนชา (ถ้าต้องการเพิ่มรสหวาน) น้ำเปล่า 50 มิลลิลิตร นำส่วนผสมผ่านกรรมวิธีการผลิต ดังนี้
1) การเตรียมผักและผลไม้: ล้างมะม่วงและแอปเปิ้ลให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ขนาดประมาณ 2-5 มิลลิเมตร ถ้าผลไม้บางชนิดมีกลิ่นเปรี้ยวหรือทำให้เปลี่ยนสีได้ง่าย ให้แช่ในน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่า (น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร) เพื่อป้องกันการออกซิเดชัน
2) การเตรียมสารเคลือบ (ถ้าจำเป็น): ผสมน้ำมะนาวกับสารให้ความหวาน เช่น สตีเวียในถ้วยผสม
จุ่มหรือทาส่วนผสมนี้ลงไปบนผักและผลไม้ที่หั่นแล้วเพื่อเพิ่มรสชาติหวานและป้องกันการเปลี่ยนสี
3) การอบแห้ง: เรียงผักและผลไม้ที่เคลือบแล้วลงในตะแกรงหรือถาดอบให้แยกจากกันเพื่อให้ลมสามารถไหลเวียนได้ดี ใช้เครื่องอบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50-60°C ระยะเวลา 6-12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นผักและผลไม้ หากใช้อบในเตาอบทั่วไป ควรตั้งอุณหภูมิประมาณ 55°C และเปิดประตูเตาเล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
4) การบรรจุ: เมื่อผักและผลไม้แห้งกรอบแล้ว ให้บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดมิดชิด เช่น ถุงฟอยล์สุญญากาศ หรือบรรจุภัณฑ์ที่ป้องกันความชื้น บรรจุให้แน่นหนาเพื่อป้องกันการดูดซึมความชื้นที่อาจทำให้ขนมไม่กรอบ
5) การจัดเก็บ: เก็บขนมขบเคี้ยวที่อบแห้งแล้วในที่แห้งและเย็น ควรจัดเก็บในที่อุณหภูมิห้องและหลีกเลี่ยงการวางในที่ที่มีความชื้นหรือแสงแดดโดยตรง
เทคนิค: สามารถเลือกใช้ผลไม้อื่น ๆ เช่น สับปะรด ฟักทอง หรือแครอทแทนมะม่วงหรือแอปเปิ้ล หากต้องการให้ขนมขบเคี้ยวมีสีสันสวยงาม สามารถใช้ผักและผลไม้ที่มีสีสดใส เช่น แครอทหรือฟักทอง หากต้องการให้ได้ขนมขบเคี้ยวที่กรอบที่สุด ควรอบที่อุณหภูมิที่ต่ำและใช้เวลานาน ๆ จนเนื้อผักหรือผลไม้แห้งสนิท
