2569 หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อ บ้านหนองบัว จังหวัดน่าน 0
ผล
ผล
ผล
รายงานความก้าวหน้า
| ไตรมาส | ผลการดำเนินงาน | งบประมาณที่ใช้ | ผู้รับบริการ |
|---|---|---|---|
| 3 [21942] |
วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 กิจกรรม ที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยววิถีลื้อและพัฒนากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของชุมชน สถานที่บ้านหนองบัว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน จำนวนผู้เข้าร่วม 25 คน
รายละเอียดการดำเนินงาน โครงการได้ดำเนินกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน (Participatory Process) เพื่อให้คนในชุมชนร่วมกันวิเคราะห์ทุนทางวัฒนธรรมและกำหนดแนวทางการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของบ้านหนองบัว วิทยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิงหา ปรารมภ์ ผู้จัดการหน่วยพัฒนานวัตกรรมและการใช้ประโยชน์สร้างสรรค์ นายพสิษฐ์ จัดการนักออกแบบ (สื่อ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรม) นางสาวนิรชา เกตุแก้ว นักออกแบบ (ผลิตภัณฑ์จากไม้สัก) นางสาวหัสวดี นัดแบน แอดมินเพจหัตถวดี(เส้นใย ผ้าทอ จากเส้นใยธรรมชาติ)
นางสาวณัฐธิชา ลาวิน นักออกแบบ (เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย) 1 การวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนด้วยเครื่องมือ SWOT Analysis ผลของการวิเคราะห์สามารถสรุปในแต่ละประเด็นคือ S จุดแข็ง (Strengths) สิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว และเป็นข้อได้เปรียบ 1 วิหารวัดหนองบัวและจิตรกรรมฝาผนังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง 2 มีภูมิปัญญาไทลื้อที่หลากหลาย เช่น ผ้าทอ อาหารพื้นบ้าน งานจักสานไม้ไผ่ และฟ้อนรำ 3 ชุมชนมีปราชญ์ท้องถิ่นและกลุ่มอาชีพที่พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ 4 ชุมชนมีความเข้มแข็งและพร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว 5 มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น W จุดอ่อน (Weaknesses) สิ่งที่ชุมชนยังขาด หรือควรพัฒนา 1 กิจกรรมท่องเที่ยวยังไม่มีรูปแบบที่เป็นระบบ 2 ของที่ระลึกยังมีความหลากหลายน้อยและยังไม่สะท้อนอัตลักษณ์ได้ชัดเจน 3 การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ยังไม่ต่อเนื่อง 4 ขาดบุคลากรด้านการตลาดและการบริการนักท่องเที่ยว 5 ยังไม่มีระบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ชัดเจน O โอกาส (Opportunities) ปัจจัยภายนอกที่ช่วยสนับสนุน 1 นโยบายส่งเสริม Soft Power และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาครัฐ 2 แนวโน้มนักท่องเที่ยวสนใจการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการมีส่วนร่วม 3 เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยประชาสัมพันธ์และเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น 4 สามารถเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดน่าน 5 หน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัยสนับสนุนการพัฒนาชุมชน T อุปสรรค (Threats) ปัจจัยภายนอกที่เป็นความเสี่ยง 1 การแข่งขันจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอื่น 2 ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว 3 สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลง 4 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว 5 การสืบทอดภูมิปัญญาอาจลดลงหากคนรุ่นใหม่ไม่เข้ามามีส่วนร่วม สรุปประเด็นสำคัญที่ควรพัฒนา (Top Priorities)ให้ชุมชนเลือกเพียง 3 เรื่องที่สำคัญที่สุด เช่น 1 พัฒนากิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยว 2 พัฒนาผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกจากงานไม้ไผ่ ผ้าทอ และทุนวัฒนธรรมไทลื้อให้มีมูลค่าเพิ่ม 3 พัฒนาการประชาสัมพันธ์และการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
2 การจัดทำ Asset Mapping เพื่อสำรวจทุนทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญา บุคคล และเครือข่ายของชุมชน ภายหลังจากการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนด้วยเครื่องมือ SWOT Analysis คณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดกิจกรรม การจัดทำแผนที่ทุนของชุมชน (Asset Mapping) โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน (Participatory Process) เพื่อสำรวจ รวบรวม และจำแนกทุนที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ อันเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในลำดับถัดไป การดำเนินกิจกรรมแบ่งการสำรวจทุนของชุมชนออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่ 1 ทุนวัฒนธรรม เช่น วิหารวัดหนองบัว จิตรกรรมฝาผนังจันตคาดชาดก ประเพณี วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ไทลื้อ 2 ทุนทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ พืชท้องถิ่น วัสดุธรรมชาติ และภูมิทัศน์ของชุมชน 3ทุนภูมิปัญญา เช่น การทอผ้าไทลื้อ การประกอบอาหารพื้นบ้าน งานจักสานไม้ไผ่ การฟ้อนรำ และศิลปกรรมพื้นถิ่น 4 ทุนบุคคล ได้แก่ ปราชญ์ชุมชน กลุ่มอาชีพ ผู้นำชุมชน เยาวชน และผู้สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น 5 ทุนกายภาพ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ อาคาร สถานที่ ลานกิจกรรม ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ทุ 6 ทุนเครือข่าย ได้แก่ วัด โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายที่สนับสนุนการพัฒนาชุมชน ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น วิเคราะห์ศักยภาพของทุนแต่ละประเภท และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทุนในรูปแบบแผนที่ทุนของชุมชน เพื่อค้นหาศักยภาพในการต่อยอดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และเส้นทางท่องเที่ยววิถีไทลื้อ ผลการดำเนินกิจกรรม พบว่า ชุมชนสามารถระบุทุนที่มีศักยภาพและมีคุณค่าได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นกิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ ได้แก่ การชิมอาหารพื้นบ้าน การปั๊มลายผ้าไทลื้อ งานจักสานไม้ไผ่ การฟ้อนรำ และกิจกรรมศิลปกรรมจากแรงบันดาลใจจิตรกรรมฝาผนัง นอกจากนี้ ยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นฐานในการออกแบบ Creative Tourism Route Mapping และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในกิจกรรมถัดไปของโครงการ
ภายหลังจากการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนด้วยเครื่องมือ SWOT Analysis และการจัดทำแผนที่ทุนของชุมชน (Community Asset Mapping) คณะผู้ดำเนินโครงการได้นำ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) มาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวและการนำทุนวัฒนธรรมของชุมชนมาพัฒนาเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การดำเนินกิจกรรมใช้กระบวนการ Design Thinking จำนวน 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1 การทำความเข้าใจผู้ใช้ (Empathize) ศึกษาความต้องการ ความคาดหวัง และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการได้รับจากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อ 2 การกำหนดประเด็นปัญหา (Define) วิเคราะห์ปัญหาและข้อจำกัดของกิจกรรมท่องเที่ยวเดิม พร้อมกำหนดประเด็นที่ควรพัฒนาเพื่อเพิ่มคุณค่าและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง 3 การระดมความคิด (Ideate) เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันเสนอแนวคิดในการพัฒนากิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการ โดยอาศัยทุนวัฒนธรรมของชุมชนเป็นฐาน 4 การสร้างต้นแบบ (Prototype) ร่วมกันออกแบบต้นแบบกิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ เส้นทางการท่องเที่ยว และแนวคิดของที่ระลึกที่สามารถนำไปทดลองใช้ได้จริง 5 การทดสอบและรับข้อเสนอแนะ (Test) แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประเมินความเหมาะสมของต้นแบบ และปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับศักยภาพของชุมชนและความต้องการของนักท่องเที่ยว จากกระบวนการดังกล่าว ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถร่วมกันพัฒนาต้นแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านหนองบัว ได้แก่ การต้อนรับด้วยดนตรีและฟ้อนรำไทลื้อ การเรียนรู้เรื่องราววิหารวัดหนองบัวและจิตรกรรมฝาผนัง การชิมอาหารพื้นบ้าน (Food Tasting) การปั๊มลายผ้าไทลื้อ การเรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ และกิจกรรมศิลปกรรมจากแรงบันดาลใจจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนได้อย่างเป็นระบบ ผลการดำเนินกิจกรรม ทำให้ชุมชนมีความเข้าใจในกระบวนการออกแบบกิจกรรมโดยยึดนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง (User-Centered Design) สามารถนำทุนวัฒนธรรมที่มีอยู่มาสร้างคุณค่าเพิ่มผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ และได้ต้นแบบกิจกรรมที่พร้อมนำไปพัฒนาและทดลองใช้กับนักท่องเที่ยวในขั้นตอนต่อไปของโครงการ
ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรม ชุมชนเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการ Design Thinking ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ได้แนวคิดกิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ได้ต้นแบบกิจกรรมการเรียนรู้จากทุนวัฒนธรรมของชุมชน ได้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ไทลื้อ ได้ข้อมูลสำหรับจัดทำ Creative Tourism Route Mapping และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนในกิจกรรมถัดไป 4 การร่วมกันออกแบบ เส้นทางท่องเที่ยววิถีลื้อ (Creative Tourism Route Mapping)เชื่อมโยงวิหารวัดหนองบัว จิตรกรรมฝาผนัง ผ้าทอไทลื้อ อาหารพื้นบ้าน งานจักสานไม้ไผ่ ฟ้อนรำ และกิจกรรมศิลปกรรม ให้เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบมีส่วนร่วม ภายหลังจากการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน การสำรวจทุนของชุมชน และการใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) คณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดกิจกรรม การร่วมกันออกแบบเส้นทางท่องเที่ยววิถีไทลื้อ (Creative Tourism Route Mapping) โดยเปิดโอกาสให้คนในชุมชนร่วมกันกำหนดลำดับกิจกรรม จุดเรียนรู้ และประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับตลอดเส้นทางการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ การดำเนินกิจกรรมใช้กระบวนการระดมความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อคัดเลือกแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยเชื่อมโยง การต้อนรับด้วยดนตรีและฟ้อนรำไทลื้อ การเรียนรู้วิหารวัดหนองบัวและจิตรกรรมฝาผนัง การชิมอาหารพื้นบ้านไทลื้อ (Food Tasting) การเรียนรู้การปั๊มลายผ้าไทลื้อ การเรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ และกิจกรรมศิลปกรรมจากแรงบันดาลใจจิตรกรรมฝาผนัง ให้เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และมีส่วนร่วมกับชุมชนได้ตลอดกระบวนการ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมได้ร่วมกันกำหนดลำดับการเข้าชม ระยะเวลาของแต่ละกิจกรรม บทบาทของเจ้าบ้าน (Host) จุดบริการนักท่องเที่ยว และแนวทางการเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดความต่อเนื่อง ตั้งแต่การต้อนรับนักท่องเที่ยว การถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรม การสร้างประสบการณ์ร่วมผ่านกิจกรรม Workshop ไปจนถึงการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกของชุมชน ผลการดำเนินกิจกรรม ทำให้ชุมชนได้ต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อบ้านหนองบัวที่มีลำดับกิจกรรมชัดเจน สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ และสามารถนำไปพัฒนาเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวได้ในระยะต่อไป รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจกรรม Workshop และแผนบริหารจัดการหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ของชุมชน ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรม 1 ได้ต้นแบบ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อบ้านหนองบัว จำนวน 1 เส้นทาง 2 ได้ลำดับกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงทุนวัฒนธรรมของชุมชนอย่างเป็นระบบ 3 ได้แนวทางการจัดกิจกรรม Workshop ที่นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนร่วมได้จริง 4 ชุมชนมีความเข้าใจในการออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยยึดนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์กลาง 5 ได้ข้อมูลสำหรับพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ และการประชาสัมพันธ์ของชุมชนในกิจกรรมถัดไป
5 การระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดกิจกรรมต้นแบบและแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนในระยะต่อไป ภายหลังจากการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน การจัดทำแผนที่ทุนของชุมชน (Community Asset Mapping) การใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking) และการร่วมกันออกแบบเส้นทางท่องเที่ยววิถีไทลื้อ (Creative Tourism Route Mapping) คณะผู้ดำเนินโครงการได้จัดกิจกรรมระดมความคิดเห็นร่วมกับคนในชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนากิจกรรมต้นแบบ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง และสอดคล้องกับศักยภาพของชุมชน การดำเนินกิจกรรมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ความเป็นไปได้ และจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมที่ควรพัฒนาในระยะต่อไป โดยพิจารณาจากความพร้อมของทรัพยากร บุคลากร ภูมิปัญญาท้องถิ่น ความต้องการของนักท่องเที่ยว และโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผลจากการระดมความคิดเห็น ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนา กิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ต้นแบบ จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่ 1 กิจกรรมการต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยดนตรีพื้นบ้านและฟ้อนรำไทลื้อ 2 กิจกรรมเรียนรู้วิหารวัดหนองบัวและจิตรกรรมฝาผนัง กิ 3 จกรรมชิมอาหารพื้นบ้านไทลื้อ (Food Tasting) 4 กิจกรรมเรียนรู้งานจักสานไม้ไผ่ 5 กิจกรรมสร้างสรรค์ศิลปกรรมจากแรงบันดาลใจจิตรกรรมฝาผนังและการปั๊มลายผ้าลื้อ ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากงานจักสานไม้ไผ่ ผ้าทอไทลื้อ และศิลปกรรมท้องถิ่น ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการออกแบบและการสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มีรูปแบบร่วมสมัย ตอบสนองความต้องการของตลาด และสามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนในระยะต่อไป นอกจากนี้ ชุมชนยังได้ร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาการบริการด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ การจัดระบบการต้อนรับนักท่องเที่ยว การกำหนดบทบาทของผู้ให้บริการ การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการสร้างเรื่องเล่าของชุมชน (Storytelling) เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ผลการดำเนินกิจกรรม ทำให้ชุมชนมีแนวทางการพัฒนากิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ชัดเจน สามารถนำไปใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานของกิจกรรมถัดไปของโครงการ รวมทั้งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์วิถีไทลื้อบ้านหนองบัวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ผลลัพธ์ที่ได้จากกิจกรรม 1 ได้กิจกรรม Workshop เชิงสร้างสรรค์ต้นแบบ จำนวน 5 กิจกรรม 2 ได้แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกจากทุนวัฒนธรรมของชุมชน 3 ได้แนวทางการพัฒนาการบริการและการต้อนรับนักท่องเที่ยว 4 ได้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์และการตลาดออนไลน์
5 ได้แผนการดำเนินงานสำหรับกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และกิจกรรมท่องเที่ยว รายงานโดย นางสาวบุญวรานันท์ สุขเกิด วันที่รายงาน 02/07/2569 [21942] |
60398 | 25 |







