เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
เทคโนโลยีการผลิตน้ำข้าวบดเสริมแร่ธาตุและไฟเบอร์ สำหรับผู้มีปัญหาการกลืน จะใช้เทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต ได้แก่ 1) การคัดเลือกและเตรียมวัตถุดิบ (Ingredient Selection & Preparation) เลือกข้าวหอมมะลิหรือข้าวกล้องคุณภาพดี ซึ่งจะเป็นแหล่งของแร่ธาตุและไฟเบอร์ เลือกแหล่งแร่ธาตุที่มีคุณภาพ เช่น แร่ธาตุจากผักหรือผลไม้ที่ไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบย่อยอาหาร เช่น สาหร่ายทะเล หรือแร่ธาตุเสริมจากแหล่งธรรมชาติ เลือกไฟเบอร์จากแหล่งธรรมชาติ เช่น เส้นใยจากข้าวกล้อง ผักผลไม้ หรือเส้นใยจากพืช 2) การบดและการปรับสภาพ (Milling & Homogenization) ใช้เครื่องบดละเอียดที่สามารถทำให้ข้าวบดเป็นเนื้อเดียวกันและเนียนละเอียด เพื่อให้ง่ายต่อการกลืน ใช้เครื่องผสมและเครื่องพาสเจอร์ไรส์เพื่อลดการปนเปื้อนและยืดอายุการเก็บรักษา 3) การเสริมแร่ธาตุและไฟเบอร์ (Fortification Technology) เติมแร่ธาตุจากสารสกัดธรรมชาติ เช่น แคลเซียมจากแคลเซียมคาร์บอเนต หรือแมกนีเซียมจากผงมะขาม ใช้เส้นใยธรรมชาติที่มาจากข้าวกล้องหรือผักที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ฟักทอง หรือข้าวโพด 4) การฆ่าเชื้อและการพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization & Sterilization) ใช้การพาสเจอร์ไรส์ที่อุณหภูมิ 70-75°C เป็นเวลา 20 นาที เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการและยืดอายุการเก็บรักษา ปรับอุณหภูมิและเวลาให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้สารอาหารสูญเสียไป 5) การบรรจุและการจัดเก็บ (Packaging & Storage) ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ขวดพลาสติกหรือกระป๋องที่สามารถปิดผนึกสุญญากาศเพื่อป้องกันการปนเปื้อน บรรจุน้ำข้าวบดในภาชนะที่ไม่ซึมซับออกซิเจนและไม่ทำให้เสียรสชาติ
สูตรน้ำข้าวบดเสริมแร่ธาตุและไฟเบอร์สำหรับผู้มีปัญหาการกลืน มีส่วนส่วนผสม ประกอบด้วย ข้าวกล้องหรือลูกเดือย 100 กรัม น้ำสะอาด 1,000 มิลลิลิตร แคลเซียมคาร์บอเนต 2 กรัม (หรือแร่ธาตุเสริมอื่น ๆ ที่เหมาะสม)
เส้นใยจากฟักทองบด 20 กรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา (เพื่อเพิ่มกรดไขมันที่ดี) น้ำผึ้ง (หรือสารให้ความหวานธรรมชาติ) 1 ช้อนชา สารสกัดจากข้าวโพดหรือข้าวกล้อง 10 กรัม (เสริมไฟเบอร์) โดยนำส่วนประกอบผ่านdรรมวิธีการผลิต ดังนี้
1) การเตรียมข้าว ล้างข้าวกล้องให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที นำข้าวไปต้มในน้ำสะอาดที่อุณหภูมิ 100°C จนข้าวสุกและนุ่ม
2) การบดข้าว ใช้เครื่องบดให้ข้าวสุกละเอียดจนกลายเป็นข้าวบดเนื้อเนียน หากต้องการเพิ่มความข้น สามารถเติมน้ำเล็กน้อยเพื่อปรับความข้นของน้ำข้าวบด
3) การเสริมแร่ธาตุและไฟเบอร์ เติมแคลเซียมคาร์บอเนตและสารสกัดจากฟักทองลงในข้าวบด เติมเส้นใยจากข้าวโพดหรือข้าวกล้องลงไปในข้าวบด เติมน้ำมันมะพร้าวและน้ำผึ้งเพื่อเพิ่มความหอมและคุณค่าทางอาหาร
4) การพาสเจอร์ไรส์ พาสเจอร์ไรส์น้ำข้าวบดที่อุณหภูมิ 70-75°C เป็นเวลา 20 นาที เพื่อฆ่าเชื้อและรักษาคุณค่าทางโภชนาการ ปรับอุณหภูมิให้ไม่เกิน 80°C เพื่อไม่ให้สารอาหารเสื่อมสภาพ
5) การบรรจุ เทน้ำข้าวบดที่ได้ลงในขวดหรือกระป๋องที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อ ปิดฝาให้แน่นเพื่อรักษาความสดใหม่และยืดอายุการเก็บรักษา
6) การจัดเก็บและจำหน่าย เก็บน้ำข้าวบดในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4°C น้ำข้าวบดสามารถเก็บได้ประมาณ 7-10 วันโดยไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหาร สามารถจำหน่ายในรูปแบบ Ready-to-Drink (RTD) หรือส่งในภาชนะพร้อมดื่ม
เทคนิค: การใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาวจะช่วยเพิ่มไฟเบอร์และสารอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น การเติมน้ำมันมะพร้าวช่วยให้มีกรดไขมันที่ดี ซึ่งดีต่อสุขภาพและสามารถช่วยในการดูดซึมวิตามิน ควบคุมอุณหภูมิในการพาสเจอร์ไรส์เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของสารอาหารจากข้าวและแร่ธาตุ
