เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
ชื่อ
การปรับปรุงกระบวนการไบโอไฮโดรจีเนชั่นในกระเพาะหมักของโคนมโดยใช้น้ำมันจากพืชและสารแทนนินเพื่อเพิ่มปริมาณกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ในน้ำนม
ชม 30 ครั้ง
เจ้าของ
ดร.ชยพล มีพร้อม
เมล์
chayapol.me@rmuti.ac.th
รายละเอียด
- เพื่อเปรียบเทียบผลผลิตน้ำนม องค์ประกอบน้ำนม ผลผลิตจากกระบวนการหมักย่อยในกระเพาะหมักและการย่อยได้ของโคนมที่ทำการเสริมสารแทนนินร่วมกับน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันลินสีด
- เพื่อศึกษากรดไขมันในน้ำนมและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดในโคนมที่ทำการเสริมสารแทนนินร่วมกับน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันลินสีด โดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงกรดไขมันในกระเพาะหมักมีแบคทีเรียที่ดำเนินการโดยหลักอยู่ 2 กลุ่มคือ กลุ่ม A ที่มีหน้าที่หลักในการเปลี่ยนแปลงกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตัวแหน่ง (Polyunsaturated fatty acids; PUFA) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) เช่น Vaccenic acid และ Oleic acid ในส่วนของกลุ่ม B จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตัวแหน่งและกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวได้เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งหากสามารถยับยั้งแบคทีเรียกลุ่ม B โดยไม่ส่งผลต่อแบคทีเรียกลุ่ม A จะส่งผลให้มี Vaccenic acid เกิดขึ้นในกระเพาะหมักที่สูง และส่งไปยังเต้านมเพื่อมีการสังเคราะห์ CLAs ในน้ำนมที่มากขึ้น หลักคิดดังกล่าวมาปรับใช้โดยการนำน้ำมันที่ได้จากพืชที่เป็นแหล่งของ Linoleic acid ร่วมกับการใช้แทนนินซึ่งมีความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรียโดยเฉพาะแบคทีเรียในกลุ่ม Clostridium proteoclasticum และ Butyrivibrio proteoclasticus ซึ่งเป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่หน้าที่ในการเปลี่ยนแปลงกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตัวแหน่งและกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวได้เป็นกรดไขมันอิ่มตัว อย่างไรก็ตามการเสริมไขมันลักษณะดังกล่าวก็มีความเสี่ยงต่อประสิทธิภาพของการให้ผลผลิตของโคนมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไขมันน้ำนมและปริมาณน้ำนมจากผลกระทบเรื่องของประสิทธิภาพการย่อยได้ที่ลดลง และการเกิดขึ้นของกรดไขมัน t10,c12-CLA ที่สามารถยับยั้งการสังเคราะห์ไขมันน้ำนมด้วยการศึกษานี้จึงมุ่งหวังศึกษาการปรับปรุงกรดไขมันในน้ำนมของโคนมให้มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของโคนม
บันทึกโดย