เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
ปัจจุบันการผลิตโคนมมีปัญหาเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรายย่อยอย่างมาก ทำให้ต้องมีการศึกษาค้นคว้าหาแหล่งวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นและปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้สูงที่สุด อีกทั้งกระบวนการผลิตโคนมมีการผลิตแก๊สมีเทนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกิดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนของโลก จำเป็นต้องมีนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาพัฒนาแหล่งอาหารให้มีคุณภาพมากที่สุด โดยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่การปลูกพืชในระบบเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันภาครัฐได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกพืชหลังนา ซึ่งมันเทศก็เป็นพืชที่เป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์ ดังนั้นจึงทำให้มีพื้นที่การเพาะปลูกมันเทศเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าอดีต โดยบางฤดูกาลมีผลผลิตของมันเทศจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่า ในกระบวนการผลิตมันเทศ มักจะมีมันเทศบางส่วนที่ถูกทำลายจากโรคและแมลง (ด้วงงวงมันเทศ) มันเทศจะถูกคัดทิ้งประมาณ 20-50% ดังนั้นการนำมันเทศเหลือทิ้งมาปรับปรุงคุณภาพกับวัตถุดิบอื่นๆให้เป็นอาหารก้อนคุณภาพสูงจึงมีความสำคัญมาก โดยมันเทศ (Sweet potato) เป็นพืชทางเลือกของประเทศไทยที่มีการส่งเสริมการเพาะปลูกในระบบอินทรีย์และมีปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการผลิตมันเทศมักจะมีบางส่วนที่ถูกทำลายจากโรคและแมลง (ด้วงงวงมันเทศ) ซึ่งมันเทศจะถูกคัดทิ้งประมาณ 20-50 %ของการผลิตทั้งหมด ซึ่งสามารถนำมาเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพได้ โดยมันเทศ เป็นแหล่งพลังงานที่ย่อยสลายง่าย และมีสารเคมีหลายชนิดที่มีผลต่อกระบวนการหมักย่อยในกระเพาะรูเมน ได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซีแซนทิน (Zeaxanthin) และ เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) (สุปรีณา, 2552) โดยสารสีต่างๆเป็นสารที่พบได้ในมันเทศสีม่วง มันเทศสีส้ม และมันเทศสีเหลือง จะมีบทบาทในการต้านจุลชีพ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถกระตุ้นการย่อยได้ของสารอาหาร กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ลดความเครียดออกซิเดชัน การสร้างสเปิร์ม การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และปรับปรุงการผลิตน้ำนม และการผลิตก๊าซมีเทนที่ลดลงในการผลิตสัตว์เคี้ยวเอื้องอีกด้วย (Khonkhaeng et al, 2021) จากการศึกษาของ Ampapon et al. (2019) พบว่า การใช้ผงปลีกล้วย (Musa sapientum L.) (BFP) มาใช้เป็นสารบัฟเฟอร์ในกระเพาะรูเมน เนื่องจากมีแร่ธาตุที่มีความเข้มข้นสูง ความคงตัวของค่า pH ในกระเพาะรูเมนถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อสมดุลระบบนิเวศกระเพาะกระเพาะรูเมนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากการเกิดสภาวะที่เป็นกรดในรูเมนต่ำกว่า 6.0 จะส่งผลอย่างมากต่อการทำงานของจุลินทรีย์และกระบวนการหมักในรูเมน ในขณะเดียวกัน เปลือกเงาะเป็นผลพลอยได้จากโรงงานแปรรูปผลไม้กระป๋อง ประกอบด้วยสารพฤกษะเคมี เช่น แทนนิน (10%) และซาโปนิน (8%) ซึ่งการเสริมผงเปลือกเงาะในโคนมทำให้ประสิทธิภาพของกระบวนการหมักกระเพาะรูเมนดีขึ้น ลดประชากรโปรโตซัว ลดการผลิต CH4 และทำให้คุณภาพน้ำนมสูงขึ้น (Ampapon et al., 2021) ดังนั้นการทำโครงการวิจัยในครั้งนี้มีแนวทางที่จะศึกษาเพื่อให้ยังประโยชน์วัตถุดิบคุณภาพสูงที่มีในท้องถิ่นนำมาผลิตเป็นอาหารก้อนคุณภาพสูง และเพื่อพัฒนาต่อยอดไปใช้ประโยชน์ที่เป็นฐานข้อมูล ก่อให้เกิดองค์ความรู้ในการผลิตโคนม และการวิจัยในระดับที่สูงในอนาคต