2568 การพัฒนาศักยภาพด้านการยกระดับห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ   0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
4 [20911]

กิจกรรมที่ 5 (5) จัดทำต้นแบบผ้าปักและยื่นขอรับรองตามมาตรฐาน มผช. ผ้าปัก (249/2558)
ขั้นตอนการดำเนินงานนี้เป็นการนำผลการทดสอบความคงทนของสีย้อมมาใช้ในกระบวนการผลิตจริง เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. การคัดเลือกวัสดุและเตรียมผืนผ้า: เลือกใช้ผ้าฝ้ายทอมือคุณภาพสูง ขนาด 95x130 เซนติเมตร เป็นวัสดุหลัก เพื่อสะท้อนถึงอัตลักษณ์งานหัตถกรรมพื้นถิ่น
2. การถ่ายทอดลวดลายและงานปักประณีตศิลป์: ดำเนินการปักลวดลาย "ปลาคู่" ผสมผสานกับ "ลายดอกไม้" โดยใช้เส้นด้ายที่ผ่านการย้อมสีธรรมชาติคุณภาพสูงสุด
3. การควบคุมคุณภาพฝีเข็ม (Precision Embroidery): เน้นความสม่ำเสมอของฝีเข็มในระดับมาตรฐานสากล ตรวจสอบและกำจัดข้อบกพร่องที่เกิดจากกระบวนการทำมือ (Hand-crafted Defects) อย่างละเอียดทุกจุด
4. การเข้าสู่กระบวนการรับรองมาตรฐาน: ดำเนินการยื่นผลิตภัณฑ์ต้นแบบต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อขอรับการตรวจประเมินตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ผ้าปัก 249/2558
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)
• กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ: ในฐานะผู้ผลิตที่ได้รับการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรม
• สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่: หน่วยงานภาครัฐผู้ตรวจสอบและให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์
• กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: ผู้บริโภคที่มองหาสินค้าที่มีคุณภาพได้รับการรับรองมาตรฐาน
ผลผลิต (Outputs)
• ผลิตภัณฑ์ต้นแบบผ้าปัก: ผ้าฝ้ายทอมือปักลวดลายปลาคู่ร่วมสมัย ขนาด 95x130 เซนติเมตร จำนวน 1 ชิ้น
• การยื่นขอรับรองมาตรฐาน: เอกสารหลักฐานการยื่นขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม
ผลลัพธ์ (Outcomes)
• การยอมรับในระดับมาตรฐาน: ผลิตภัณฑ์มีความพร้อมสูงสุดในการผ่านการรับรอง มผช. ซึ่งเป็นการยืนยันคุณภาพในระดับจังหวัดและประเทศ
• ความเชื่อมั่นในตราสินค้า: การได้รับการรับรองมาตรฐาน มผช. ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตสินค้าคุณภาพสูง (High-end Craftsmanship) ของกลุ่ม

 


สรุปผลการดำเนินงาน
การจัดทำต้นแบบในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการผลิตผ้าปักขึ้นมาหนึ่งชิ้น แต่คือการพิสูจน์คุณภาพผลิตภัณฑ์ของกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ การเลือกใช้ผ้าฝ้ายทอมือประกอบกับงานปักที่ปราณีต ถือเป็นการท้าทายขีดความสามารถของสมาชิกกลุ่มในการผลิตงานประณีตศิลป์ที่สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาการ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/12/2568 [20911]
10000 0
4 [20909]

กิจกรรมที่ 4 ออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปัก
กิจกรรมนี้มุ่งเน้นที่การออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปัก เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีความโดดเด่นและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นสุภาพสตรีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
2. เพื่อนำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบลวดลายปักให้มีความร่วมสมัย

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน:
1. การกำหนดแนวคิดในการออกแบบ: วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและเทรนด์แฟชั่น เพื่อกำหนดแนวทางการออกแบบเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ
2. การออกแบบลวดลายปัก:
- แรงบันดาลใจ: ใช้ "ลายปลาคู่" ซึ่งเป็นลวดลายดั้งเดิมของชุมชนออนใต้ที่ปรากฏบนเครื่องถ้วย สันกำแพงมาเป็นสัญลักษณ์หลัก
- การประยุกต์: ผสมผสานลวดลายปลาคู่และลายดอกไม้ เพื่อเพิ่มความอ่อนช้อยและทำให้ลวดลายมีความร่วมสมัยมากขึ้น
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ: ได้รับการออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปักที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้
2. นักออกแบบ/ที่ปรึกษา: เป็นผู้ให้แนวคิดและสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ ซึ่งช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคนิคให้กับกลุ่ม
3. ผู้บริโภค: ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์สวยงาม มีเรื่องราวเบื้องหลัง และมีคุณภาพดี
4. ชุมชน: เกิดการอนุรักษ์และสืบสานลวดลายดั้งเดิมของชุมชน ทำให้เอกลักษณ์ท้องถิ่นยังคงอยู่และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ
ผลผลิต
1. รูปแบบผลิตภัณฑ์: รูปแบบผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคและศักยภาพการผลิตของกลุ่มจำนวน 10 รูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลเลคชั่น คอลเลคชั่นละ 5 รูปแบบ
2. ลวดลายปัก: ลวดลายปักปลาคู่ผสมดอกไม้ และลวดลายธรรมชาติที่พร้อมสำหรับการผลิตเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ผลลัพธ์
1. เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์: การออกแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
2. ขยายฐานลูกค้า: ผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัยสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้
3. สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น: การนำลวดลายดั้งเดิมมาใช้ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน
4. ส่งเสริมการตลาด: ดีไซน์และเรื่องราวเบื้องหลังของลายปักสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจ
สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปักนี้เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ "ซะป๊ะวลัยพรรณ" โดยการนำลายปักปลาคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่นมาผสมผสานกับลวดลายดอกไม้ และลวดลายธรรมชาติ เพื่อให้ผลงานอ่อนช้อยและร่วมสมัย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรมและความน่าสนใจในเชิงพาณิชย์ จำนวน 10 รูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลเลคชั่น คอลเลคชั่นละ 5 รูปแบบ การออกแบบที่คำนึงถึงกลุ่มลูกค้ายังช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจะสามารถแข่งขันในตลาดได้จริง และช่วยให้โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/12/2568 [20909]
15000 5
4 [20903]

กิจกรรมที่ 3 ทดสอบและประเมินผลความคงทนของสีย้อมต่อการใช้งาน
กระบวนการนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่ดำเนินการหลังจากการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อให้แน่ใจว่าเส้นด้ายที่ดำเนินการย้อมสีธรรมชาติภายใต้การทำงานของกลุ่มมีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่กำหนด โดยได้นำเส้นด้ายที่ผ่านการย้อมสีจากพืชท้องถิ่นมาทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการทดสอบและพัฒนานางานสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
ขั้นตอนการดำเนินงาน
การทดสอบได้มุ่งเน้นในประเด็นสำคัญดังนี้:
1) ความคงทนต่อการซักล้าง: เพื่อประเมินความคงทนของสีย้อมว่ามีการตกสีและซีดจางหรือไม่เมื่อผ่านการซักล้าง
2) ความคงทนต่อเหงื่อ: เพื่อประเมินว่าสีย้อมมีการตกสีหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่เมื่อสัมผัสกับเหงื่อ
3) ความคงทนของสีต่อแสงแดดเทียม: เพื่อประเมินว่าเส้นด้ายสีซีดจางหรือไม่เมื่อถูกแสงแดด
4) ความคงทนต่อการขัดถู: เพื่อประเมินว่าสีย้อมคงทนหรือไม่เมื่อมีการเสียดสีหรือขัดถู
5) ความเป็นกรด-ด่าง: เพื่อตรวจสอบว่าเส้นด้ายเมื่อผ่านการย้อมมีสภาวะเช่นไร
ผลที่ได้รับ
ผลการทดสอบ พบว่า เส้นด้ายที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติทุกชนิดผ่านเกณฑ์มาตรฐานผ้าปัก 249/2558 (แบบใช้งานที่สัมผัสกับร่างกาย) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินความคงทนของสีย้อมก่อนนำไปใช้งานจริง ผลลัพธ์นี้ยืนยันว่ากระบวนการย้อมสีธรรมชาติของกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณมีคุณภาพสูง และสามารถนำเส้นด้ายที่ย้อมไปใช้ผลิตเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องมีการปรับปรุงกระบวนการเพิ่มเติมในเบื้องต้น
สรุปผลการดำเนินงาน
ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นเพื่อสร้างเอกลักษณ์ แต่ยังใส่ใจในเรื่องคุณภาพและความคงทนของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดในอนาคต

(4) ออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปัก
กิจกรรมนี้มุ่งเน้นที่การออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปัก เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีความโดดเด่นและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นสุภาพสตรีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป
2. เพื่อนำเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบลวดลายปักให้มีความร่วมสมัย

 

ขั้นตอนการดำเนินงาน:
1. การกำหนดแนวคิดในการออกแบบ: วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและเทรนด์แฟชั่น เพื่อกำหนดแนวทางการออกแบบเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าของกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ
2. การออกแบบลวดลายปัก:
- แรงบันดาลใจ: ใช้ "ลายปลาคู่" ซึ่งเป็นลวดลายดั้งเดิมของชุมชนออนใต้ที่ปรากฏบนเครื่องถ้วย สันกำแพงมาเป็นสัญลักษณ์หลัก
- การประยุกต์: ผสมผสานลวดลายปลาคู่และลายดอกไม้ เพื่อเพิ่มความอ่อนช้อยและทำให้ลวดลายมีความร่วมสมัยมากขึ้น
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ: ได้รับการออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปักที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้สามารถผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดได้
2. นักออกแบบ/ที่ปรึกษา: เป็นผู้ให้แนวคิดและสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ ซึ่งช่วยถ่ายทอดความรู้และเทคนิคให้กับกลุ่ม
3. ผู้บริโภค: ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์สวยงาม มีเรื่องราวเบื้องหลัง และมีคุณภาพดี
4. ชุมชน: เกิดการอนุรักษ์และสืบสานลวดลายดั้งเดิมของชุมชน ทำให้เอกลักษณ์ท้องถิ่นยังคงอยู่และถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ
ผลผลิต
1. รูปแบบผลิตภัณฑ์: รูปแบบผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคและศักยภาพการผลิตของกลุ่มจำนวน 10 รูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลเลคชั่น คอลเลคชั่นละ 5 รูปแบบ
2. ลวดลายปัก: ลวดลายปักปลาคู่ผสมดอกไม้ และลวดลายธรรมชาติที่พร้อมสำหรับการผลิตเป็นสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ผลลัพธ์
1. เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์: การออกแบบที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
2. ขยายฐานลูกค้า: ผลิตภัณฑ์ที่มีความร่วมสมัยสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้
3. สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น: การนำลวดลายดั้งเดิมมาใช้ช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน
4. ส่งเสริมการตลาด: ดีไซน์และเรื่องราวเบื้องหลังของลายปักสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารการตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจ
สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และลวดลายปักนี้เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ "ซะป๊ะวลัยพรรณ" โดยการนำลายปักปลาคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่นมาผสมผสานกับลวดลายดอกไม้ และลวดลายธรรมชาติ เพื่อให้ผลงานอ่อนช้อยและร่วมสมัย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรมและความน่าสนใจในเชิงพาณิชย์ จำนวน 10 รูปแบบ โดยแบ่งออกเป็น 2 คอลเลคชั่น คอลเลคชั่นละ 5 รูปแบบ การออกแบบที่คำนึงถึงกลุ่มลูกค้ายังช่วยให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกมาจะสามารถแข่งขันในตลาดได้จริง และช่วยให้โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/12/2568 [20903]
10000 0
4 [20902]

กิจกรรมที่ 2 ถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ
กิจกรรมนี้มุ่งเน้นที่การถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเริ่มจากการเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจในการฝึกอบรม การสำรวจทรัพยากรพืชในท้องถิ่น และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
1. พัฒนาศักยภาพและความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติให้กับสมาชิกกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ
2. เพื่อสำรวจและระบุชนิดของพืชที่ให้สีในชุมชนเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในย้อมีธรรมชาติ
3. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการให้แก่กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ สำหรับยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
ขั้นตอนการดำเนินงาน:
1. การอบรมเชิงปฏิบัติการ: จัดอบรมเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการย้อมสีธรรมชาติบนเส้นด้ายฝ้ายเบอร์ 10/3, เส้นด้ายเรยอน เบอร์ 20/2 และเส้นด้ายใยกัญชง รวมถึงเทคนิคการเตรียมเส้นด้าย, การสกัดสีจากพืช, และการย้อมสี ให้แก่สมาชิกกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ จำนวน 22 คน
2. การสำรวจพืชให้สี: สำรวจพื้นที่ในชุมชนเพื่อระบุและจัดเก็บตัวอย่างพืชที่ให้สี โดยเน้นพืชที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต้นนนทรีย์, ต้นประดู่, ต้นมะค่า, ต้นรางแดง, ต้นติ้ว, ต้นมะริดไม้, ต้นทองกวาว
3. การออกแบบเส้นด้ายย้อมสีธรรมชาติ
4. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ บนเส้นด้ายฝ้ายเบอร์ 10/3, เส้นด้ายเรยอน เบอร์ 20/2 และเส้นด้ายใยกัญชง จำนวน 10 เฉดสี ให้แก่สมาชิกกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ จำนวน 22 คน


ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ: เป็นผู้รับการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีโดยตรง ทำให้สามารถเพิ่มทักษะและนำความรู้ไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
2. ผู้เชี่ยวชาญ/วิทยากร: เป็นผู้ให้ความรู้ เทคนิคในการคัดเลือกพืชให้สีย้อม และการย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้กลุ่มสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีคุณภาพ
3. ชุมชน: ได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และอาจมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ในอนาคต
4. ผู้บริโภค: ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า
ผลผลิต
1. สมาชิกที่ผ่านการอบรม: สมาชิกกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 22 คนและมีความรู้ด้านการย้อมสีธรรมชาติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
2. จำนวนเฉดสีย้อมที่ได้จากพืชในท้องถิ่น ได้แก่ เปลือกต้นนนทรีย์, เปลือกต้นประดู่, ใบต้นรางแดง, ใบต้นมะริดไม้, ดอกทองกวาว, คราม, รังครั่ง, ผลมะเกลือ จำนวน 10 เฉดสี
ผลลัพธ์
1. ทักษะเพิ่มขึ้น:
1.1 สามารถนำความรู้และเทคนิคการคัดเลือกชนิดพืชให้สีย้อมธรรมชาติไปใช้ในการเลือกพืชมาใช้เป็นวัตถุดิบให้สีย้อม
1.2 สามารถย้อมเส้นด้ายที่มีเฉดสีที่หลากหลายจากสีธรรมชาติและมีความคงทนต่อการใช้งาน
2. ลดต้นทุนการผลิต: การใช้ทรัพยากรจากท้องถิ่นช่วยลดต้นทุนในการจัดซื้อวัตถุดิบ
3. ผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์: ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สีย้อมจากพืชท้องถิ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น
4. เกิดการพึ่งพาตนเอง: ชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในการสร้างอาชีพและรายได้ได้อย่างยั่งยืน
สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติครั้งนี้ ทางกลุ่มได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นในการย้อมสีจากธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม จำนวน 10 เฉดสี การสำรวจพืชให้สีในชุมชนเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต ผลการดำเนินงานนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม โดยการเปลี่ยนจากการใช้วัตถุดิบในการผลิตสินค้าภายนอกชุมชน มาเป็นการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นและย้อมสีธรรมชาติด้วยตนเอง ทำให้ผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 30/12/2568 [20902]
55902 20
4 [20181]

แผนงานในปีถัดไป
ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ ทดสอบและประเมินผลความคงทนของสีย้อม ต่อการใช้งาน ออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคและศักยภาพการผลิตของกลุ่มโดยใช้ลายปักปลาคู่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ท้องถิ่นมาผสมผสานกับความร่วมสมัย เป็นลวดลายที่ตกแต่งลงบนเสื้อผ้า โดยใช้เทคนิคการปักด้วยมือจากเส้นด้ายย้อมสีธรรมชาติที่ทำการย้อมด้วยสีธรรมชาติของกลุ่ม จัดทำต้นแบบผ้าปักและยื่นขอรับรองตามมาตรฐาน มผช. ผ้าปัก (249/2558) และวิเคราะห์และประเมินผลการทดสอบ
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 25/09/2568 [20181]
0 0
4 [20177]

ชื่อกิจกรรมที่ 1 จัดเตรียมวัสดุสิ่งทอ สีธรรมชาติ สารช่วยย้อม และวัสดุอุปกรณ์ในการย้อมสีธรรมชาติ
รายละเอียดกิจกรรมที่ 1.
วัตถุประสงค์: เพื่อจัดหาและจัดเตรียมวัสดุที่จำเป็นสำหรับการย้อมสีธรรมชาติ เพื่อให้สมาชิกกลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณสามารถนำไปใช้ในการย้อมสีเส้นด้ายชนิดต่างๆ ด้วยสีธรรมชาติได้ โดยมีขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมดังนี้
1. การสำรวจความต้องการ: ประเมินปริมาณและชนิดของวัสดุที่จำเป็นตามแผนการผลิต
2. การจัดหาวัตถุดิบ: คัดเลือกและจัดซื้อเส้นด้ายคุณภาพดีที่เหมาะสมกับการใช้งานและการย้อมสีธรรมชาติ ได้แก่ เส้นด้ายฝ้ายเบอร์ 10/3, เส้นด้ายเรยอนเบอร์ 20 และเส้นด้ายใยกัญชง รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบสีธรรมชาติจากแหล่งที่เชื่อถือได้
3. การจัดซื้ออุปกรณ์: จัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการย้อมสี เช่น อุปกรณ์ในการย้อม, อุปกรณ์ตวงวัด, ถุงมือ, สารช่วยย้อม, วัสดุในการทดสอบความคงทน และอื่นๆ
4. การตรวจสอบคุณภาพ: ตรวจสอบคุณภาพของวัสดุและอุปกรณ์ที่จัดซื้อมาเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

ผู้ร่วมกิจกรรม
1. ผศ.ญาณิศา โกมลสิริโชค
2. ผศ.ตยานิตย์ มิตร์แปง
3. อาจารย์พัชราภา ศักดิ์โสภิณ
4. นายสุริยนต์ สูงคำ
5. นางวลัยพรรณ ไชยเบญจพงศ์
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
1. กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณ: ได้ใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการผลิต ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
2. ผู้จัดจำหน่าย: ได้รับโอกาสทางธุรกิจจากการจัดจำหน่ายวัสดุสิ่งทอ วัตถุดิบ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
3. ผู้บริโภค: ได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้สีจากธรรมชาติ
4. หน่วยงานสนับสนุนโครงการ: เป็นผู้ติดตามและประเมินผลการจัดซื้อจัดจ้าง

 

ผลผลิต
1. บัญชีรายการวัสดุ: รายการที่ระบุชนิดและปริมาณของวัสดุสิ่งทอ, วัตถุดิบย้อมสีธรรมชาติ, และอุปกรณ์ที่จัดซื
2. ชุดวัตถุดิบพร้อมใช้งาน: ชุดวัสดุและอุปกรณ์ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการย้อมสีธรรมชาติ

ผลลัพธ์
1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: มีวัสดุและอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน ทำให้กระบวนการผลิตไม่สะดุด
2. ยกระดับคุณภาพสินค้า: การเลือกใช้วัสดุและสีที่มีคุณภาพดีช่วยยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์
3. สร้างความยั่งยืน: การใช้วัสดุและสีจากธรรมชาติช่วยส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สรุปผลการดำเนินงาน
กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมแรกและเป็นกิจกรรมสำคัญของโครงการ เนื่องจากช่วยให้กลุ่มซะป๊ะวลัยพรรณมีวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการฝึกอบรมการย้อมสีธรมชาติอย่างครบถ้วนและจำเป็นสำหรับการใช้งาน การจัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้นนี้ ส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และส่งเสริมภาพลักษณ์ของกลุ่มในฐานะผู้ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้โครงการสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างเป็นรูปธรรม
 



รายงานโดย นางสาวอภิญญา ไชยวงค์ วันที่รายงาน 25/09/2568 [20177]
75022.5 5