2568 การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมกระเหรี่ยงโปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม   0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
4 [20952]

การประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการ
1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพมาตรฐาน
- สามารถวิเคราะห์ความต้องการลูกค้า (โดยเฉพาะกลุ่มดิโอสยาม) ได้ชัดเจน นำไปสู่การปรับตัว เช่น การทำกระเป๋าผ้าทอขนาดเล็กที่ตอบโจทย์การใช้งานปัจจุบัน และการแก้ปัญหาสีดำของเครื่องเขินด้วยการเพิ่มเทคนิคการติดผิวไผ่หรือการเว้นพื้นที่
- การยกระดับสู่ มผช.: แม้จะมีความล่าช้าด้านการสื่อสารในช่วงแรก แต่มีความเข้าใจขั้นตอนการผลิตอย่างละเอียด เพื่อคุมมาตรฐานในผ้าทอ เพื่อมุ่งสู่การได้รับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการรวมถึงการต่ออยุในอนาคต
2. ด้านการสร้างการรับรู้และคุณค่าแบรนด์
- การเปลี่ยนมุมมองลูกค้าที่โดยผ่านการเล่าเรื่องของคนในชุมชนเอง
- แบรนด์ได้รับการการันตีคุณภาพผ่านการเชิญไปร่วมงานสัมมนาวิชาการและการจัดแสดงในงานระดับชาติ (OTOP CITY 2025) ทำให้เข้าถึงกลุ่มนักออกแบบและนักวิชาการได้สำเร็จ
3. ด้านนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยี
- การสร้างนักเล่าเรื่องด้วยเทคโนโลยี AI (Gemini) ช่วยให้คนรุ่นใหม่มีความกล้าและ สามารถเขียนคำบรรยายสินค้าและแต่งภาพได้สวยงาม
- ชุมชนมีความกล้าในการผลิตสื่อเอง โดยเน้นความจริงใจผ่านคลิปสั้น เช่น การพาไปดูต้นรักใหญ่ หรือการนั่งทำงานในตู้อบยางรัก ซึ่งสร้างแรงดึงดูดใจได้ดีกว่าภาพนิ่งทั่วไป
4. ด้านผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- เกิดพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน กิจกรรมประสบความสำเร็จในการดึงดูดคนหลายกลุ่ม (นักเรียน นักศึกษา ชาวต่างชาติ) เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรม
- การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างงานให้ผู้สูงอายุและสตรีผ่านงานหัตถกรรมที่บ้าน โดยมีการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การงดเผาป่าและรักษาต้นรักใหญ่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญ



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 31/12/2568 [20952]
86123 0
4 [20951]

กิจกรรมที่ 6 การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ และถ่ายทอดภูมิปัญญาด้วยการจัดการกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม
รายละเอียด กันยายน-ธันวาคม 2568
1. ดำเนินการวางแผนร่วมกับคุณเทพี ปู่จันทร์ ในการจัดกิจกรรมถ่ายทอดภูมิปัญญาของชุมชนบ้านแม่ต๋อม ได้แก่
1.1 การเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อดูต้นรักขนาดใหญ่ที่ยังคงความสมบูรณ์ในป่า เรียนรู้วงจรชีวิตของต้นรักที่ต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะสามารถกรีดยางได้ สาธิตวิธีการกรีดที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ต้นรักตาย ซึ่งต้องอาศัยทักษะความชำนาญ และการได้ร่วมปลูกกล้ารัก
1.2 การเรียนรู้การจักสานและการลงรัก เรียนรู้การคัดเลือกไม้ไผ่ที่มีอายุเหมาะสม การเหลาตอกให้มีความบางและขนาดที่สม่ำเสมอ ลายสานและการสานด้วยโมล การเก็บรายละเอียด การเรียนรู้เกี่ยวกับยางรัก ตู้อบยางรัก การขัดตกแต่งผิวด้วผิวไผ่
1.3 การเรียนรู้การทอผ้ากี่เอว เรียนรู้การควบคุมความตึงของเส้นยืน ลวดลายดั้งเดิมลงในเนื้อผ้าในขณะทอ การทอผ้าหน้าแคบ (ประมาณ 10-12 นิ้ว) แล้วนำมาเย็บต่อกันด้วยเทคนิคเฉพาะ

2. ผลการดำเนินงาน กิจกรรมถ่ายทอดภูมิปัญญาของชุมชนบ้านแม่ต๋อมที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน โดยสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายให้เข้ามามีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตกะเหรี่ยงโปว์ จำแนกผลที่เกิดขึ้นตามกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้แก่ เกิดการเรียนรู้เชิงทัศนศึกษาและทักษะพื้นฐาน การเกิดประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรม และเกิดการต่อยอดนวัตกรรมและการวิจัย 



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 31/12/2568 [20951]
0 30
4 [20950]

กิจกรรมที่ 5 การสร้างเครื่องมือการตลาด การบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจ
และกิจกรรมที่ 7 การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาของชาวกะเหรี่ยงโปว์
รายละเอียด กันยายน-ธันวาคม 2568
1. จัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการสร้างเครื่องมือการตลาด
1.1 ได้จัดอบรมด้านเนื้อหาและสื่อออนไลน์ เพื่อสร้างประสบการณ์และเรื่องราวให้กับภายนอกให้รับรู้ถึงความเป็นไปของกลุ่มวิสาหกิจทั้ง 2 กลุ่ม โดยจัดการอบรมแก่คนรุ่นใหม่ จำนวน 9 คน ณ บ้านเลขที่ 111 หมู่ 5 ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 13 ธันวาคม 2568
1.2 ฝึกปฏิบัติในการใช้ ai ช่วยเขียนบรรยาย หรือหาแนวทางหรือหัวข้อในการสร้างสรรค์คลิปเล่าเรื่องราวต่างๆ โดยฝึกการใช้ Gemini AI กับการ download app เพื่อการใช้งานต่อไป และการแต่งภาพบนเฟสบุ๊ค
1.3 การเปิดตลาดใหม่ให้กับชุมชนโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยการนำสินค้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในงาน OTOP CITY 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 พฤศจิกายน 2568 ณ อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
1.4 การบริหารจัดการกลุ่มโดยมีคุณเทพี ปู่จันทร์ เป็นผู้ประสานงานและผู้จำหน่าย รวมทั้งการดูแลคุณภาพ การจัดเก็บยางรักดิบและการกระจายงานให้กับสมาชิกในชุมชน เนื่องจากสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ดีและเป็นที่นับถือในชุมชน
 
2. ผลการดำเนินงาน
2.1 จากเดิมที่ชาวบ้านอาจมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องไกลตัวและยากที่จะเข้าใจ การอบรมครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความกล้าที่จะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเป็นเครื่องมือในการขาย มีความมั่นใจในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ด้วยตัวเอง โดยไม่กังวลว่าจะผิดหรือถูก โดยเน้นการนำเสนอความจริงใจและวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติของชุมชน
2.2 การถ่ายคลิปวิดีโอที่เปลี่ยนจากการถ่ายภาพนิ่งทั่วไปเป็นการเล่าเรื่อง สมาชิกกล้าถ่ายทำขั้นตอนการทำงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นกระบวนการสั้นๆ แต่สามารถสร้างบรรยากาศและการมีส่วนร่วมได้ดี
2.3 การสร้างเรื่องราวด้วย AI ซึ่งช่วยแก้ปัญหาที่ชาวบ้านไม่สามารถเขียนคำบรรยายได้
2.4 ตัวอย่างหัวข้อเรื่องราวที่ชุมชนวางแผนในการจัดทำคลิปสั้นๆ
- ต้นรักใหญ่ในป่าอมก๋อย
- เจาะกรีดยางรักกับกระบอกใส่ยางรัก
- การสานเทคนิคเฉพาะของชุมชน
- จักสานทายางรักหลายรอบ
- พี่เทพีและสมาชิกนั่งทำงานกับตู้อบยางรัก
- เครื่องเขินแม่ต๋อม ใช้เป็นภาชนะใส่น้ำและอาหาร
2.5 ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการอบรมการใช้ AI ได้เปลี่ยนรูปแบบการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์โดยการสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นนักเล่าเรื่องประจำหมู่บ้าน โดย AI (Gemini) เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ แต่งภาพเฟซบุ๊กให้สวย ถ่ายคลิปให้คนอยากดูด้วยมือถือ ทำให้คนรุ่นใหม่เล่าเรื่องราวด้วยความภูมิใจในชุมชน



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 31/12/2568 [20950]
0 50
4 [20949]

กิจกรรมที่ 4 สร้างความเข้มแข็งของแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ยางรัก
รายละเอียด กรกฎาคม – กันยายน 2568
1. ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์ โดยการดำเนินการ 3 รูปแบบ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานผ่านสื่อออนไลน์ เพจวิสาหกิจชุมชนยางรักอมก๋อยอย่างยั่งยืน
1.1 การสร้างตัวตนด้วยคุณภาพที่จับต้องได้ โดยเน้นแสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และการผลิตของชุมชน
1.2 การสร้างความผูกพันผ่าน "เรื่องราว" โดยเน้นการเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงโปว์ โดยเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับศรัทธาและการพักผ่อน
1.3 การปรับภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ โดยนางเทพี ปู่จันทร์ได้เข้าร่วมนำเสนอเรื่องราวและผลิตภัณฑ์ยางรักในเวทีวิชาการศิลปหัตถกรรมไทยสู่สากล “SACIT Symposium 2025” ภายใต้แนวคิด “Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2568 ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
1.4 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ยางรักให้มีปริมาตรที่หลากหลายตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่ ปริมาตร 150 มิลลิลิตร 500 มิลลิลิตร และ 1 กิโลกรัม

2. ผลการดำเนินงาน
2.1 การนำเสนอสินค้าที่แสดงถึงความประณีตและสม่ำเสมอ การได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และ OTOP 3 ดาว เป็นการยืนยันว่าสินค้ามีคุณภาพคงที่และปลอดภัย มีศักยภาพ มีหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนลงพื้นที่เยี่ยมชมและตัดสินใจซื้อสินค้า สะท้อนว่าชุมชนบ้านแม่ต๋อมเป็นแหล่งผลิตจริงที่มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ และการนำเสนอภาพสินค้าผ่านสื่อออนไลน์และคงเอกลักษณ์กะเหรี่ยงโปว์อย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างภาพจำที่ชัดเจนและทำให้แบรนด์ติดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ
2.2 การเล่าเรื่องยางรักผ่านเรื่องราวของ คน-ต้นไม้-ความเชื่อ-งานหัตถกรรม เป็นการสื่อถึงความอดทนและความใส่ใจ ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องเขินของชาวกะเหรี่ยงโปว์เป็นตัวแทนของความมุ่งมั่น และสืบสานมูลค่าของงานหัตถกรรม มีคุณค่าทางจิตวิญญาณ
2.3 การได้รับเชิญเข้าร่วมนำเสนอเรื่องราวและผลิตภัณฑ์ยางรักในงานสัมมนา ช่วยให้แบรนด์ได้รับการยอมรับจากนักออกแบบและนักวิชาการ ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพในระดับสูง
2.4 บรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก เป็นที่ต้องการของลูกค้ามาก เหมาะในการนำไปซ่อมแซมงานเครื่องเขิน หรือการทำเทคนิคต่างๆ เช่น ลายรดน้ำ เป็นต้น



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 31/12/2568 [20949]
0 30
4 [20948]

กิจกรรมที่ 3 การรับรองมาตรฐาน มผช.

รายละเอียด ธันวาคม 2568

1. ดำเนินการเพื่อขอรับรองมาตรฐาน มผช.
1.1 ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้ากะเหรี่ยงโปบ้านแม่ต๋อม
1.2 ทำการยื่นเอกสารเพื่อขอรับมาตรฐาน มผช. วันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 2
2. ผลการดำเนินงาน
2.1 เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อนในด้านการสื่อสาร ทั้งจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และจากการสื่อสารระหว่างผู้ทอผ้า ทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการ และทางกลุ่มกำลังแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว
2.2 ซึ่งกลุ่มมีความมุ่งมั่นในการดำเนินการต่อเพื่อขอจดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์
2.3 จัดทำเอกสารขั้นตอนการผลิตและเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 31/12/2568 [20948]
0 20
4 [20444]

กิจกรรม

รายการค่าใช้จ่าย

รวมเงิน

การพัฒนาทักษะสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐาน มผช.

  • ค่าใช้สอย

 

 

ค่าจ้างจัดกิจกรรมการพัฒนาทักษะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์

75,000

ค่าพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ยางรัก

5,000

ค่าจ้างออกแบบงานกราฟฟิกและสื่อประชาสัมพันธ์ ได้แก่ แผนที่และบอร์ดเผยแพร่ภูมิปัญญา 1 ชุด

5,000

 

  • ค่าวัสดุ

877

 

รวม (แปดหมื่นห้าพันแปดร้อยเจ็ดสิบเจ็ดบาทถ้วน)

85,877


 



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20444]
85877 30
4 [20443]

กิจกรรมที่ 7 การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาของชาวกะเหรี่ยงโปว์ อยู่ระหว่างการดำเนินการการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์

  • ระดมความคิด "จุดเด่นการท่องเที่ยววัฒนธรรมแม่ต๋อม" เช่น จัดเวทีพูดคุยกับชาวบ้าน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และผู้สนใจ เพื่อกำหนดจุดเด่นและเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมช
  • จัดทำแผนที่ "เส้นทางภูมิปัญญา" เช่น กำหนดจุดที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในชุมชน เช่น บ้านเรียนรู้การทอผ้า บ้านเรียนรู้การทำเครื่องเขิน หรือจุดชมวิวที่สำคัญ


รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20443]
0 30
4 [20442]

กิจกรรมที่ 4 สร้างความเข้มแข็งของแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ยางรัก อยู่ระหว่างการสร้างความเข้มแข็งของแบรนด์

  • ระดมสมอง "เรื่องราวของยางรักกะเหรี่ยงโปว์" เช่น จัดกิจกรรมระดมสมองกับชาวบ้าน เพื่อค้นหาเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และคุณค่าทางวัฒนธรรมของยางรักและเครื่องเขิน ที่จะนำมาใช้ในการสื่อสารแบรนด์
  • ศึกษาแนวคิด BCG ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น ทำความเข้าใจหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และนำมาปรับใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดขยะและเพิ่มมูลค่า


 



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20442]
0 30
4 [20441]

กิจกรรมที่ 3 การรับรองมาตรฐาน มผช. ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารและการจัดทำผลิตภัณฑ์เพื่อขอรับมาตรฐาน 

  • จัดอบรม "เตรียมความพร้อมสู่ มผช."เช่น เชิญเจ้าหน้าที่จาก สมอ. มาให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดของ มผช. สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องเขิน รวมถึงขั้นตอนการตรวจประเมิน
  • จัดทำเอกสารประกอบการยื่นขอ มผช. เช่น รวบรวมเอกสารที่จำเป็น เช่น แผนผังกระบวนการผลิต ข้อมูลวัตถุดิบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ และผลการควบคุมคุณภาพภายใน


รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20441]
0 30
4 [20440]

กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาทักษะสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์

  • ศึกษาข้อกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องเช่นทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มผช.
  • จัดทำเอกสารประกอบการผลิต เช่น กำหนดขั้นตอนการผลิตและเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพของแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ


รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20440]
0 20
4 [20439]

จากการวิเคราะห์ความสนใจของกลุ่มลูกค้า พบว่า กระเป๋าขนาดเล็ก มีศักยภาพในการดึงดูดความสนใจได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระเป๋าที่มีรูปทรงน่ารัก เช่น ทรงกลม หรือทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เน้นความสวยงาม ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

1. กระเป๋าผ้าทอกี่เอว ดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความน่ารักและมินิมอล

กลุ่มลูกค้าแสดงความสนใจใน กระเป๋าทรงกลม และ ทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก โดยเน้นที่ สีเรียบง่ายสีเดียว นี่สะท้อนถึงรสนิยมที่ชื่นชอบความมินิมอล ความน่ารัก และความกะทัดรัด กระเป๋าขนาดเล็กเหล่านี้มักเหมาะกับการใช้งานในโอกาสที่ไม่เป็นทางการ เช่น การไปเที่ยว คาเฟ่ หรือใช้เป็นกระเป๋าเสริมสำหรับเก็บของชิ้นเล็กๆ ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และผู้ที่ชื่นชอบความคล่องตัว

การเน้นสีเดียวช่วยขับเน้น เนื้อสัมผัสและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของการทอด้วยกี่เอว ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยไม่ถูกบดบังด้วยสีสันหรือลวดลายที่ซับซ้อน นอกจากนี้ การที่ผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กและดีไซน์เรียบง่าย ยังช่วยให้ง่ายต่อการผลิตและควบคุมคุณภาพ ทำให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

2. กิจกรรมเวิร์คช็อป สร้างคุณค่าและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

นอกเหนือจากตัวผลิตภัณฑ์ ลูกค้ายังแสดงความสนใจอย่างมากที่จะให้มีกิจกรรมการเรียนรู้การทอกี่เอว การสานและงานเครื่องเขิน สิ่งนี้เป็นโอกาสของชุมชนบ้านแม่ต๋อมในการ สร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับผลิตภัณฑ์และประสบการณ์โดยรวม การจัดเวิร์คช็อปจะช่วยให้:

  • สร้างการรับรู้และความเข้าใจในภูมิปัญญา โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้กระบวนการทำเครื่องเขินจากยางรักอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่หาชมได้ยากและเป็นเอกลักษณ์ของบ้านแม่ต๋อม ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวในประเทศไทยที่ยังคงกรีดยางรักและทำเครื่องเขิน
  • เพิ่มความผูกพันกับแบรนด์และชุมชน: การได้ลงมือทำด้วยตัวเองจะสร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดี ผู้เข้าร่วมจะรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ และเห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์มากขึ้น
  • สร้างรายได้เสริมให้ชุมชน ค่าธรรมเนียมเวิร์คช็อปจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านและชุมชน นอกเหนือจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  • โปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เวิร์คช็อปจะเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังชุมชนบ้านแม่ต๋อม ซึ่งจะนำไปสู่การใช้จ่ายในด้านอื่นๆ เช่น ที่พัก อาหาร หรือการซื้อสินค้าหัตถกรรมอื่นๆ

แนวทางการจัดเวิร์คช็อป:

  • เวิร์คช็อปทอผ้ากระเป๋าขนาดเล็ก เน้นกระเป๋าดีไซน์ที่ลูกค้าสนใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ผลงานชิ้นเล็กๆ น่ารักกลับบ้านไป
  • เวิร์คช็อปการลงรัก (บางส่วน) อาจให้ผู้เข้าร่วมได้ลองลงรักบนชิ้นส่วนเล็กๆ หรือเรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมยางรัก เพื่อให้สัมผัสถึงกระบวนการที่ละเอียดอ่อน
  • กิจกรรมเสริม อาจมีการนำเสนอวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงโปว์ การสาธิตการทอผ้า หรือการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับต้นรัก เพื่อเสริมประสบการณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การผสมผสานระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์กระเป๋ายางรักที่มีดีไซน์ตอบโจทย์ตลาด เข้ากับการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างประสบการณ์ จะช่วยให้ชุมชนบ้านแม่ต๋อมสามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างการจดจำในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ได้อย่างยั่งยืน



รายงานโดย นายวันโชค  มณีเดช วันที่รายงาน 29/09/2568 [20439]
0 0