2568 การพัฒนาอัตลักษณ์และยกระดับธุรกิจชุมชนผ้าย้อมสีจาก “ดอกสายธาร” ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม    0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
4 [20928]

กิจกรรมที่ 7 เก็บข้อมูลรายได้หลังดำเนินโครงการพร้อมประเมิน SROI

จากการเก็บข้อมูลรายได้หลังดำเนินโครงการพร้อมประเมิน SROI เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม จำนวน 50 คน พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 60 มีอายุระหว่าง 50–59 ปี ร้อยละ 24 มีอายุระหว่าง 40–49 ปี ร้อยละ 4 มีอายุระหว่าง 60–69 ปี และร้อยละ 2 มีอายุระหว่าง 30–39 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักด้าน เกษตรกรรม คิดเป็นร้อยละ 98 และอีกร้อยละ 2 ประกอบอาชีพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นอาชีพหลัก

               ในด้านอาชีพเสริม พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 74 เป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นอาชีพเสริม ร้อยละ 22 ยังไม่มีอาชีพเสริม และอีกร้อยละ 2 ผลิตสินค้า OTOP และร้อยละ 2 ประกอบอาชีพรับจ้าง ตามลำดับ ขณะที่ระดับการศึกษา ผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับ ประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 66 ร้อยละ 10 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และร้อยละ 24 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ ปวช.

               สำหรับข้อมูลรายได้ต่อเดือนหลังดำเนินโครงการ เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับรายได้ก่อนเข้าร่วมโครงการ พบว่า รายได้ของผู้เข้าร่วมโครงการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อเดือนในทุกช่วงรายได้ ซึ่งเป็นผลจากการนำองค์ความรู้และทักษะที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ส่งผลให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

               โดยผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 52 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 2,061–3,090บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งอยู่ระหว่าง 2,001–3,000 บาท ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 10 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 1,031–2,060 บาท และร้อยละ 2 มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 1,031 บาท

               นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 5 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 3,091–4,120 บาท ร้อยละ 15 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 4,121–5,150 บาท และร้อยละ 6 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,151–6,180 บาท ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 15 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 6,181–7,210 บาท ร้อยละ 20 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 7,211–8,240บาท และร้อยละ 10 มีรายได้ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 8,241–10,300 บาท

ทั้งนี้ พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการร้อยละ 5 มีรายได้ต่อเดือน มากกว่า 10,300 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการในการยกระดับรายได้และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของผู้เข้าร่วมโครงการในระยะยาว

การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on InvestmentSROI)

โครงการนี้เริ่มดำเนินกิจกรรมปีแรก ณ ปี พ.ศ.

2568

ใช้งบประมาณทั้งหมด (Cost) 

169,620.00

มูลค่าปัจจุบันของต้นทุนรวม (Total Present Cost) 

169,620.00

มูลค่าปัจจุบันของสังคมก่อนหักลบต้นทุนโครงการและก่อนหักลบมูลค่ากรณีฐาน (Total Present Benefit)

1,500,000.00

มูลค่าปัจจุบันของผลกระทบกรณีฐาน (Total Present Base Case Impact)

450,000.00

มูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบันสุทธิที่เกิดขึ้นแก่สังคมจากเงินลงทุนของโครงการก่อนหักลบต้นทุน (Net Present Social Benefit)  

1,050,000.00

มูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบันสุทธิของโครงการ (Net Present Value หรือ NPV)

880,380.00

ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return of Investment หรือ SROI)

8.85

อัตราผลตอบแทนภายใน  (Internal Rate of Return หรือ IRR) 

5.00%

โครงการนี้คำนวณมูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบันสุทธิ (NPV) โดยใช้อัตราคิดลดร้อยละ

5.00

โดยปรับมูลค่า ณ ปี ฐาน พ.ศ.

2568

 

มูลค่าผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return of Investment หรือ SROI

มูลค่าผลตอบแทนทางสังคม (SROI) โดยคัดเลือกเฉพาะตัวชี้วัดที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นว่ามีความสำคัญ ผลการคำนวณผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return of Investment หรือ SROI) เท่ากับ 8.85 โดยมีมูลค่าปัจจุบันของสังคมก่อนหักลบต้นทุนโครงการและก่อนหักลบมูลค่ากรณีฐาน (Total Present Benefit) เท่ากับ 1,500,000.00บาท เมื่อเทียบกับมูลค่าการลงทุน 169,620.00 บาท (โครงการอยู่ระหว่างดำเนินงาน โดยคำนวณมูลค่าการลงทุนเฉพาะในส่วนที่ดำเนินการไปแล้ว) ซึ่งเป็นการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

ผลการประเมินพบว่า มูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบันสุทธิของโครงการ (Net Present Value หรือ NPV) ที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มต้นของการดำเนินโครงการ สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคมแล้ว แม้ว่าการใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพของผู้เข้าร่วมโครงการจะยังไม่ขยายตัวเต็มที่ก็ตาม ทั้งนี้ มูลค่าดังกล่าวสะท้อนถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่สังคมโดยรวมในพื้นที่ดำเนินโครงการ

เมื่อพิจารณาจากดัชนีชี้วัดผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return of Investment หรือ SROI) สามารถตีความได้ว่า ทุกการลงทุน 1 บาทในโครงการนี้ ก่อให้เกิดผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคมคืนกลับแก่สังคมโดยรวมประมาณ 8.85 บาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการมีความคุ้มค่าและมีแนวโน้มในการสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลกระทบทางสังคมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต พบว่าในช่วงปี พ.ศ. 2569  ซึ่งเป็นระยะที่โครงการถูกขับเคลื่อนไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง และผู้เข้าร่วมโครงการสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้มากขึ้น จึงมีแนวโน้มที่มูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบันสุทธิของโครงการ (Net Present Value หรือ NPV) จะเพิ่มสูงขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งหมายความว่า การลงทุนในโครงการครั้งนี้มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 30/12/2568 [20928]
5747 0
4 [20927]

กิจกรรมที่ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า     

คณะทำงานโครงการได้ดำเนินกิจกรรมการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า โดยนำผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีจากดอกสายธาร ซึ่งพัฒนาเป็นชุดเดรสและหมวก มาออกแบบและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ แนวคิดการใช้วัสดุจากธรรมชาติ และคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น

การดำเนินกิจกรรมมุ่งเน้นการออกแบบสื่อให้มีความสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านสี รูปแบบ และองค์ประกอบกราฟิก โดยนำภาพถ่ายจากการจัดทำภาพถ่ายคอลเลคชั่น (Lookbook) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์มีความชัดเจน เป็นเอกภาพ และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรม คือ ได้สื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า สำหรับผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีจากดอกสายธารในรูปแบบชุดเดรสและหมวก ที่มีความโดดเด่นและสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ ได้ต้นแบบสื่อประชาสัมพันธ์ที่สามารถนำไปใช้ในการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สื่อออนไลน์ การจัดแสดงสินค้า และกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และการจดจำแบรนด์ เพิ่มความน่าสนใจและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ผู้เกี่ยวข้องได้รับความรู้และประสบการณ์ด้านการออกแบบและการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเชิงสร้างสรรค์



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 30/12/2568 [20927]
20718 0
4 [20926]

กิจกรรมที่ การจัดทำภาพถ่ายคอลเลคชั่น (Lookbook)

คณะทำงานโครงการได้ดำเนินกิจกรรมการจัดทำภาพถ่ายคอลเลคชั่น (Lookbook)โดยนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านการออกแบบและพัฒนามาถ่ายภาพอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้เป็นสื่อในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ แนวคิด และจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ให้มีความชัดเจนและน่าสนใจ

การดำเนินกิจกรรมมุ่งเน้นการจัดองค์ประกอบภาพ การเลือกมุมมอง การจัดแสง และฉากหลังที่เหมาะสม เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการนำเสนอรูปแบบการใช้งานในบริบทที่หลากหลาย ทั้งในเชิงรายละเอียดและการใช้งานจริง ทั้งนี้ เพื่อให้ภาพถ่ายสามารถสื่อสารคุณค่าและเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลที่ได้จากการดำเนินกิจกรรมทำให้ ได้ภาพถ่ายคอลเลคชั่น (Lookbook) ของผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีความสวยงาม เป็นเอกภาพ และสะท้อนอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน ได้สื่อประชาสัมพันธ์ที่สามารถนำไปใช้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ การจัดแสดง และการสื่อสารทางการตลาดในช่องทางต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ คณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดทำภาพถ่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 30/12/2568 [20926]
20747 0
4 [20067]

กิจกรรมที่ 4 ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เรื่อง การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า

คณะทำงานโครงการได้จัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการปัก ในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เรื่อง การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า แก่สมาชิกกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกในชุมชนที่สนใจ วิทยากรในการอบรมคือ อาจารย์วนิดา ถาปันแก้ว หัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็น Content Creator ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ และอาจารย์มนันยา โพธิราชา ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาโน้มน้าวใจ จากคณะศิลปะศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

2) คู่มือการอบรมเรื่อง “การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า” ประกอบคำบรรยาย ให้ความรู้ผ่านภาพ เสียง สื่อ power point และตัวอย่างจริง

3) การอบรม “การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า” ประกอบด้วย

3.1) บรรยายเรื่อง ความสำคัญของภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) ต่อการตลาดและการจำหน่ายสินค้า

3.2) บรรยายเรื่อง การเชื่อมโยงภาพลักษณ์แบรนด์กับการจัดจำหน่ายสินค้า

3.3) บรรยายเรื่อง กรณีศึกษา: แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจากการสร้างภาพลักษณ์

3.4) บรรยายเรื่อง การเขียนเรื่องราวสินค้าให้ตรงใจลูกค้า

3.5) บรรยายเรื่อง การสร้าง Content Marketing ที่สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์

4) ประเมินผลการจัดกิจกรรม

5) ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ 1 วันต่อครั้ง จำนวน 1ครั้ง

6) กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

7) วิทยากรในการฝึกอบรมจำนวน 1 ท่าน คือ ดร.อุษา ประชากุล อาจารย์วนิดา ถาปันแก้ว หัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็น Content Creator ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ และอาจารย์มนันยา โพธิราชา ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ภาษาโน้มน้าวใจ

8) สถานที่การอบรมคือ ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

9) ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด (4.69) ดังตารางที่ 4

10) ผู้เข้าอบรมได้ Story Board สำหรับทำสื่อประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้า     

10) ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมการพัฒนาทักษะการปัก จำนวนทั้งสิ้น 14,844 บาท

ตารางที่ 4 ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เรื่อง การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า

รายการ

ผลการประเมิน

ค่าเฉลี่ย

S.D.

แปลงค่า

ข้อมูลวัดความพึงพอใจ

1. มีขั้นตอนการให้บริการเช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูลทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน

4.84

0.37

มากที่สุด

2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง

4.72

0.45

มากที่สุด

3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม

4.96

0.20

มากที่สุด

ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร

4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน

4.70

0.46

มากที่สุด

5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้น้อยแค่ไหน

4.60

0.49

มากที่สุด

6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

4.94

0.24

มากที่สุด

7. เวลาการอบรมเหมาะสมหรือไม่

4.22

0.82

มากที่สุด

8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม

4.42

0.67

มากที่สุด

9. ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย

4.78

0.55

มากที่สุด

รายการ

จำนวน

ร้อยละ

10. ท่านคาดว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

    1) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ได้

    2) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ไม่ได้

 

50

0

 

100

0

11. ท่านคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่บาทรายได้ต่อเดือน

2001 บาทถึง 3000 บาท 

3001 ถึง 4000 บาท 

4001 ถึง 5000 บาท 

5001 ถึง 6000 บาท 

6001 ถึง 7000 บาท 

7001 ถึง 8000 บาท 

8001 ถึง 9000 บาท 

9001 ถึง 10,000 บาท 

มากกว่า 10,000 บาท

 

15

12

12

5

2

1

1

1

1

 

30

24

24

10

4

2

2

2

2

         

 

การจัดกิจกรรมอบรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อยกระดับการจัดจำหน่ายสินค้า ได้รับผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจทั้งด้านขั้นตอนการจัดอบรม ความพร้อมของสถานที่และอุปกรณ์ ตลอดจนการถ่ายทอดของวิทยากรที่ทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจง่ายและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านสถานที่ที่ได้ค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.96) และความเข้าใจในเนื้อหาที่ถ่ายทอด (4.94) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการจัดอบรมที่ได้มาตรฐานและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ร้อยละ 100 เห็นว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 54 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่าง 2,001–5,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ประเด็นที่ควรพิจารณาปรับปรุงคือความเหมาะสมของเวลาและช่วงเวลาในการอบรมซึ่งได้คะแนนต่ำกว่าด้านอื่น โดยสรุป โครงการนี้สามารถสร้างคุณค่าแก่ผู้เข้าร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการเสริมสร้างความรู้ การพัฒนาทักษะเชิงธุรกิจ และการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการยกระดับศักยภาพชุมชนและควรได้รับการสานต่อในอนาคต



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 22/09/2568 [20067]
14844 50
4 [20066]

กิจกรรมที่ 3 ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า

คณะทำงานโครงการได้จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ในวันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า แก่สมาชิกกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกในชุมชนที่สนใจ วิทยากรในการอบรมคือ อาจารย์วนิดา ถาปันแก้ว หัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็น Content Creator ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

2) คู่มือการอบรมเรื่อง “การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า” ประกอบคำบรรยาย ให้ความรู้ผ่านภาพ เสียง สื่อ power point และตัวอย่างจริง

3) การอบรม “การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า” ประกอบด้วย

3.1) บรรยายเรื่อง ช่องทางการจำหน่ายแบบออฟไลน์ (Offline Marketing) 

3.2) บรรยายเรื่อง ช่องทางการจำหน่ายแบบออนไลน์ (Online Marketing)

3.3) บรรยายเรื่อง การวางแผนเพิ่มช่องทางการขายและการติดตามผล

4) ประเมินผลการจัดกิจกรรม

5) ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 วันต่อครั้ง จำนวน 1 ครั้ง

6) กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

7) วิทยากรในการฝึกอบรมจำนวน 1ท่าน คือ อาจารย์วนิดา ถาปันแก้ว หัวหน้าโครงการ ซึ่งเป็น Content Creator ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจำหน่ายสินค้าออนไลน์

8) สถานที่การอบรมคือ ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

9) ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด (4.62) ดังตารางที่ 3

10) ได้ช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ 2 ช่องทาง คือ Facebook Fanpage และ Tik Tok นอกจากนี้ยังได้ติดต่อฝากสินค้าจำหน่ายในร้านของที่ระลึกในจังหวัดนครพนม 

11) ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมการพัฒนาทักษะการย้อม จำนวนทั้งสิ้น 29,688 บาท

ตารางที่ 3 แสดงผลประเมินการจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า

รายการ

ผลการประเมิน

ค่าเฉลี่ย

S.D.

แปลงค่า

ข้อมูลวัดความพึงพอใจ

1. มีขั้นตอนการให้บริการเช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูลทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน

4.76

0.43

มากที่สุด

2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง

4.94

0.24

มากที่สุด

3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม

4.88

0.33

มากที่สุด

ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร

4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน

4.94

0.24

มากที่สุด

5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้น้อยแค่ไหน

4.96

0.20

มากที่สุด

6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

4.94

0.24

มากที่สุด

7. เวลาการอบรมเหมาะสมหรือไม่

4.00

1.01

มาก

8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม

3.40

1.51

มาก

9. ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย

4.78

0.55

มากที่สุด

รายการ

จำนวน

ร้อยละ

10. ท่านคาดว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

    1) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ได้

    2) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ไม่ได้

 

50

0

 

100

0

11. ท่านคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่บาทรายได้ต่อเดือน

2001 บาทถึง 3000 บาท 

3001 ถึง 4000 บาท 

4001 ถึง 5000 บาท 

5001 ถึง 6000 บาท 

6001 ถึง 7000 บาท 

7001 ถึง 8000 บาท 

8001 ถึง 9000 บาท 

9001 ถึง 10,000 บาท 

มากกว่า 10,000 บาท

 

15

12

4

5

10

1

1

1

1

 

30

24

8

10

20

2

2

2

2

         

การจัดกิจกรรมอบรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่องการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ได้รับผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจทั้งด้านการประสานงาน การให้บริการของวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้เข้าใจง่าย ความพร้อมของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนเนื้อหาความรู้ที่ครบถ้วนและนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะในด้านความรู้และเนื้อหาที่ถ่ายทอดซึ่งได้ค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.96) สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของหลักสูตรและการจัดการอบรมที่มีมาตรฐาน

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ร้อยละ 100 เห็นว่าสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้จริง และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 54 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่าง2,001–6,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ประเด็นที่ควรปรับปรุงคือด้านความเหมาะสมของเวลาและช่วงเวลาในการอบรม ซึ่งได้คะแนนประเมินต่ำกว่าด้านอื่น โดยสรุป โครงการนี้สามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเพิ่มพูนองค์ความรู้ การพัฒนาทักษะอาชีพ และการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยยกระดับศักยภาพของชุมชนและควรได้รับการต่อยอดในอนาคต



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 22/09/2568 [20066]
29688 50
4 [20065]

กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์

คณะทำงานโครงการได้จัดกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ในวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์โดยใช้ผ้าย้อมสีจากดอกสายธาร  แก่สมาชิกกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกในชุมชนที่สนใจ วิทยากรในการอบรมคือ ดร.อุษา ประชากุล นักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่นยั่งยืน (เส้นใยธรรมชาติและสิ่งทอ) และการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน จากสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

2) คู่มือการอบรมเรื่อง “การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์” ประกอบคำบรรยายให้ความรู้ผ่านภาพ เสียง สื่อ power point และตัวอย่างจริง

3) การอบรม “การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม” ประกอบด้วย

3.1) บรรยายเรื่อง การวัดตัวและร่างแบบเสื้อผ้า

3.2) บรรยายเรื่อง การเลือกผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็บ

3.3) บรรยายเรื่อง การตัดผ้าและการประกอบชิ้นงาน

3.4) บรรยายเรื่อง การเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์

3.5) บรรยายเรื่อง เทคนิคการตกแต่งและเพิ่มลูกเล่น

3.6) การทำต้นแบบ (Prototype) ของผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติให้ทันสมัย

4) ประเมินผลการจัดกิจกรรม

5) ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 วันต่อครั้ง จำนวน 1 ครั้ง

6) กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

7) วิทยากรในการฝึกอบรมจำนวน 1 ท่าน คือ ดร.อุษา ประชากุล นักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่นยั่งยืน (เส้นใยธรรมชาติและสิ่งทอ) และการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน

8) สถานที่การอบรมคือ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด

9) ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด (4.60) ดังตารางที่ 2

10) ได้ Pattern สำหรับตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีจากดอกสายธาร 2 แบบ   

11) ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ จำนวนทั้งสิ้น 39,188 บาท

ตารางที่ 2 แสดงผลประเมินการจัดกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์

รายการ

ผลการประเมิน

ค่าเฉลี่ย

S.D.

แปลงค่า

ข้อมูลวัดความพึงพอใจ

1. มีขั้นตอนการให้บริการเช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูลทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน

4.56

0.79

มากที่สุด

2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง

4.54

0.99

มากที่สุด

3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม

4.84

0.37

มากที่สุด

ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร

4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน

4.90

0.30

มากที่สุด

5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้น้อยแค่ไหน

4.90

0.30

มากที่สุด

6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

4.94

0.24

มากที่สุด

7. เวลาการอบรมเหมาะสมหรือไม่

4.24

0.82

มาก

8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม

3.50

1.58

มาก

9. ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย

5.00

0.00

มากที่สุด

รายการ

จำนวน

ร้อยละ

10. ท่านคาดว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

    1) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ได้

    2) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ไม่ได้

 

50

0

 

100

0

11. ท่านคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่บาทรายได้ต่อเดือน

2001 บาทถึง 3000 บาท 

3001 ถึง 4000 บาท 

4001 ถึง 5000 บาท 

5001 ถึง 6000 บาท 

6001 ถึง 7000 บาท 

7001 ถึง 8000 บาท 

8001 ถึง 9000 บาท 

9001 ถึง 10,000 บาท 

มากกว่า 10,000 บาท

 

15

12

4

5

2

2

5

3

2

 

30

24

8

10

4

4

10

6

4

         

การจัดกิจกรรมอบรมการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ได้รับผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจทั้งด้านการประสานงาน การให้บริการของวิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้ได้อย่างเข้าใจง่าย ความพร้อมของสถานที่และอุปกรณ์ รวมถึงเนื้อหาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยเฉพาะในด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่ายซึ่งได้ค่าเฉลี่ยสูงสุด (5.00)

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ร้อยละ 100 เห็นว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 54 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่าง 2,001–4,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ประเด็นที่ควรปรับปรุงคือความเหมาะสมของเวลาและช่วงเวลาในการอบรม ซึ่งได้คะแนนประเมินต่ำกว่าด้านอื่น โดยสรุป โครงการสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเพิ่มพูนองค์ความรู้ การต่อยอดอาชีพ และการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาศักยภาพชุมชน และควรได้รับการสานต่อและปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 22/09/2568 [20065]
39188 50
4 [20064]

ผลการดำเนินงานโครงการ

กิจกรรมที่ 1 ประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการ ปีที่ 2 และ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม 

คณะทำงานโครงการได้จัดประชุมชี้แจงและวางแผนโครงการปีที่ 1 และเก็บข้อมูลรายได้ก่อนดำเนินโครงการ ในวันที่ 21-22 มิถุนายน 2568 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงและวางแผนโครงการปีที่ 2 แก่สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด โดยมี อาจารย์วนิดา ถาปันแก้ว หัวหน้าโครงการ เป็นผู้แนะนำโครงการพร้อมคณะทำงานในโครงการกับผู้ร่วมโครงการและและชี้แจงพร้อมวางแผนโครงการปีที่ 2  ร่วมกับสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด พร้อมจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าที่สอดคล้องกับกระแสนิยม แก่สมาชิกกลุ่มสมาชิกวิสาหกิจชุมชนและสมาชิกในชุมชนที่สนใจ วิทยากรในการอบรมคือ ดร.อุษา ประชากุล นักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่นยั่งยืน (เส้นใยธรรมชาติและสิ่งทอ) และการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน จากสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยนครพนม การดำเนินกิจกรรมประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้

1) ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม

2) คู่มือการอบรมเรื่อง “การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม” ประกอบคำบรรยายให้ความรู้ผ่านภาพ เสียง สื่อ power point และตัวอย่างจริง

3) การอบรม “การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม” ประกอบด้วย

3.1) บรรยายเรื่อง แนวคิด ความสำคัญและหลักการออกแบบที่ตอบโจทย์กระแสนิยมของกระแสนิยม

3.2) บรรยายเรื่อง การออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าให้สอดคล้องกับกระแสนิยมจากกรณีศึกษา (Case Study)

3.3) บรรยายเรื่อง การออกแบบและปรับผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติให้ทันสมัย

3.4) บรรยายเรื่อง เทคนิคการเพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Signature Design) 

3.5) บรรยายเรื่อง AI สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติให้ทันสมัย

3.6) การร่างแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีธรรมชาติให้ทันสมัย

4) ประเมินผลการจัดกิจกรรม

5) ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2 วันต่อครั้ง จำนวน 1ครั้ง

6) กลุ่มเป้าหมายในการถ่ายทอดเทคโนโลยีคือ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนลองเบิ่ง ผ้ายายท่าลาด

7) วิทยากรในการฝึกอบรมจำนวน 1 ท่าน คือ ดร.อุษา ประชากุล นักออกแบบที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่นยั่งยืน (เส้นใยธรรมชาติและสิ่งทอ) และการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน

8) สถานที่การอบรมคือ หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าลาด

9) ผู้เข้ารับการอบรมมีความพึงพอใจเฉลี่ยในระดับมากที่สุด (4.68) ดังตารางที่ 1

10) ได้ภาพร่างแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าย้อมสีจากดอกสายธาร 2 แบบ ดังภาพประกอบ   

11) ค่าใช้จ่ายในกิจกรรมประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการ ปีที่ 2 และ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเรื่อง การออกแบบที่สอดคล้องกับกระแสนิยม จำนวนทั้งสิ้น 38,941บาท

ตารางที่ 1 แสดงผลประเมินการจัดกิจกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าที่สอดคล้องกับกระแสนิยม

รายการ

ผลการประเมิน

ค่าเฉลี่ย

S.D.

แปลงค่า

ข้อมูลวัดความพึงพอใจ

1. มีขั้นตอนการให้บริการเช่น การแจ้งให้ทราบก่อนอบรม การประสานงานและให้ข้อมูลทำให้ท่านได้รับความสะดวกแค่ไหน

4.64

0.48

มากที่สุด

2. วิทยากร เจ้าหน้าที่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเอง

4.98

0.14

มากที่สุด

3. สถานที่อบรม อาหาร เครื่องโสตฯ เอกสารอบรม มีพร้อมในการอบรม

4.84

0.37

มากที่สุด

ข้อมูลเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร

4. ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ประกอบอาชีพ หรือใช้ในชีวิตประจำวันได้มากน้อยแค่ไหน

5.00

0.00

มากที่สุด

5. เนื้อหาที่วิทยากรสอนท่านสามารถเข้าใจได้น้อยแค่ไหน

4.94

0.24

มากที่สุด

6. วิทยากรถ่ายทอดความรู้ ทำให้ท่านเข้าใจและได้รับความรู้เพิ่มขึ้น

4.92

0.34

มากที่สุด

7. เวลาการอบรมเหมาะสมหรือไม่

3.86

1.23

มาก

8. ช่วงเวลาของการจัดการอบรมมีความเหมาะสม

3.90

1.39

มาก

9. ความคุ้มค่าหรือประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับเวลาและค่าใช้จ่าย

5.00

0.00

มากที่สุด

รายการ

จำนวน

ร้อยละ

10. ท่านคาดว่าสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

    1) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ได้

    2) นำไปใช้ใช้ประโยชน์ไม่ได้

 

50

0

 

100

0

11. ท่านคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่บาทรายได้ต่อเดือน

2001 บาทถึง 3000 บาท 

3001 ถึง 4000 บาท 

4001 ถึง 5000 บาท 

5001 ถึง 6000 บาท 

6001 ถึง 7000 บาท 

7001 ถึง 8000 บาท 

8001 ถึง 9000 บาท 

9001 ถึง 10,000 บาท 

มากกว่า 10,000 บาท

 

15

15

10

5

1

1

1

1

1

 

30

30

20

10

2

2

2

2

2

         

การจัดกิจกรรมอบรมการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าที่สอดคล้องกับกระแสนิยมได้รับผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจทั้งด้านการให้บริการของวิทยากร ความครบถ้วนของสถานที่และอุปกรณ์ รวมถึงเนื้อหาความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง โดยเฉพาะในด้านความคุ้มค่าและการนำไปใช้ประโยชน์ซึ่งได้ค่าเฉลี่ยสูงสุด (5.00)

นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้เข้าร่วมทั้งหมด ร้อยละ 100 คาดว่าจะสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ และคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 60 คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นระหว่าง 2,001–4,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ประเด็นที่ควรปรับปรุงคือความเหมาะสมของเวลาและช่วงเวลาในการอบรม ซึ่งมีคะแนนประเมินต่ำกว่าด้านอื่น

โดยสรุป โครงการสามารถสร้างประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการเพิ่มพูนองค์ความรู้ การต่อยอดอาชีพ และการคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาศักยภาพชุมชน และควรได้รับการสานต่อและปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต



รายงานโดย นางสาววนิดา ถาปันแก้ว วันที่รายงาน 22/09/2568 [20064]
38941 50