หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล


หมู่บ้านแม่กาโทกหวาก

รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
3
[5871]

 

โครงการหมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล (รหัสโครงการ 1615) ในระยะไตรมาสที่ 1

การดำเนินงานในระยะตั้งต้นของโครงการ โดยให้ความสำคัญกับ “การสำรวจและวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ของเครือข่ายฝ้ายหลวง” เป็นแกนหลักของการพัฒนา เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงระบบ (systematic baseline data) ที่สามารถใช้เป็นรากฐานในการออกแบบกิจกรรมเชิงพัฒนาในระยะถัดไป การดำเนินงานในช่วงเวลาดังกล่าวใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ผสานกับการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ทางสังคม (socio-spatial analysis) เพื่อให้เกิดความเข้าใจในมิติของทรัพยากร บุคลากร เครือข่าย และบริบททางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน

การสำรวจพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 4 อำเภอในจังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอเชียงคำ อำเภอดอกคำใต้ และอำเภอจุน โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยพะเยาได้ร่วมกับตัวแทนเครือข่ายฝ้ายหลวงในพื้นที่ลงเก็บข้อมูลภาคสนาม ผ่านกิจกรรมการประชุมชี้แจง การสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) การสนทนากลุ่ม (focus group discussion) และการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วม (participant observation) กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกฝ้าย กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มทอผ้า ปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในระบบการผลิตและแปรรูปฝ้ายหลวง การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ (engagement) และความไว้วางใจระหว่างนักวิจัยกับชุมชน อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการในระยะยาว

ผลจากการสำรวจทำให้สามารถจำแนกระดับศักยภาพของเครือข่ายฝ้ายหลวงในแต่ละพื้นที่ออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่ ต้นน้ำ (การปลูกและจัดการวัตถุดิบ) กลางน้ำ (การแปรรูปเส้นฝ้ายและผลิตภัณฑ์เบื้องต้น) และปลายน้ำ (การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาด) โดยพบว่าแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน เช่น บางชุมชนมีศักยภาพด้านการปลูกฝ้ายหลวงที่เข้มแข็ง แต่ยังขาดองค์ความรู้ด้านการแปรรูป ขณะที่บางพื้นที่มีทักษะด้านงานหัตถกรรมและการทอผ้า แต่ขาดวัตถุดิบคุณภาพดีจากภายในชุมชนเอง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างพื้นที่ เพื่อสร้างระบบการผลิตแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า (value chain integration) ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนในระยะต่อไป

นอกจากนั้น การสำรวจยังนำไปสู่การจัดทำฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ของเครือข่ายฝ้ายหลวงในระดับชุมชน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลด้านจำนวนสมาชิกกลุ่ม พื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต รูปแบบการแปรรูป เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้ ตลอดจนองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับฝ้ายหลวง ฐานข้อมูลดังกล่าวถือเป็น “ทุนความรู้” (knowledge capital) ที่มีความสำคัญต่อการออกแบบกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของโครงการ ทั้งยังสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพัฒนาในระดับนโยบายท้องถิ่นและระดับจังหวัดได้ในอนาคต

ในเชิงผลลัพธ์ การดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ส่งผลให้เกิดความเข้าใจร่วมกันระหว่างนักวิจัยและชุมชนเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนา “ฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล” อย่างเป็นรูปธรรม ชุมชนมีการรับรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรท้องถิ่นและบทบาทของตนเองในระบบการผลิตมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เครือข่ายความร่วมมือระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ได้เริ่มก่อตัวและมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่ความร่วมมือเชิงโครงสร้างในอนาคต อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป โครงการจะนำผลการวิเคราะห์จากการสำรวจมาพัฒนาเป็นกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ โดยเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม การทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และการจัดทำแนวทางปฏิบัติมาตรฐาน (Standard Operating Procedure: SOP) เพื่อให้ชุมชนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไปจะยังคงยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างสอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของพื้นที่อย่างแท้จริง




รายงานโดย นายปณิธาน ประมูล วันที่รายงาน 24/04/2569 [5871]
0 0
3
[5892]

รายงานความก้าวหน้า ไตรมาส 3

รหัสโครงการ:1615

ชื่อโครงการ:หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล

หน่วยงานรับผิดชอบ:คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา

1. กระบวนการดำเนินงานวิจัยและกิจกรรมในพื้นที่ (Methodology & Field Activities)

ในไตรมาสที่ 3 โครงการวิจัยได้มุ่งเน้นการบูรณาการกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำ (การบริหารจัดการวัตถุดิบชีวภาพ) ไปจนถึงปลายน้ำ (การทดสอบรูปแบบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคม) โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานเชิงวิจัย 3 ส่วนหลัก ดังนี้

1.1 การสำรวจและจัดเตรียมทรัพยากรต้นน้ำเพื่อการทดสอบเทคโนโลยี

  • รายละเอียดการดำเนินงาน:ทีมวิจัยนำโดย นายปณิธาน ประมูล (หัวหน้าโครงการ) ร่วมกับ นางสาวสุลักษณา เป็กทอง (ผู้ประสานงานชุมชน) ได้ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อสำรวจและรวบรวม "ฝ้ายดิบรวม (ปุยที่มีเมล็ด) พันธุ์ท้องถิ่น" จำนวน 100 กิโลกรัม กระบวนการนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดเตรียมตัวอย่างวัตถุดิบ (Raw Material) ที่มีความหลากหลายทางสายพันธุ์และสภาพแวดล้อม เพื่อนำมาเป็นปัจจัยนำเข้า (Input) สำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักรเทคโนโลยีการจัดการฝ้ายหลังเก็บเกี่ยวในระยะต่อไป (ได้แก่ เครื่องแยกเมล็ด เครื่องอบแห้ง และกระบวนการสกัดน้ำมัน)
  • พื้นที่วิจัยเป้าหมาย:บูรณาการความร่วมมือจากเครือข่ายฝ้ายหลวงใน 4 อำเภอ โดยมีศูนย์กลางการปลูกหลักที่ ต.หนองหล่ม (อ.ดอกคำใต้) และเชื่อมโยงวัตถุดิบสมทบจากเครือข่ายพื้นที่ ต.แม่กา (อ.เมือง) ต.หย่วน (อ.เชียงคำ) และ ต.เชียงม่วน (อ.เชียงม่วน)

 

ภาพที่ 1: ภาพกระบวนการทำงานของทีมวิจัยและเครือข่ายเกษตรกรในการรวบรวมและคัดแยกฝ้ายดิบรวมจำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกระบวนการแปรรูป

 

1.2 การทดสอบพื้นที่ปฏิบัติการทางสังคมเพื่อขับเคลื่อน "เศรษฐกิจหน้าบ้าน" (Social Lab & Front-yard Economy)

  • รายละเอียดการดำเนินงาน:เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ทีมวิจัยร่วมกับเครือข่ายชาวบ้านธาตุ ซอย 6 (กลุ่มผู้สูงอายุ ช่างฟ้อน กลุ่มแม่บ้านทอผ้า และเยาวชน) ได้จัดกระบวนการเปิดพื้นที่ "กาดกองน้อย ซอย 6" เพื่อสาธิตผลลัพธ์ของงานวิจัยเชิงพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการนำเสนอโมเดล "เศรษฐกิจหน้าบ้าน" (Front-yard Economy) ที่ผสานภูมิปัญญาไทลื้อ อาหารพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าด้วยกัน กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร สกสว. นำโดย ศ. ดร.วิษณุ มีอยู่ (รองผู้อำนวยการ สกสว.) และ รศ. ดร.สุดสวาสดิ์ ดวงศรีไสย์ พร้อมด้วยผู้บริหารมหาวิทยาลัยพะเยา ลงพื้นที่เพื่อประเมินศักยภาพและติดตามผลการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง (Utilization) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลไกการสร้างเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
  • พื้นที่วิจัยเป้าหมาย:กาดกองน้อย ซอย 6 บ้านธาตุสบแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา

 

ภาพที่ 2: ภาพบรรยากาศคณะผู้บริหาร สกสว. และ ม.พะเยา ลงพื้นที่เยี่ยมชมและประเมินผลการดำเนินงาน ณ พื้นที่วิจัยกาดกองน้อย ซอย 6

 

ภาพที่ 3: ภาพชาวชุมชนร่วมสาธิตภูมิปัญญาไทลื้อและการจัดการพื้นที่แบบ "เศรษฐกิจหน้าบ้าน" เพื่อนำเสนอนวัตกรรมทางสังคมต่อคณะผู้ทรงคุณวุฒิ

 

1.3 การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสู่เยาวชน (Knowledge Transfer)

  • รายละเอียดการดำเนินงาน:เพื่อให้เกิดความยั่งยืนขององค์ความรู้งานวิจัย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ทีมวิจัยได้ใช้พื้นที่ "Studio ฝ้ายหลวง" เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และกระบวนการจัดการฝ้ายแบบครบวงจรให้แก่กลุ่มเยาวชน โดยเปิดรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก อ.ปง จ.พะเยา เข้าศึกษาดูงาน กระบวนการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ การย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ (เช่น ผ้าพันคอ และพวงกุญแจ) เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมในระดับเยาวชน
  • พื้นที่วิจัยเป้าหมาย:Studio ฝ้ายหลวง กาดหล่ายต้า ต.แม่ต๋ำ อ.เมือง จ.พะเยา

 

ภาพที่ 4: ภาพคณะครูและนักเรียน รร.ปงรัชดาภิเษก ขณะรับฟังการบรรยายเชิงปฏิบัติการกระบวนการผลิตฝ้าย ณ Studio ฝ้ายหลวง

 

ภาพที่ 5: ภาพกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของเยาวชนผ่านผลิตภัณฑ์จากฝ้าย เช่น ผ้าพันคอ หรือพวงกุญแจ

 

2. การบูรณาการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการวิจัย (Stakeholder Engagement)

การขับเคลื่อนโครงการในไตรมาสนี้ อาศัยความร่วมมือจากกลไกพหุภาคี ได้แก่

  • กลุ่มผู้กำหนดนโยบายและหน่วยงานให้ทุน:คณะผู้บริหารจาก สกสว. และมหาวิทยาลัยพะเยา ในฐานะผู้ติดตาม ประเมินผล และหนุนเสริมทิศทางนโยบายการวิจัย
  • กลุ่มนักวิจัย:ทีมงานจากมหาวิทยาลัยพะเยา ผู้พัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) สู่ชุมชน
  • กลุ่มองค์กรชุมชนและผู้ผลิต:เครือข่ายฝ้ายหลวงจังหวัดพะเยา (จาก 4 อำเภอ) ผู้เป็นฐานรากในการผลิตวัตถุดิบ และชาวชุมชนกาดกองน้อยบ้านธาตุ ซอย 6 ผู้ร่วมเป็นนักวิจัยชุมชนและกลไกหลักในการขับเคลื่อนพื้นที่
  • กลุ่มเยาวชนและสถานศึกษา:คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก ในฐานะกลุ่มเป้าหมายผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนาทักษะอาชีพ

 

3. ผลผลิตและผลลัพธ์เชิงประจักษ์ (Outputs & Outcomes)

  • ผลผลิตทางการวิจัย (Research Outputs):1. โครงการจัดเก็บและรวบรวมวัตถุดิบฝ้ายดิบรวมจำนวน 100 กิโลกรัม ที่มีความพร้อมสำหรับใช้เป็นตัวอย่างทดสอบทางวิศวกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

2. เกิดพื้นที่ต้นแบบรูปธรรม "กาดกองน้อย ซอย 6" ที่ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่ทดลองปฏิบัติการทางสังคม

3. เกิดรูปแบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer Model) ผ่าน "Studio ฝ้ายหลวง" ที่สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ผ่านกลุ่มผู้เรียนได้จริง

  • ผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้น (Research Outcomes)
     1. มิติเศรษฐกิจและสังคม:พิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโมเดล "เศรษฐกิจหน้าบ้าน" ที่สร้างความสามัคคีในชุมชน เกิดการกระจายรายได้ และยกระดับทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จับต้องได้

2. มิติการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์:การดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมช่วยสร้างความตระหนักรู้ต่อคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานบริบทโลกยุคใหม่เข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างกลมกลืน

 

4. ทิศทางการดำเนินงานวิจัยในระยะต่อไป (ไตรมาส 4)

  • การทดสอบและวิจัยเชิงวิศวกรรม:นำวัตถุดิบฝ้ายดิบ 100 กิโลกรัม เข้าสู่กระบวนการเดินเครื่องจักรเพื่อการแยกเมล็ด การอบแห้งควบคุมความชื้น และการสกัดน้ำมัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงนิเวศจำนวน 10 ชนิด
  • การจัดการองค์ความรู้:ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อยกร่างและจัดทำคู่มือปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) ด้านการจัดการฝ้ายหลังเก็บเกี่ยวสำหรับชุมชน
  • การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้:เตรียมการพัฒนาและยกระดับ "Studio ฝ้ายหลวง" และ "กาดกองน้อย" ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบด้านนวัตกรรมชุมชนที่พร้อมรองรับการศึกษาดูงานจากภายนอกในระดับภูมิภาคต่อไป


รายงานโดย นายปณิธาน ประมูล วันที่รายงาน 30/06/2569 [5892]
57000 50
4
[6029]

ค่าบำรุงมหาวิทยาลัยร้อยละ 10



รายงานโดย นางสาวสุธาศินี ทับยา วันที่รายงาน 22/09/2569 [6029]
17235 0
4
[6030]

การดำเนินโครงการ “หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล” มีกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นสมาชิกร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ รวมจำนวนผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 50 คน โดยสามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามบทบาทและบริบทของพื้นที่ดำเนินงานได้ดังนี้
2.1 กลุ่มแกนนำนักวิจัยชุมชนและช่างฝีมือ (พื้นที่ปฏิบัติการและกิจกรรมหลัก)กลุ่มนี้ประกอบด้วยชาวชุมชน ช่างฝีมือ และกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่กาดหล่ายต้า ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา (พื้นที่ตั้ง Studio ฝ้ายหลวง) และชุมชนกาดกองน้อย บ้านธาตุ ซอย 6 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ (พื้นที่ตั้งเฮือนฝ้ายหน่อคำ) กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนพื้นที่และร่วมเป็นนักวิจัยชุมชน โดยจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับชุมชนสำหรับการจัดการฝ้ายหลังการเก็บเกี่ยว การใช้เครื่องอัดฝ้ายเพื่อแปรรูปปุยฝ้ายข้ามขั้นตอนการปั่นเส้นด้าย และการออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ เช่น หมอนและเบาะ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ การสร้างแบรนด์ และการบริหารจัดการตลาดออนไลน์เพื่อยกระดับรายได้ของชุมชน
  2.2 กลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตต้นน้ำ (พื้นที่ส่งวัตถุดิบ)กลุ่มเป้าหมายส่วนนี้คือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายและกลุ่มผู้ปั่นฝ้ายพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้, ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา และตำบลหล่ายทุ่ง อำเภอเชียงม่วน บทบาทหลักของกลุ่มนี้ในระยะของโครงการคือการทำหน้าที่เป็นฐานรากในการผลิตและรวบรวมวัตถุดิบฝ้ายดิบ (ปุยและเมล็ด) จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบป้อนเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมหลัก โดยสมาชิกในกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น เทคนิคการอบแห้ง การควบคุมอุณหภูมิ และการลดความชื้น เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและรักษาคุณภาพของปุยฝ้ายให้ได้มาตรฐานตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ
  2.3 กลุ่มเยาวชนและผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ (เครือข่ายสถานศึกษา)นอกเหนือจากชาวชุมชนในเครือข่ายฝ้ายหลวง โครงการยังมีกลุ่มเป้าหมายรองที่เป็นผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทักษะอาชีพ ได้แก่ คณะครูและนักเรียนจากสถานศึกษา เช่น โรงเรียนปงรัชดาภิเษก กลุ่มเป้าหมายนี้จะได้เข้ามาศึกษาดูงานและเรียนรู้กระบวนการจัดการฝ้ายแบบครบวงจร ณ Studio ฝ้ายหลวง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ การย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมในระดับเยาวชนต่อไป
1. พื้นที่ดำเนินการ พื้นที่ดำเนินการ บริบทพื้นที่ และเครือข่ายความร่วมมือ
การดำเนินงานภายใต้โครงการ “หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล” มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อพัฒนาระบบห่วงโซ่คุณค่าของฝ้ายยืนต้นพันธุ์ท้องถิ่น โดยในระยะนี้ โครงการได้จัดสรรบทบาทพื้นที่เพื่อการวิจัยและพัฒนาเชิงลึก ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงพื้นที่เครือข่ายต้นน้ำอย่างเป็นระบบ ดังนี้
  1.1 พื้นที่ปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาหลัก (Core Research & Social Labs)
พื้นที่ส่วนนี้เป็นหัวใจสำคัญในการทดสอบนวัตกรรม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ประกอบด้วย 2 พื้นที่หลัก ได้แก่:
• กาดหล่ายต้า ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา (ที่ตั้ง Studio ฝ้ายหลวง):
• บริบทและบทบาทหลัก:ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการตลาด การประสานงานเครือข่ายฝ้ายหลวงจังหวัดพะเยา และพื้นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
  การวิจัยและใช้ประโยชน์:เป็นที่ตั้งของ “Studio ฝ้ายหลวง” ซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) และองค์ความรู้แบบครบวงจรให้แก่ชุมชนและเยาวชน ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ การย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ
• กาดกองน้อย ซอย 6 บ้านธาตุสบแวน ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ (ที่ตั้งเฮือนฝ้ายหน่อคำ):
• บริบทและบทบาทหลัก:ชุมชนไทลื้อที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมและหัตถกรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งได้รับการพัฒนาให้เป็นต้นแบบ "หมู่บ้านฝ้ายหลวงเชิงนิเวศ"
• การวิจัยและใช้ประโยชน์:ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) เพื่อขับเคลื่อนโมเดล "เศรษฐกิจหน้าบ้าน" (Front-yard Economy) โดยนำนวัตกรรมมาแปรรูปปุยฝ้ายธรรมชาติด้วยเทคนิคการอัดขึ้นรูปข้ามขั้นตอนการปั่นด้าย (Skip-process) เพื่อทำผลิตภัณฑ์ Eco-Product เช่น หมอนสุขภาพ และเบาะรองนั่ง

1.2 พื้นที่ต้นน้ำและแหล่งผลิตวัตถุดิบ (Upstream Material Sources)สำหรับพื้นที่เครือข่ายอื่นๆ ในเฟสนี้ จะถูกกำหนดบทบาทให้เป็น "แหล่งเพาะปลูกและรวบรวมวัตถุดิบฝ้ายดิบ" เพื่อป้อนเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการวิจัยหลัก โดยบูรณาการเครือข่ายเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบฝ้ายดิบรวมจำนวน 100กิโลกรัม ประกอบด้วย:
• ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้:ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งปลูกฝ้ายหลักของจังหวัด โดยเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มปั่นฝ้ายพื้นบ้านในการดูแลรักษาพันธุ์และการเก็บเกี่ยว
• ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา และ ตำบลหล่ายทุ่ง อำเภอเชียงม่วน:ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เครือข่ายสมทบในการสนับสนุนวัตถุดิบฝ้าย และเป็นแปลงขยายพันธุ์ฝ้ายยืนต้นในระบบเกษตรผสมผสานเพื่อการฟื้นฟูระบบนิเวศ
2. กลุ่มเป้าหมาย
การดำเนินโครงการ “หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล” มีกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นสมาชิกร่วมขับเคลื่อนเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ รวมจำนวนผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 50 คน โดยสามารถจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามบทบาทและบริบทของพื้นที่ดำเนินงานได้ดังนี้
  2.1 กลุ่มแกนนำนักวิจัยชุมชนและช่างฝีมือ (พื้นที่ปฏิบัติการและกิจกรรมหลัก)กลุ่มนี้ประกอบด้วยชาวชุมชน ช่างฝีมือ และกลุ่มผู้ผลิตในพื้นที่กาดหล่ายต้า ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมืองพะเยา (พื้นที่ตั้ง Studio ฝ้ายหลวง) และชุมชนกาดกองน้อย บ้านธาตุ ซอย 6 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ (พื้นที่ตั้งเฮือนฝ้ายหน่อคำ) กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนพื้นที่และร่วมเป็นนักวิจัยชุมชน โดยจะเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับชุมชนสำหรับการจัดการฝ้ายหลังการเก็บเกี่ยว การใช้เครื่องอัดฝ้ายเพื่อแปรรูปปุยฝ้ายข้ามขั้นตอนการปั่นเส้นด้าย และการออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ เช่น หมอนและเบาะ ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ การสร้างแบรนด์ และการบริหารจัดการตลาดออนไลน์เพื่อยกระดับรายได้ของชุมชน
  2.2 กลุ่มเกษตรกรและเครือข่ายผู้ผลิตต้นน้ำ (พื้นที่ส่งวัตถุดิบ)กลุ่มเป้าหมายส่วนนี้คือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกฝ้ายและกลุ่มผู้ปั่นฝ้ายพื้นบ้านในพื้นที่ตำบลหนองหล่ม อำเภอดอกคำใต้, ตำบลแม่กา อำเภอเมืองพะเยา และตำบลหล่ายทุ่ง อำเภอเชียงม่วน บทบาทหลักของกลุ่มนี้ในระยะของโครงการคือการทำหน้าที่เป็นฐานรากในการผลิตและรวบรวมวัตถุดิบฝ้ายดิบ (ปุยและเมล็ด) จำนวน 100 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบป้อนเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมหลัก โดยสมาชิกในกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น เทคนิคการอบแห้ง การควบคุมอุณหภูมิ และการลดความชื้น เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและรักษาคุณภาพของปุยฝ้ายให้ได้มาตรฐานตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ
  2.3 กลุ่มเยาวชนและผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ (เครือข่ายสถานศึกษา)นอกเหนือจากชาวชุมชนในเครือข่ายฝ้ายหลวง โครงการยังมีกลุ่มเป้าหมายรองที่เป็นผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทักษะอาชีพ ได้แก่ คณะครูและนักเรียนจากสถานศึกษา เช่น โรงเรียนปงรัชดาภิเษก กลุ่มเป้าหมายนี้จะได้เข้ามาศึกษาดูงานและเรียนรู้กระบวนการจัดการฝ้ายแบบครบวงจร ณ Studio ฝ้ายหลวง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการวัตถุดิบต้นน้ำ การย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงนิเวศ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมในระดับเยาวชนต่อไป

3. ระยะเวลา
ระยะเวลาดำเนินการในภาพรวมของโครงการคือ 23 มีนาคม 2569 –30 กันยายน2569 โดยมีกำหนดการจัดกิจกรรมและการลงพื้นที่ภาคสนามที่ ตามรายละเอียดวัน เวลา และสถานที่ ดังนี้

• วันที่ 27 เมษายน 2569 จัดกิจกรรมเปิดพื้นที่หน้าบ้านสาธิตภูมิปัญญาไทลื้อและเศรษฐกิจหน้าบ้าน (Front-yard Economy) และต้อนรับ คณะ สกสว. ณ กาดกองน้อย ซอย 6 บ้านธาตุสบแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
• วันที่ 24 มิถุนายน 2569 จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้และต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากโรงเรียนปงรัชดาภิเษก ณ Studio ฝ้ายหลวง กาดหล่ายต้า ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
• วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2569 (เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป):จัดกิจกรรมประชุมชี้แจง ลงพื้นที่ภาคสนาม และเวทีเสวนาชุมชน (Social Lab) ไตรมาส 3 เพื่อวางแผนรวบรวมฝ้ายดิบ ณ กาดกองน้อยบ้านธาตุ ซอย 6 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
• วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 (เวลา 08.30 – 16.00 น.):จัดกิจกรรม "ร่วมแรง ร่วมใจ ฟื้นคืนชีวิตเฮือนฝ้ายหน่อคำ" จัดเวิร์กช็อปแปรรูปปุยฝ้าย ณ เฮือนฝ้ายหน่อคำ บ้านธาตุสบแวน
• วันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 กิจกรรมร่วมจัดแสดงบูธผลงานโครงการ "หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล" ในงาน UP-NEXUS Innovation Day 2026 ณ หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา
 4. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
จำนวน 172350 บาท

5. ผลการดำเนินงาน
สรุปผลการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล
• ผู้ดำเนินการและเครือข่าย ทีมวิจัยจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย นายปณิธาน ประมูล ดร.อัษฎากรณ์ ฉัตรานันท์ และทีมนักวิจัย ได้ร่วมมือกับเครือข่ายฝ้ายหลวงจังหวัดพะเยา ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ การดำเนินงานยังได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลและหน่วยงานภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกด้านสถานที่และการตลาด
• พื้นที่เป้าหมาย : ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา (ตำบลแม่ต๋ำและแม่กา) อำเภอดอกคำใต้ (ตำบลหนองหล่ม) อำเภอเชียงคำ (ตำบลหย่วน) และอำเภอเชียงม่วน (ตำบลเชียงม่วน) โดยใช้ศูนย์ประสานงานเครือข่ายฝ้ายหลวงที่กาดหล่ายต้า ตำบลแม่ต๋ำ เป็นพื้นที่ประสานงานกลาง
• กระบวนการดำเนินงาน :ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่สำรวจและร่วมกับชุมชนรวบรวมฝ้ายดิบต้นน้ำจำนวน 100กิโลกรัม จากนั้นได้จัดเวิร์กช็อปเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัดการฝ้ายหลังเก็บเกี่ยว ทั้งการใช้เครื่องหีบฝ้ายกึ่งกลไกและการอบแห้งลดความชื้นเพื่อป้องกันเชื้อรา พร้อมทั้งทดลองแปรรูปปุยฝ้ายด้วยนวัตกรรมข้ามขั้นตอนการปั่นด้าย (Skip-Process) ด้วยการอัดขึ้นรูปโดยตรง และนำเมล็ดฝ้ายที่เคยถูกทิ้งมาสกัดเย็นเพื่อผลิตเป็นน้ำมัน
• ผลลัพธ์ที่ได้ :โครงการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงนิเวศ (Eco-Product) ได้ถึง 10 ชนิด เช่น หมอนสุขภาพ เบาะรองนั่ง น้ำมันนวดสมุนไพร และยาหม่อง กระบวนการเหล่านี้ช่วยเพิ่มมูลค่าปุยฝ้ายจากเดิมที่เทียบเท่าใยสังเคราะห์ราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ให้มีมูลค่าสูงถึง 450 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อนำมาประยุกต์เป็นงานหัตถกรรม ภาพรวมของการแปรรูปนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจขั้นต่ำได้ 150,000 บาท ตามเป้าหมายของโครงการ และนำไปสู่การจัดตั้ง "ศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านฝ้ายหลวงพะเยาโมเดล" เพื่อเป็นต้นแบบการจัดการฝ้ายด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
ผลิตภัณฑ์จากโครงการ
1. ปุยฝ้ายหลวง สำหรับงาน DIY :เส้นใยธรรมชาติ 100% จากฝ้ายยืนต้นพันธุ์พื้นเมือง ปลอดสารเคมี มีสัมผัสนุ่มฟูและผ่านการอบแห้งลดความชื้นอย่างได้มาตรฐาน เหมาะสำหรับนำไปสร้างสรรค์งานหัตถกรรมและงานประดิษฐ์เชิงนิเวศ
2. โคมไฟจากปุยฝ้ายขึ้นรูป:ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านที่นำปุยฝ้ายมาผสมสารประสานกาวน้ำแล้วอัดขึ้นรูปทรง เมื่อใส่หลอดไฟด้านในจะให้แสงสว่างที่นุ่มนวลสบายตา
3. พวงกุญแจใยฝ้าย:ของที่ระลึกชิ้นเล็กน่ารักที่ทำจากเย็บผ้าและใส่ปุยฝ้ายให้เป็นก้อนหรือรูปทรงต่างๆ โดยเคลือบกาวบางๆ ให้คงรูปและมีความแข็งแรงทนทาน
4. ของเล่นสัตว์เลี้ยงจากใยฝ้ายปลอดภัยต่อสัตว์:ของเล่นที่ประยุกต์จากการปั้นใยฝ้ายธรรมชาติ 100% ซึ่งปราศจากสารเคมี จึงมีความปลอดภัยสูงเมื่อสัตว์เลี้ยงสัมผัสหรือกัดเล่น
5. บาล์มน้ำมันฝ้ายหลวง (ปาล์มน้ำมันฝ้าย):ผลิตภัณฑ์ทาภายนอกที่ใช้น้ำมันสกัดจากเมล็ดฝ้ายเป็นน้ำมันนำพา (Carrier Oil) มีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ
6. ยาดมฝ้ายหลวง:ยาดมสมุนไพรที่ใช้น้ำมันเมล็ดฝ้ายออร์แกนิกเป็นส่วนผสมหลัก ช่วยให้กลิ่นหอมระเหยออกมาอย่างนุ่มนวล ไม่แสบเยื่อบุโพรงจมูก และซึมซาบไวเมื่อใช้แต้มทาผิวเพื่อบำรุง
7. น้ำมันนวดฝ้ายหลวง:น้ำมันสำหรับนวดผ่อนคลายที่ใช้น้ำมันเมล็ดฝ้ายสกัดเย็นเป็นส่วนประกอบหลัก อุดมด้วยกรดไขมันบำรุงผิว ซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้รวดเร็วโดยไม่มันเยิ้ม
8. ดินปลูกผสมถ่านชาโคลเมล็ดฝ้ายหลวง:วัสดุปรับปรุงดินที่ได้จากการนำกากและเปลือกเมล็ดฝ้ายไปเผาเป็นถ่านไบโอชาร์แล้วผสมกับดินปลูก ช่วยให้ดินโปร่ง ร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และช่วยกักเก็บธาตุอาหารให้พืช
9. น้ำมันเมล็ดฝ้ายหลวงสกัด:น้ำมันดิบสกัดเย็น 100% จากเมล็ดฝ้ายยืนต้นธรรมชาติ อุดมด้วยกรดไขมันที่มีประโยชน์ นิยมใช้เป็นน้ำมันฐาน (Base Oil) บริสุทธิ์สำหรับผสมทำเครื่องสำอาง สบู่ หรือยาหม่อง
10. เบาะ หมอน ใยฝ้ายหลวง:เครื่องนอนและของใช้สุขภาพที่ใช้เทคนิคอัดรูปปุยฝ้ายธรรมชาติ 100% เป็นไส้ในแทนการใช้ใยสังเคราะห์ มีคุณสมบัตินุ่ม ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และไม่สะสมความร้อน
11. ดอกฝ้ายบูชาพระธาตุ:งานประดิดประดอยเชิงวัฒนธรรมที่นำเศษปุยฝ้ายชิ้นเล็กมาจับกลีบและชุบกาวบางๆ ให้คงรูปเป็นดอกไม้มงคล สำหรับใช้ถวายพระหรือประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
 6. ปัญหาอุปสรรค
ระยะเวลาดำเนินงานจำกัดเนื่องจากกระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการประสบปัญหาระยะเวลาในการปฏิบัติงานภาคสนามจริงลดน้อยลงกว่าแผนงานที่กำหนดไว้เบื้องต้น เนื่องจากต้องรอรอบการอนุมัติและขั้นตอนการเบิกจ่ายงบประมาณสนับสนุน ข้อจำกัดด้านเวลานี้ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการจัดเตรียมพื้นที่ การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์สำหรับการทดลอง และการนัดหมายรวมกลุ่มเครือข่ายชุมชนในพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบครบวงจร
7. แนวทางการแก้ไข
เพื่อให้ผลการดำเนินงานยังคงคืบหน้าและบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัด คณะผู้วิจัยได้ปรับแผนการทำงานให้ยืดหยุ่นและกระชับขึ้น โดยสลับนำกิจกรรมที่สามารถดำเนินการได้ล่วงหน้ามาทำก่อน เช่น การลงพื้นที่ประสานงานกลุ่มย่อย การวางแผนรวบรวมฝ้ายดิบต้นน้ำจำนวน 100 กิโลกรัมจากเครือข่ายเกษตรกร และการระดมความคิดเห็นเพื่อวางแนวทางออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบเชิงนิเวศร่วมกับชุมชน
การเตรียมความพร้อมด้านวัตถุดิบและเครือข่ายไว้ล่วงหน้า ทำให้ทันทีที่โครงการได้รับการจัดสรรงบประมาณ ทีมงานสามารถเร่งดำเนินการจัดเวทีปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) จัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น และเข้าสู่ขั้นตอนการทดสอบเทคโนโลยีแปรรูปปุยฝ้ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบเวลาที่จำกัด



รายงานโดย นางสาวสุธาศินี ทับยา วันที่รายงาน 22/09/2569 [6030]
117265 50