เครือข่ายส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม กปว.#
  • บริการของ กปว.
    • โครงการ
    • เทคโนโลยี
    • ผู้เชี่ยวชาญ
    • คำปรึกษา/ลูกค้า
    • ผลิตภัณฑ์
    • แลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • หน้าหลัก
  • Friday, October 2, 2026 เวลา :

เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด

รหัส
10887
ชื่อ
นวัตกรรมระบบเตาสำหรับการผลิตน้ำย้อมสีธรรมชาติ ชม 4 ครั้ง
เจ้าของ
รศ.พิศมัย อาวะกุลพาณิชย์
เมล์
pitsamai.a@cmu.ac.th
รายละเอียด

กิจกรรมพัฒนาเทคโนโลยีสู่ชุมชนในด้านระบบการผลิตน้ำย้อมสีธรรมชาติให้ได้มาตรฐาน
- พัฒนาเทคโนโลยีระบบเตาต้มย้อมประหยัดพลังงาน 2 หัวที่เหมาะสมกับพื้นที่ของชุมชน

เตาต้มย้อมประหยัดพลังงาน ที่ประยุกต์รูปแบบมาจาก "เตาเศรษฐกิจประยุกต์แบบมณฑล" เตาต้นแบบนี้ ออกแบบโดย ดร.มณฑล หัสดินทร์ (นายช่างเทคนิคอาวุโส กระทรวงพลังงาน) ซึ่งใช้หลักวิศวกรรมการไหลของอากาศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ซึ่งทางโครงการได้นำมาปรับประยุกต์เพื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรมการดำเนินงานของชุมชน

1. รายละเอียดและคุณลักษณะของเตาต้มย้อมประหยัดพลังงาน
เตาถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเตาฟืนแบบเปิดโล่งดั้งเดิมที่สูญเสียความร้อนสูง โดยมีคุณลักษณะเด่น ดังนี้:
• ประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงถึง 40% (เตาฟืนทั่วไปมีประสิทธิภาพเพียง 10-15%) มีการออกแบบให้นำอากาศเย็นจากภายนอกเข้ามาทางช่องเติมเชื้อเพลิงและใต้ตะแกรงเพื่อช่วยเผาไหม้
• ระบบหมุนเวียนความร้อน 3 รอบ ภายในเตาจะมีการทำ "ปีกผีเสื้อ" รีดอากาศและบังคับให้ลมร้อนและควันไฟไหลวนรอบภาชนะต้มย้อมอย่างช้าๆ ก่อนจะออกสู่ปล่องควัน ทำให้ดึงความร้อนไปใช้กับน้ำย้อมได้อย่างเต็มที่• รองรับเชื้อเพลิงชีวมวลได้หลากหลาย สามารถใช้ฟืน เศษไม้ กาบมะพร้าว กะลามะพร้าว หรือวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในพื้นที่ได้
• โครงสร้างแข็งแรงและทนทาน ก่อสร้างด้วยอิฐมอญ ปูนโครงสร้าง และทราย จึงมีความทนทานสูงและกักเก็บความร้อนไว้ภายในเตาได้ดี
• การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ (Ergonomics) ปรับความสูงของเตาให้พอดีกับสรีระของผู้ใช้งานไม่ต้องก้มให้ปวดหลัง ย้ายช่องใส่เชื้อเพลิงไปอยู่ด้านล่าง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องสัมผัสความร้อนจากหน้าเตาโดยตรง
2. ขั้นตอนการก่อสร้างเตาต้มย้อมประหยัดพลังงานอย่างละเอียดการก่อสร้างเตาจะใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น (อิฐมอญ เหล็กเส้น ท่อใยหินทำปล่อง ปูน และทราย) โดยมีขั้นตอนสำคัญดังต่อไปนี้:
- ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมพื้นที่และเทฐานราก
เริ่มต้นจากการวัดขนาดของภาชนะต้มย้อม เพื่อกำหนดขนาดความกว้างของเตา จากนั้นทำการปรับหน้าดิน เทปูนผสมทรายเพื่อทำฐานรากให้แข็งแรง ป้องกันการทรุดตัว
- ขั้นตอนที่ 2 การก่อห้องเผาไหม้และช่องขี้เถ้า
ก่ออิฐมอญขึ้นมาเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือทรงกระบอกตามรูปทรงภาชนะ เว้นช่องด้านหน้าส่วนล่างสุดเป็น"ช่องรับอากาศและรองรับขี้เถ้า" เหนือช่องนี้จะทำการฝังเหล็กเส้น สานเป็นตารางเพื่อทำหน้าที่เป็น "ตะแกรงรองฟืน" ซึ่งตะแกรงนี้สำคัญมากเพราะทำให้อากาศพัดผ่านใต้กองไฟ ช่วยให้ไฟลุกไหม้ได้ดีเยี่ยม
- ขั้นตอนที่ 3 การก่อผนังเตาและการทำช่องทางเดินลมร้อน (ปีกผีเสื้อ)
ก่ออิฐมอญขึ้นมาเป็นผนังเตาชั้นนอกและชั้นใน จุดสำคัญที่สุดของเตาคือ การทำปีกผีเสื้อ (Baffles) บริเวณห้องเผาไหม้ โดยก่ออิฐยื่นออกมาด้านในเพื่อบังคับทิศทางลมร้อน ให้เปลวไฟและก๊าซร้อนถูกบีบและหมุนวนไปรอบๆ ก้นภาชนะต้มย้อมก่อนจะลอยตัวสูงขึ้น
- ขั้นตอนที่ 4 การติดตั้งภาชนะต้มย้อมและฉาบปิดผนึก
นำภาชนะสำหรับต้มย้อมมาวางลงในช่องด้านบนของเตา ทำการปรับระดับให้พอดี จากนั้นใช้ปูนฉาบหรือดินทนไฟอุดรอยต่อระหว่างขอบภาชนะกับขอบเตาให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนเล็ดลอดออกมาด้านนอก ซึ่งจะทำให้ความร้อนทั้งหมดถูกส่งผ่านไปยังหม้อน้ำย้อมโดยตรง
- ขั้นตอนที่ 5 การติดตั้งปล่องระบายควัน
ด้านหลังสุดของตัวเตา จะทำการต่อท่อ เพื่อใช้เป็นปล่องระบายควันและสร้างแรงลมดูด (Draft) ปล่องควันจะช่วยดูดอากาศดีเข้าทางหน้าเตาและดึงควันออกจากห้องเผาไหม้อย่างเป็นระบบ ทำให้ไฟแรงและไม่มีควันย้อนกลับมารบกวนผู้ใช้งานหน้าเตาเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว ทิ้งเตาไว้ให้ปูนแห้งสนิทประมาณ 3-5 วัน ก่อนจะเริ่มจุดไฟอุ่นเตา (ไล่ความชื้น)และสามารถเริ่มใช้งานจริง

คำสำคัญ
ระบบเตา  น้ำย้อมสีธรรมชาติ  สีธรรมชาติ  
บันทึกโดย
นายวันโชค   มณีเดช  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รายละเอียดผู้รับบริการ

ไม่พบข้อมูลผู้รับบริการ




สงวนลิขสิทธิ์ © 2569 กลุ่มส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม(ธท.) กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(กปว.)
มีปัญหาแจ้งได้ที่ ekapong at mhesi.go.th