2569 ผลไม้อบแห้งสวนเกษตร ส บุญมีฤทธิ์    0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
4 [22997]
กิจกรรมที่ 22 (วันที่ 9 กันยายน 2569): การหารือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อทวนสอบแบบแปลน และแนวทางปรับปรุงสถานที่ผลิตสำหรับยื่นคำขอ สบ.1
 
คณะผู้ดำเนินงาน ประกอบด้วย รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก, ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์, และคุณมัทรี พร้อมด้วยผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ (คุณเพลิน และ คุณป๊ะ) ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.กาญจนบุรี) ในช่วงเช้าวันที่ 9 กันยายน 2569 เพื่อขอคำปรึกษาและทวนสอบร่างแบบแปลนพื้นที่สถานประกอบการขนาดประมาณ 10 x 10 เมตร ตลอดจนรายละเอียดกระบวนการผลิต และแนวทางปรับปรุงพื้นที่ให้มีความพร้อมสำหรับการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1)
การหารือมุ่งเน้นการนำแบบแปลนที่ทีมโครงการได้พัฒนาขึ้นมาพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่ในรายละเอียด โดยเฉพาะการจัดเส้นทางการผลิต การแบ่งพื้นที่รับวัตถุดิบ พื้นที่ล้างและเตรียมวัตถุดิบ พื้นที่ปรุงและแปรรูป พื้นที่บรรจุและจัดเก็บสินค้า รวมถึงการป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างพื้นที่ภายนอกกับพื้นที่ผลิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับองค์ประกอบทางกายภาพที่ควรปรับปรุง เช่น ลักษณะพื้น ผนังและการกั้นพื้นที่ ตำแหน่งประตูและม่านพลาสติก PVC สีเหลือง การติดมุ้งลวดบริเวณช่องเปิดและช่องระบายอากาศ ตลอดจนการจัดระบบแสงสว่างและการป้องกันแมลง โดยหลักสำคัญ คือ พื้นที่ผลิตต้องสามารถทำความสะอาดได้ง่าย และมีการจัดเส้นทางการทำงานที่ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
 
หลังจากเสร็จสิ้นการหารือกับ สสจ.กาญจนบุรี ในช่วงเช้า คณะทำงานได้เดินทางต่อไปยัง วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ อ.หนองปรือ เพื่อชี้แจงข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับให้ คุณสไลย์ดา วันทอง และทีมวิสาหกิจชุมชนรับทราบ พร้อมร่วมกันพิจารณาแนวทางการปรับปรุงพื้นที่จริง ทั้งในด้านวัสดุที่ใช้ การจัดระบบน้ำและระบบไฟฟ้า การจัดหาอุปกรณ์สแตนเลส และการกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินงาน
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อขอคำปรึกษาและทวนสอบความเหมาะสมของร่างแบบแปลนสถานประกอบการขนาด 10 x 10 เมตร กับเจ้าหน้าที่ สสจ.กาญจนบุรี ก่อนดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จริง 
2) เพื่อกำหนดรายละเอียดการปรับปรุงพื้นที่ และองค์ประกอบทางกายภาพของสถานที่ผลิต ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สำหรับการยื่นคำขอ สบ.1 
3) เพื่อทวนสอบขั้นตอนการเปิดสิทธิ์และยื่นคำขอผ่านระบบ E-Submission รวมถึงเอกสารที่วิสาหกิจชุมชนต้องจัดเตรียม 
4) เพื่อถ่ายทอดข้อเสนอแนะจาก สสจ.กาญจนบุรี ให้แก่ผู้ประกอบการ และร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงาน งบประมาณ และระยะเวลาในการปรับปรุงสถานที่ผลิต
 
ผลการดำเนินงาน: จากการเข้าหารือกับ สสจ.กาญจนบุรี และการชี้แจงข้อมูลต่อผู้ประกอบการ ทีมโครงการได้ข้อสรุปสำคัญสำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไป ดังนี้
 
1) การปรับแบบแปลนและเส้นทางการผลิต: แนวทางของแบบแปลนที่จัดทำขึ้นสามารถนำไปใช้เป็นฐานสำหรับการปรับปรุงพื้นที่ได้ โดยต้องให้ความสำคัญกับการแยกพื้นที่ตามลำดับกระบวนการผลิต และลดการไหลย้อนกลับของวัตถุดิบ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์หลายกระบวนการสามารถดำเนินการภายในสถานประกอบการเดียวกันได้ แต่ควรจัดช่วงเวลาการผลิตและพื้นที่ใช้งานให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ วิสาหกิจฯ ต้องสามารถสาธิตกระบวนการผลิตจริงได้อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์สำหรับแต่ละกระบวนการที่ยื่นขอ
 
2) การปรับปรุงโครงสร้างและสุขลักษณะของสถานที่: ประเด็นหลักที่ต้องดำเนินการประกอบด้วย พื้นที่ต้องเรียบ ไม่มีร่องหรือจุดสะสมสิ่งสกปรก การกั้นผนังในตำแหน่งที่จำเป็น การกำหนดชนิดและตำแหน่งของประตู รวมถึงจุดที่ต้องติดตั้งม่านพลาสติก PVC สีเหลืองร่วมกับประตูเพื่อป้องกันแมลงจากภายนอก ตลอดจนการติดมุ้งลวดบริเวณช่องเปิดและช่องระบายอากาศ นอกจากนี้ หากใช้หลอดไฟที่ไม่ใช่ LED ควรมีอุปกรณ์ครอบป้องกัน และต้องวางแผนระบบน้ำ น้ำทิ้ง ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สัมผัสอาหารที่เหมาะสมกับการผลิตจริง
 
3) การเตรียมเอกสารและระบบ E-Submission: วิสาหกิจฯ สามารถดำเนินการเปิดสิทธิ์เข้าใช้งานระบบ E-Submission ไว้ล่วงหน้าได้ แต่ควรยื่นคำขออย่างเป็นทางการเมื่อสถานที่มีความพร้อมสำหรับการตรวจแล้ว เนื่องจากหลังการยื่นคำขอจะเข้าสู่กรอบระยะเวลาการตรวจของเจ้าหน้าที่ หากคุณสไลย์ดาเป็นผู้ดำเนินการแทนวิสาหกิจฯ จะต้องมีเอกสารแสดงการมอบหมายหรือมติของสมาชิกกลุ่มประกอบการดำเนินการ รวมถึงเอกสารพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับผู้ยื่นและสถานที่ผลิต
 
4) การกำหนดแผนปรับปรุงพื้นที่: ภายหลังได้รับข้อมูลจาก สสจ. ทีมโครงการได้ชี้แจงให้วิสาหกิจฯ เห็นภาพของงานที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม โดยสรุปเป็นประเด็นหลัก ได้แก่ พื้น ผนัง ประตูและม่าน PVC ระบบป้องกันแมลง/ช่องเปิด และการจัดพื้นที่ห้องและระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง จากนั้นวิสาหกิจฯ จะนำรายละเอียดไปประเมินวัสดุ ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาในการดำเนินงาน โดยเบื้องต้นมีแนวคิดใช้บุคลากรภายในกลุ่มช่วยดำเนินการเพื่อลดค่าแรง และตั้งเป้าเริ่มปรับปรุงในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตออกมากในเดือนพฤศจิกายน


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22997]
6000 6
4 [22996]
กิจกรรมที่ 21 (วันที่ 27 สิงหาคม 2569): การประสานขอคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.) เพื่อทวนสอบแนวทางจัดทำแบบแปลนและเตรียมการยื่นคำขอ สบ.1
 
ภายหลังจากทีมโครงการได้รวบรวมรายละเอียดกระบวนการผลิต ปรับปรุงข้อมูลรายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนพัฒนาแบบแปลนพื้นที่ส่วนผลิตของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์แล้ว ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้โทรศัพท์ประสาน คุณศศิกาญจน์ เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.กาญจนบุรี) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความเหมาะสมของแบบแปลนสถานที่ผลิต และสอบถามลำดับขั้นตอนในการดำเนินงานก่อนเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1) อย่างเป็นทางการ 
 
ประเด็นสำคัญที่ทีมโครงการสอบถาม คือ การจัดทำแบบแปลนในช่วงที่สถานที่ผลิตจริงยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ประกอบทั้งหมดตามที่ออกแบบไว้ เช่น โต๊ะปฏิบัติงาน ชั้นวางของ อ่างล้างมือ หรืออุปกรณ์บางรายการ โดยเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำว่า สามารถจัดทำแบบแปลนตามสภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตได้ แม้อุปกรณ์บางส่วนยังไม่มีอยู่จริง ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ แบบแปลนควรสะท้อนภาพของสถานที่ผลิตที่ตั้งใจจะดำเนินการจริง และควรจัดวางพื้นที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ในลักษณะที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินเส้นทางการผลิตและความเสี่ยงจากการปนเปื้อนได้ 
 
ในส่วนของรูปแบบแบบแปลน เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องจัดทำเป็นแบบวิศวกรรมที่มีรายละเอียดซับซ้อน แต่ควรมี มาตราส่วนและตำแหน่งของพื้นที่ใช้งานที่ชัดเจน เพื่อให้สามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่รับวัตถุดิบ การเตรียมและทำความสะอาดวัตถุดิบ พื้นที่ผลิต พื้นที่บรรจุ พื้นที่เก็บสินค้า ตลอดจนตำแหน่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้อย่างเข้าใจง่าย นอกจากนี้ หากได้รับการพิจารณาแบบแปลนแล้ว การจัดพื้นที่จริงในภายหลังก็ควรดำเนินการให้สอดคล้องกับแบบที่ได้หารือไว้ โดยไม่ควรเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสำคัญโดยไม่มีเหตุผล 
 
ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือ ลำดับการดำเนินงานก่อนยื่นคำขออย่างเป็นทางการ เดิมทีมโครงการมีแนวคิดที่จะจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนแล้วส่งให้ สสจ. พิจารณา แต่เจ้าหน้าที่แนะนำว่า ในกรณีของแบบแปลนสถานที่ผลิตอาหาร การนำเอกสารเข้าไปหารือกับเจ้าหน้าที่โดยตรงจะช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนรายละเอียดได้ชัดเจนกว่า เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละประเภทมีลักษณะกระบวนการผลิตและข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน โดยเอกสารสำคัญที่ควรนำไปใช้ในการหารือเบื้องต้นประกอบด้วย (1) แบบแปลนสถานที่ผลิต (2) รายการเครื่องมือและเครื่องจักร ทั้งรายการที่มีอยู่แล้วและรายการที่วางแผนจะจัดหา และ (3) รายละเอียดกรรมวิธีการผลิตอาหาร 
 
นอกจากนี้ ได้มีการหารือเกี่ยวกับระบบ E-Submission ซึ่งเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า การขอเปิดสิทธิ์เข้าใช้งานระบบสามารถดำเนินการล่วงหน้าได้ เนื่องจากการเปิดสิทธิ์เป็นเพียงการเตรียมช่องทางสำหรับการยื่นคำขอ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรยื่นคำขอ สบ.1 อย่างเป็นทางการจนกว่าสถานที่ผลิตจะมีความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน เนื่องจากเมื่อยื่นคำขอแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการนับระยะเวลาดำเนินงานและเจ้าหน้าที่จะต้องนัดหมายลงพื้นที่ตรวจสถานที่จริง คำว่า “พร้อมผลิต” ในที่นี้หมายถึง สถานที่ควรมีการจัดแบ่งพื้นที่ มีเครื่องจักรและอุปกรณ์หลัก รวมถึงส่วนประกอบต่างๆ ตามแบบแปลนในระดับที่เจ้าหน้าที่สามารถเห็นเส้นทางการผลิตและประเมินสถานที่จริงได้ ไม่ใช่เพียงพื้นที่ว่างที่ยังไม่ได้จัดเตรียม 
 
ในส่วนของค่าใช้จ่าย ทีมโครงการได้สอบถามเกี่ยวกับค่าตรวจประเมินที่คำนวณเบื้องต้นไว้ประมาณ 5,000 บาท จากกำลังเครื่องจักรรวมประมาณ 13.52 แรงม้า โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าในขั้นตอนการนำแบบแปลนและข้อมูลเข้าไป ปรึกษาเบื้องต้นยังไม่ต้องชำระค่าตรวจประเมิน การชำระเงินจะเกิดขึ้นเมื่อเริ่มเข้าสู่กระบวนการยื่นคำขออย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การเข้าไปขอคำปรึกษาเกี่ยวกับแบบแปลนยังไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมหนังสือมอบอำนาจหรือเอกสารสำหรับเปิดสิทธิ์ E-Submission ทั้งหมด สามารถนำเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องไปหารือให้เกิดความเข้าใจร่วมกันก่อนได้ 
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อขอคำปรึกษาจาก สสจ.กาญจนบุรี เกี่ยวกับแนวทางจัดทำและจัดวางองค์ประกอบในแบบแปลนสถานที่ผลิตให้มีความเหมาะสมต่อการพิจารณาคำขอ สบ.1 
2) เพื่อทวนสอบลำดับขั้นตอนการดำเนินงาน ตั้งแต่การปรึกษาแบบแปลน การปรับปรุงสถานที่ การเปิดสิทธิ์ E-Submission จนถึงการยื่นคำขอและการตรวจสถานที่จริง 
3) เพื่อกำหนดรายการข้อมูลและเอกสารที่ทีมโครงการควรจัดเตรียมสำหรับการเข้าหารือกับ สสจ.กาญจนบุรี ก่อนดำเนินการยื่นคำขออย่างเป็นทางการ 
 
ผลการดำเนินงาน: จากการประสานงาน ทีมโครงการได้รับแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้นว่า ในระยะปัจจุบันควรมุ่งเน้นการจัดทำ แบบแปลนที่สะท้อนสภาพสถานที่ผลิตที่ต้องการพัฒนาในอนาคต โดยระบุมาตราส่วน ตำแหน่งเครื่องจักร อุปกรณ์ และพื้นที่ใช้งานต่างๆ ให้สามารถประเมินเส้นทางการผลิตและความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนข้ามได้ จากนั้นควรนำแบบแปลน รายการเครื่องจักร และรายละเอียดกรรมวิธีการผลิตเข้าไปหารือกับกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.กาญจนบุรีโดยตรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะก่อนนำไปใช้ปรับปรุงสถานที่จริง ส่วนการเปิดสิทธิ์ E-Submission สามารถดำเนินการคู่ขนานไว้ก่อนได้ แต่ควรชะลอการยื่นคำขออย่างเป็นทางการจนกว่าสถานที่ผลิตจะอยู่ในสภาพพร้อมรับการตรวจประเมิน ผลจากการหารือครั้งนี้จึงทำให้ทีมโครงการสามารถปรับลำดับการดำเนินงานจากเดิมที่มุ่งจะจัดส่งเอกสารทันที มาเป็น การปรึกษาแบบแปลนกับ สสจ. → ปรับแบบและจัดเตรียมสถานที่จริง → เปิด/เตรียมสิทธิ์ E-Submission → ยื่นคำขอเมื่อสถานที่พร้อม → เข้ารับการตรวจประเมิน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการต้องแก้ไขสถานที่หรือเอกสารภายหลังการยื่นคำขอ


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22996]
6000 2
4 [22995]
กิจกรรมที่ 20 (วันที่ 21 สิงหาคม 2569): การประชุมรวบรวมและทวนสอบรายละเอียดสูตรส่วนประกอบและกระบวนการผลิต เพื่อจัดทำเอกสารประกอบคำขอ สบ.1
 
ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ผู้ร่วมโครงการ ได้ประชุมผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับคุณสมปอง และ คุณบัว ผู้ปฏิบัติงานด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ เพื่อรวบรวมและทวนสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการผลิตจริงของวิสาหกิจชุมชน สำหรับนำมาใช้ปรับปรุงรายละเอียดใน คำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1) และเอกสารแนบประกอบคำขอ โดยเฉพาะข้อมูลในส่วนของสูตรส่วนประกอบ กรรมวิธีการผลิต การใช้วัตถุดิบและส่วนประกอบอื่น การบรรจุ ตลอดจนวิธีและระยะเวลาในการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ ซึ่งจำเป็นต้องให้ข้อมูลสอดคล้องกับกระบวนการที่ผู้ประกอบการดำเนินการจริง 
 
การหารือครอบคลุมกระบวนการผลิตหลักของวิสาหกิจชุมชน 4 กลุ่ม ได้แก่ (1) กระบวนการอบแห้ง (2) กระบวนการลอยแก้วและแช่อิ่ม (3) กระบวนการทอด และ (4) กระบวนการแปรรูปสมุนไพรแห้ง โดยมีการสอบถามรายละเอียดในระดับผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ชนิดวัตถุดิบ สัดส่วนส่วนประกอบ ลำดับขั้นตอนการเตรียมและแปรรูป ตลอดจนสารหรือส่วนประกอบที่มีการใช้จริง เช่น น้ำตาล เกลือ น้ำปูนใส น้ำเชื่อม และน้ำมันสำหรับทอด เพื่อหลีกเลี่ยงการระบุขั้นตอนหรือส่วนประกอบที่ผู้ประกอบการไม่ได้ใช้จริงในปัจจุบัน 
 
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง ได้มีการทวนสอบผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น กล้วยน้ำว้าอบ มะม่วงอบแห้ง มะยงชิดอบแห้ง ลำไยอบแห้ง และมะขามแช่อิ่มอบแห้ง โดยพบว่าแต่ละผลิตภัณฑ์มีขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบแตกต่างกัน เช่น กล้วยและมะม่วงใช้วัตถุดิบหลักโดยไม่มีการเติมส่วนประกอบอื่น ขณะที่มะยงชิดมีขั้นตอนผ่านความร้อนร่วมกับน้ำ น้ำตาล และเกลือก่อนนำไปทำให้แห้ง ส่วนมะขามมีกระบวนการแช่น้ำปูนใส น้ำเกลือ และน้ำเชื่อมตามลำดับ เพื่อเตรียมเนื้อสัมผัสและรสชาติก่อนการทำให้แห้ง นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิและระยะเวลาการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันตามคุณลักษณะของอาหาร 
 
สำหรับกระบวนการลอยแก้ว ได้ทวนสอบข้อมูลของ กระท้อนลอยแก้วและมะยงชิดลอยแก้ว ทั้งส่วนประกอบหลักและการเตรียมน้ำเชื่อม โดยผู้ประกอบการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนของเนื้อผลไม้ น้ำ น้ำตาล เกลือ และการใช้ใบเตยสำหรับให้กลิ่น รวมถึงยืนยันว่าหลังการบรรจุผลิตภัณฑ์จะนำเข้าตู้แช่แข็งทันทีเพื่อรักษาคุณภาพ ส่วนกระบวนการทอด ได้เก็บรายละเอียดของ ข้าวเกรียบลำไย ซึ่งประกอบด้วยแป้งมันสำปะหลัง เนื้อลำไย น้ำ ไซรัปลำไยที่วิสาหกิจชุมชนผลิตเอง และเกลือ รวมถึงขั้นตอนการขึ้นรูป การนึ่ง การพักในตู้เย็น การสไลด์ การตาก การทอด และการบรรจุ ซึ่งทำให้สามารถเรียบเรียงกระบวนการผลิตให้ใกล้เคียงกับการปฏิบัติจริงมากขึ้น
 
นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมรายละเอียดของกลุ่มสมุนไพรแห้ง ได้แก่ ใบตะไคร้ ราก/โคนตะไคร้ ผิวมะกรูด ใบมะกรูด เปลือกส้มโอ ใบเตย ดอกอัญชัน และมะตูม โดยผู้ประกอบการยืนยันว่าผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวใช้วัตถุดิบสมุนไพรแต่ละชนิดเป็นหลัก โดยไม่มีการเติมน้ำตาลหรือส่วนประกอบอื่น และมีทั้งการใช้ตู้อบลมร้อนและการตากแดดตามลักษณะของวัตถุดิบ ข้อมูลที่ได้จากการประชุมจึงช่วยให้ทีมโครงการสามารถแยกกรรมวิธีการผลิตของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มได้ละเอียด และตรงกับสภาพการผลิตจริงมากขึ้น 
 
วัตถุประสงค์: เพื่อรายงานผล 
1) เพื่อรวบรวมและทวนสอบข้อมูลสูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีการผลิตของผลิตภัณฑ์ที่วิสาหกิจชุมชนดำเนินการผลิตจริง ให้มีรายละเอียดครบถ้วนและถูกต้อง 
2) เพื่อจัดกลุ่มกระบวนการผลิตและจัดทำข้อมูลประกอบแบบ สบ.1 ให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตจริงของวิสาหกิจชุมชน 
3) เพื่อเตรียมข้อมูลด้านวัตถุดิบ ขั้นตอนการผลิต การบรรจุ และการเก็บรักษา สำหรับใช้ประกอบการปรึกษาและยื่นคำขอต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีในลำดับถัดไป 
 
ผลการดำเนินงาน: จากการประชุม ทีมโครงการสามารถรวบรวมและทวนสอบข้อมูลของกระบวนการผลิตทั้ง 4 กลุ่มได้ละเอียดมากขึ้น โดยสามารถระบุผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการผลิตจริง สูตรและส่วนประกอบที่ใช้ ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ ลำดับกรรมวิธีการผลิต ตลอดจนวิธีการบรรจุและเก็บรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละผลิตภัณฑ์ ข้อมูลดังกล่าวทำให้สามารถปรับแก้รายละเอียดจากร่างเดิมที่บางส่วนยังเป็นข้อมูลทั่วไป ให้กลายเป็นข้อมูลที่สะท้อนการปฏิบัติงานจริงของวิสาหกิจชุมชนมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นการใช้หรือไม่ใช้สารช่วยรักษาสภาพ การกำหนดสัดส่วนวัตถุดิบ และการแยกขั้นตอนที่แตกต่างกันระหว่างผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด หลังจากนั้นทีมโครงการได้นำข้อมูลที่ได้ไปใช้จัดทำและปรับปรุง เอกสารแนบข้อ 8 สูตรส่วนประกอบและกรรมวิธีการผลิต สำหรับประกอบคำขอ สบ.1 ให้มีรายละเอียดเป็นระบบมากขึ้น เพื่อเตรียมนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการหารือกับ สสจ.กาญจนบุรี ก่อนการยื่นคำขออย่างเป็นทางการ โดยเอกสารที่จัดทำภายหลังได้แยกรายละเอียดกระบวนการผลิตออกตามผลิตภัณฑ์และกระบวนการอย่างชัดเจน


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22995]
0 4
4 [22994]
กิจกรรมที่ 19 (วันที่ 5 สิงหาคม 2569): การนำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าโครงการปีที่ 2 ต่อคณะกรรมการ สป.อว.
 
ภายหลังจากทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยทีมผู้ดำเนินโครงการ ได้เข้าร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ “ผลไม้อบแห้งสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์” ปีที่ 2 ต่อคณะกรรมการ สป.อว. ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยนำเสนอภาพรวมผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีที่ 1 และความก้าวหน้าของปีที่ 2 โดยเฉพาะการเตรียมยกระดับสถานประกอบการเพื่อขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหาร (สบ.1) การจัดทำแบบแปลนและเส้นทางการผลิต การพัฒนาทักษะด้านผลิตภาพและความปลอดภัยอาหาร รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการธุรกิจของวิสาหกิจชุมชน
 
วัตถุประสงค์: เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการปีที่ 2 ต่อคณะกรรมการ พร้อมรับข้อเสนอแนะสำหรับใช้ปรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป 
 
ผลการดำเนินงาน: คณะกรรมการได้รับทราบความก้าวหน้าของโครงการในด้านการเตรียมสถานประกอบการและเอกสาร สบ.1 การเชื่อมโยงกลไกสนับสนุนจากแพลตฟอร์ม BDS และ Central Lab ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านผลิตภาพ ความปลอดภัยอาหาร และการใช้ AI ทางธุรกิจ พร้อมทั้งได้ให้ข้อซักถามและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสัดส่วนการสนับสนุนงบประมาณ แนวทางพัฒนาวิสาหกิจให้สามารถดำเนินงานได้ด้วยตนเอง ระยะเวลาในการพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า และการเชื่อมโยงมาตรฐานผลิตภัณฑ์กับการตลาด ทั้งนี้ ทีมโครงการได้ชี้แจงว่า การดำเนินงานด้านสถานประกอบการมีความล่าช้ากว่าแผนเดิมบางส่วน แต่จะเร่งผลักดันการยื่น สบ.1 การพัฒนาผลิตภัณฑ์นำร่อง และการเตรียมต่อยอดสู่การตลาดในปีที่ 3 ต่อไป


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22994]
0 12
4 [22993]
กิจกรรมที่ 18 (วันที่ 26 กรกฎาคม 2569): การติดตามและสนับสนุนการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านน้ำในช่วงฤดูแล้ง
 
ภายหลังจากทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินสภาพระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ รวมถึงวิเคราะห์จุดที่ชำรุดและแนวทางการซ่อมแซมในกิจกรรมก่อนหน้า ได้มีการติดตามและประสานงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เกษตร เนื่องจากผู้ประกอบการมีความจำเป็นต้องสำรองน้ำขึ้นมาไว้บนผิวดิน เพื่อเตรียมรับมือกับภาวะภัยแล้ง ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับปรุงระบบบริหารจัดการน้ำของโครงการปีที่ 2 ซึ่งโครงการได้เตรียมการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมระบบไว้ตามกรอบการดำเนินงาน 
 
วัตถุประสงค์: เพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำที่ชำรุด ให้มีความพร้อมสำหรับการบริหารจัดการและสำรองน้ำในพื้นที่เกษตร
 
ผลการดำเนินงาน: จากการติดตามความคืบหน้า ได้มีการดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมตู้ควบคุมระบบโซลาร์เซลล์ที่ชำรุดจำนวน 2 ชุด โดยใช้ตู้ควบคุมอีกชุดที่ยังสามารถใช้งานได้เป็นต้นแบบประกอบการตรวจสอบวงจรและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายใน การดำเนินการครั้งนี้ช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูระบบบริหารจัดการน้ำมีความก้าวหน้าตามแผน และลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยทีมที่ปรึกษาโครงการจะติดตามผลการใช้งาน และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมตามกรอบงบประมาณของโครงการต่อไป


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22993]
32000 3
4 [22992]
กิจกรรมที่ 17 (วันที่ 8 กรกฎาคม 2569): การประชุมหารือไตรภาคีเพื่อสร้างความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ (สบ.1) ผ่านแพลตฟอร์มงานบริการพัฒนาธุรกิจ (BDS) ของ สสว.
 
ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ (ทีมวิจัย มจธ.) ได้ประชุมหารือร่วมกับ คุณสุนิสา วันทอง (คุณอ้อม) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จังหวัดกาญจนบุรี และคุณสไลย์ดา วันทอง (คุณดา) ผู้ประสานงานหลักของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการทรัพยากรระหว่างโครงการของ มจธ. และแพลตฟอร์ม Business Development Service (BDS) ของ สสว. เพื่อขจัดคอขวดด้านงบประมาณในการขอรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ โดยที่ประชุมได้ร่วมกันวางแนวทางการใช้สิทธิประโยชน์เพื่อจัดหาผู้เชี่ยวชาญ (Service Provider) จาก Central Lab เข้ามาสนับสนุนการจัดทำแผนผังโรงเรือน (Zoning) และการประสานงานเชิงรุกกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เพื่อให้วิสาหกิจฯ สามารถยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1) ได้ทันตามกรอบเวลาสิ้นปีงบประมาณในเดือนกันยายน 2569
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง มจธ. สสว. และวิสาหกิจชุมชน ในการใช้แพลตฟอร์ม BDS สนับสนุนการขอรับรองมาตรฐานสถานประกอบการ
2) เพื่อกำหนดแนวทางการจัดจ้างหน่วยงานผู้ให้บริการ (Central Lab) ในการจัดทำแผนผังการผลิตและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ สสจ. กาญจนบุรี
3) เพื่อวางแผนการจัดเตรียมเอกสารทางนิติบุคคลและข้อมูลทางเทคนิคสำหรับการขึ้นทะเบียนในระบบ e-Submission
 
ผลการดำเนินงาน: จากการหารือและวางแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ทั้ง 3 ฝ่ายได้มติข้อสรุปในการดำเนินงานดังนี้:
 
1) กลไกการสนับสนุนงบประมาณ (BDS Platform): ที่ประชุมเห็นชอบให้นำวิสาหกิจชุมชนเข้าสู่โครงการ BDS ซึ่ง สสว. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการขอมาตรฐานในสัดส่วนร้อยละ 80 โดยผู้ประกอบการสมทบเพียงร้อยละ 20 มาตรการนี้จะช่วยครอบคลุมค่าธรรมเนียมและค่าที่ปรึกษาประมาณ 11,000 - 12,000 บาท ซึ่งช่วยลดภาระทางการเงินของกลุ่มได้อย่างมากภายใต้งบประมาณโครงการที่จำกัดในปีที่ 2
 
2) บทบาทของหน่วยงานที่ปรึกษา (Central Lab): กำหนดให้ Central Lab เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการร่างแผนผังโรงเรือน (Floor Plan) และการแบ่งเขตพื้นที่การผลิต (Zoning) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ อย. สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย (อบ, ทอด, ลอยแก้ว) โดย Central Lab จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการนำเอกสารเข้าพบ สสจ. เพื่อปรับปรุงแก้ไขแบบให้ผ่านการพิจารณาในขั้นตอนเดียว
 
3) การบูรณาการข้อมูลเทคนิค: ดร.ณัฐพงษ์ จะรับหน้าที่รวบรวมและส่งต่อข้อมูลทางเทคนิคที่ มจธ. ได้ดำเนินการไว้แล้ว อาทิ แบบแปลนพื้นที่ 10x10 เมตร, รายการเครื่องจักรที่มีการลงมาตราส่วนชัดเจน และร่างฉลากผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ Central Lab นำไปใช้ประกอบการยื่นขอราคา (Quotation) ได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนและเร่งระยะเวลาการดำเนินงาน
 
4) แนวทางปฏิบัติระยะสั้น: คุณสไลย์ดาจะดำเนินการจัดเตรียมเอกสารนิติบุคคล (ใบทะเบียนวิสาหกิจ, ทะเบียนพาณิชย์) เพื่อให้ สสว. นำข้อมูลเข้าสู่ระบบและเริ่มกระบวนการขออนุมัติโครงการภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้ทันการเข้าตรวจพื้นที่และยื่นคำขออย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายน 2569


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22992]
0 4
4 [22991]
กิจกรรมที่ 16 (วันที่ 5 กรกฎาคม 2569): การลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพระบบเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อกู้คืนระบบบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะในแปลงเกษตร
 
คณะวิจัยนำโดย ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก, และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานภาคสนาม ณ บริเวณแปลงลำไยและสวนมะม่วงของวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ เพื่อตรวจสอบความเสียหายเชิงเทคนิคของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำที่มีอยู่เดิมทั้ง 3 จุด โดยทีมวิจัยได้ร่วมกับคนงานประจำสวนในการทดสอบระบบไฟฟ้า และการจ่ายน้ำหน้างานจริง การสำรวจครั้งนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพปัญหาคอขวดที่ทำให้ระบบพลังงานสะอาดไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้า จากการใช้ปั๊มน้ำระบบเดิมในอัตราที่สูง ทีมงานได้ทำการบันทึกข้อมูลทางเทคนิค ทั้งในส่วนของแผงโซลาร์เซลล์ ตู้ควบคุม (Inverter) และระบบสายไฟฟ้า เพื่อนำมาจัดทำแผนการซ่อมแซมและยกระดับสู่ระบบบริหารจัดการน้ำแบบอัจฉริยะที่สามารถติดตามผลผ่านแดชบอร์ด (Dashboard) ได้ในอนาคตตามแนวทางแพลตฟอร์ม BCE
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อตรวจสอบความเสียหายทางกายภาพและวัดค่าทางไฟฟ้าของแผงโซลาร์เซลล์และระบบควบคุมการสูบน้ำทั้ง 3 จุดหลัก
2) เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างการกระจายน้ำ (Sprinkler System) และการใช้พลังงานในแต่ละโซนผลิตผลไม้ (ลำไย และ มะม่วง)
3) เพื่อวางแผนการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และกำหนดแนวทางซ่อมแซมระบบร่วมกับช่างเทคนิคในพื้นที่และนักศึกษาฝึกงาน
 
ผลการดำเนินงาน: จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกและการทดสอบทางวิศวกรรมไฟฟ้า ทีมวิจัยได้ข้อสรุปสำคัญดังนี้:
 
1) การวินิจฉัยความเสียหายเชิงระบบ: พบว่าระบบโซลาร์เซลล์ (ระบบ 320 วัตต์ จำนวน 16 แผงต่อจุด) ประสบปัญหาหลัก คือ สายไฟฟ้าถูกสัตว์กัดแทะเสียหายรุนแรงและมีการโจรกรรมหัววาล์วทองเหลือง (Solenoid Valve) ในบางจุด จากการวัดค่าแรงดันไฟฟ้า พบว่าแผงโซลาร์เซลล์ยังสามารถผลิตไฟ DC ได้ปกติ (ประมาณ 323V) แต่ในส่วนของ Inverter ผลิตไฟ AC 3 เฟสได้เพียง 160V ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนปั๊มน้ำให้มีแรงดันสูงพอที่จะส่งน้ำขึ้นถังพัก (Tank) ได้
 
2) การบริหารจัดการน้ำในแปลงเกษตร: ปัจจุบันวิสาหกิจฯ ต้องใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าร้อยละ 100 ในการสูบน้ำ ซึ่งประสบปัญหาแรงดันไฟตก (Voltage Drop) บ่อยครั้งในช่วงที่เปิดเครื่องปรับอากาศพร้อมกัน ทีมวิจัยได้สำรวจการจ่ายน้ำพบว่าปั๊ม 1 ตัว รับผิดชอบหัวสปริงเกอร์ประมาณ 18 หัว จึงได้วางแผนจัดระเบียบการเปิด-ปิดน้ำตามรอบการผลิตลำไยที่จะออกดอกในเดือนพฤศจิกายนนี้
 
3) แนวทางการกู้คืนและต่อยอด: ดร.วรวิทย์ ได้กำหนดแผนการเดินสายไฟใหม่ทั้งหมด โดยใช้ท่อร้อยสายที่ป้องกันสัตว์กัดแทะ และมีแนวคิดในการดึงนักศึกษาเข้ามาช่วยปฏิบัติงานร่วมกับช่างในพื้นที่เพื่อเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ (On-the-job Training) นอกจากนี้ยังได้หารือถึงการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดความชื้นในดินและกล้อง Webcam เพื่อสร้างระบบมอนิเตอร์สภาพอากาศและอัตราการใช้น้ำแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าแรงและค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22991]
39000 10
4 [22988]
กิจกรรมที่ 15 (วันที่ 5 กรกฎาคม 2569): การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร และ การตรวจสอบคุณภาพทางจุลชีววิทยาเบื้องต้นเพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน
 
หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยคณะวิจัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และวิทยากรเชี่ยวชาญพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร (รศ.ดร.พรรณจิรา วงษ์สวัสดิ์) ได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ และเยาวชนในพื้นที่ ณ อาคารที่ทำการวิสาหกิจชุมชน โดยการอบรมในวันนี้มุ่งเน้นการต่อยอดองค์ความรู้จากเรื่องผลิตภาพ (Productivity) ไปสู่มิติด้านความปลอดภัยและการควบคุมคุณภาพสินค้า (Quality Control) โดยเน้นความเข้าใจเรื่องสาเหตุการเสื่อมเสียของอาหาร ทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ วิทยากรได้ถ่ายทอดความสำคัญ ของค่าความพึงพอใจของผู้บริโภค ที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานสุขลักษณะ (GHP) โดยเน้นย้ำเรื่องปัจจัยควบคุม เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และค่าปริมาณน้ำอิสระ (Water Activity - aw) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยืดอายุการเก็บรักษา (Shelf life) และการป้องกันเชื้อก่อโรค เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน อย. ในลำดับถัดไป
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและลักษณะการเสื่อมเสียของอาหารประเภทต่างๆ ของวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกหลักวิชาการ
2) เพื่อถ่ายทอดทักษะการตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้นผ่านการวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และการทำความเข้าใจค่าปริมาณน้ำอิสระ (aw) ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
3) เพื่อฝึกปฏิบัติการตรวจสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ (Total Plate Count, Yeast & Mold) ในผลิตภัณฑ์และพื้นที่สัมผัสอาหาร (Swab Test) ตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร
 
ผลการดำเนินงาน: จากการดำเนินกิจกรรมอบรมและปฏิบัติการตรวจสอบทางจุลชีววิทยา ทีมวิจัยและผู้ประกอบการได้บรรลุผลสำเร็จที่สำคัญ ดังนี้:
 
1) การวิเคราะห์ปัจจัยควบคุมคุณภาพ: ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้หลักการ “ประหยัดแต่ถูกหลักวิชาการ” โดยใช้เครื่องมือง่ายๆ เช่น กระดาษวัดพีเอช (pH Paper) ในการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารกลุ่มปรับกรด (เช่น หน่อไม้ดอง หรือผลไม้ลอยแก้ว) วิทยากรได้ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างน้ำอิสระ (aw) กับการเสื่อมเสีย โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีค่า aw ต่ำกว่า 0.7 จะมีความปลอดภัยจากเชื้อราและยีสต์ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์อายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์เบื้องต้นได้เอง
 
2) ปฏิบัติการเตรียมตัวอย่างและเจือจาง (Serial Dilution): สมาชิกกลุ่มนำโดยคุณสไลย์ดา และเยาวชนในพื้นที่ ได้ฝึกทักษะการเตรียมตัวอย่างแบบปลอดเชื้อ (Aseptic Technique) โดยใช้ตัวอย่างจริง ได้แก่ มะม่วงกวน และกระท้อนลอยแก้ว โดยผู้เข้าอบรมได้ฝึกการชั่งตัวอย่าง 25 กรัม ผสมกับสารละลายบัฟเฟอร์ 225 มิลลิลิตร (อัตราส่วน 1:10) และทำการเจือจางเป็นลำดับส่วน (10−1 ถึง 10−4) เพื่อให้สามารถนับจำนวนจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนได้อย่างแม่นยำ
 
3) การตรวจสอบการปนเปื้อนด้วยชุดทดสอบรวดเร็ว: มีการทดลองใช้ชุดทดสอบสำเร็จรูป (Petrifilm) ในการตรวจหาเชื้อจุลินทรีย์รวม (TPC), ยีสต์, และรา รวมถึงเชื้อสแตฟิโลคอกคัส (Staphylococcus aureus) ซึ่งเป็นเชื้อที่มักพบจากการปนเปื้อนโดยบุคคล นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรม Swab Test เพื่อตรวจสอบความสะอาดของมือผู้ปฏิบัติงานและพื้นผิวสัมผัสอาหาร เพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขวิทยาบุคคล (Personal Hygiene)
 
4) การแปลผลและแนวทางมาตรฐาน: วิทยากรได้สอนวิธีการนับจำนวนโคโลนีและการคำนวณกลับเป็นค่าจำนวนจุลินทรีย์จริง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้เป็นฐานข้อมูล (Record) ภายในสถานประกอบการเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต และเป็นเอกสารประกอบการขอรับรองมาตรฐาน สบ.1 และ อย. ต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่อไป


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22988]
48000 33
4 [22983]

กิจกรรมที่ 14 (วันที่ 4 กรกฎาคม 2569): การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลิตภาพ (Work Efficiency and Productivity Improvement) เพื่อสร้างฐานรากสู่การแข่งขันในธุรกิจชุมชน

คณะผู้ดำเนินงาน: หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยคณะวิจัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร (อ.ชายกร สินธุสัย) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ เยาวชนในพื้นที่ รวมถึงวิสาหกิจชุมชนบริเวณใกล้เคียง รวมกว่า 20 คน ซึ่งการอบรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับหลักการ "ผลิตภาพ" (Productivity) เพื่อต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านมาตรฐาน GHP/GMP และ 5ส ในปีแรก ไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดมูลค่าสูงสุด ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการสกัดองค์ความรู้ (Knowledge Management) จากประสบการณ์หน้างานจริง ผสมผสานกับการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาปรับใช้ในการลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางการตลาดตามแพลตฟอร์ม BCE ในระยะที่ 2 ของโครงการ ในขณะเดียวกัน ทีมวิจัยส่วนหนึ่งได้แยกตัวลงพื้นที่สำรวจกายภาพภายในส่วนผลิต 10x10 เมตร เพื่อเก็บข้อมูลทางเทคนิคของอุปกรณ์ทุกชนิดสำหรับใช้ในการคำนวณกำลังแรงม้ารวม ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1) ต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์

วัตถุประสงค์:

1) เพื่อสร้างความตระหนักและทักษะการประยุกต์ใช้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) ในกระบวนการทำงานของวิสาหกิจชุมชนอย่างเป็นระบบ

2) เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการลดความสูญเสีย 7 ประการ (7 Wastes) ในกระบวนการผลิตและบริการ

3) เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม (Teamwork) และการวางแผนงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างสมาชิกต่างวัยในกลุ่มวิสาหกิจ

4) เพื่อรวบรวมข้อมูลกำลังไฟฟ้า (วัตต์) และคุณลักษณะทางเทคนิคของเครื่องมือเครื่องจักรในพื้นที่ผลิต สำหรับนำไปคำนวณแรงม้าประกอบการยื่นเอกสาร สบ.1

 

ผลการดำเนินงาน:

1) การทบทวนและสร้างความเข้าใจ STI:ผู้เข้าอบรมได้ร่วมกันวิเคราะห์ความหมายของวิทยาศาสตร์ (ความรู้) เทคโนโลยี (การทำงานอย่างเป็นระบบ) และนวัตกรรม (การกระทำสิ่งใหม่ด้วยตนเอง) วิทยากรเน้นย้ำถึงศาสตร์พระราชาเรื่องการ "ประหยัดแต่ถูกหลักวิชาการ" โดยมุ่งให้สมาชิกใช้สติและความรู้ในการควบคุมคุณภาพสินค้า มากกว่าการทำตามกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว

2) การวิเคราะห์ผลิตภาพและการลดต้นทุน:สมาชิกได้เรียนรู้สมการผลิตภาพ (Productivity = ผลผลิต / วัตถุดิบที่ใช้) และการบริหารกำไรผ่านการลดต้นทุนแทนการเพิ่มราคาขาย ที่ประชุมได้ร่วมกันวิเคราะห์ "ความสูญเสีย 7 ประการ" (7 Wastes) ที่เกิดขึ้นจริงในสวน เช่น การผลิตที่มากเกินความต้องการของตลาด (Over-production) ในช่วงมะยงชิดล้นตลาด, การเก็บสต็อกบรรจุภัณฑ์ที่เกินจำเป็น, และความสูญเสียจากการเคลื่อนไหว (Motion) ที่ไม่ถูกหลักสรีระศาสตร์

3) กิจกรรมกลุ่มเพื่อการสื่อสารและวางแผน:ผ่านกิจกรรม "ฉีกรูปช้าง" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการขาดการสื่อสารและการวางแผนล่วงหน้าจะทำให้ผลงานผิดเพี้ยนไปจากเป้าหมาย และกิจกรรม "ห่วงสวาท" ที่ฝึกสมาธิและการประสานงานระหว่างผู้รับและผู้ให้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบลูกค้าภายใน (Internal Customer) เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน

4) การประยุกต์ใช้เครื่องมือคุณภาพ:วิทยากรได้แนะนำหลักการ ECRS (กำจัด, รวม, สลับ, ทำให้ง่าย) และ 5W1H มาใช้เป็นกรอบในการตั้งคำถามเพื่อแก้ปัญหาหน้างาน เช่น การจัดการจุดคอขวดในโรงผลิต และการใช้เทคโนโลยี AI หรือระบบบัญชีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ต้นทุนอย่างแม่นยำ

5) การสำรวจข้อมูลเทคนิคเครื่องจักรเพื่อมาตรฐาน สบ.1:ในระหว่างการอบรม รศ.ดร.ตุลา, ผศ.ดร.ทัศวัลย์ และ ดร.ณัฐพงษ์ ได้ลงพื้นที่ส่วนผลิตเพื่อสำรวจและบันทึกข้อมูลกำลังไฟฟ้า (Watt) จากแผ่นป้ายคุณลักษณะ (Nameplate) ของอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เครื่องอบไฟฟ้า, เครื่องปิดผนึกสุญญากาศ, แอร์, และตู้เย็นที่อยู่ภายในพื้นที่ผลิต 10 x 10 เมตร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกรวบรวมเพื่อนำไปแปลงค่าเป็น "แรงม้ารวม" (ต้องไม่เกิน 50 แรงม้า) สำหรับใช้กรอกข้อมูลในหัวข้อที่ 1 ของแบบฟอร์ม สบ.1 และจัดทำตารางรายการเครื่องจักรประกอบการยื่นขอเลขสถานที่ผลิตอาหารอย่างเป็นทางการในระยะถัดไป

6) การขยายผลและการเข้าถึงผ่านสื่อออนไลน์:ทีมวิจัยได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศและสาระจากกิจกรรมผ่านการถ่ายทอดสดและคลิปวิดีโอบนเพจ Facebook ของกลุ่ม จากการติดตามยอดรับชมพบว่า เนื้อหาหลายรายการมียอดรับชมตั้งแต่ประมาณ 200 ครั้งขึ้นไป และบางรายการมียอดรับชมสูงถึง 1.6 พันครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของผู้ติดตามและศักยภาพของสื่อออนไลน์ในการขยายการรับรู้เกี่ยวกับกิจกรรม องค์ความรู้ และผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนไปสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้างขึ้น ทั้งยังสามารถใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับวางแผนการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารการตลาดในระยะต่อไป



รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22983]
40000 33
4 [22998]
กิจกรรมที่ 23 (วันที่ 30 กันยายน 2569): การเข้าร่วม Workshop “ปั้นร้านออนไลน์ให้ขายได้จริง” เพื่อพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัล ให้กับวิสาหกิจชุมชน
 
วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ มีกำหนดส่งผู้แทนจำนวน 2 คน ได้แก่ คุณสไลย์ดา วันทอง และคุณบัว เข้าร่วมกิจกรรม Workshop “ปั้นร้านออนไลน์ให้ขายได้จริง” จัดโดยสมาคมการค้าไมโคร เอสเอ็มอี ไทย นครปฐม ร่วมกับแพลตฟอร์ม GOGO SHOPPING ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ณ โรงแรมเวล นครปฐม ห้องกิ่งทอง เพื่อเรียนรู้การนำช่องทางการค้าออนไลน์มาประยุกต์ใช้ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน
 
วัตถุประสงค์:
1) เพื่อพัฒนาทักษะด้านการเปิดร้านและบริหารจัดการสินค้า คำสั่งซื้อ และการจัดส่งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 
2) เพื่อเรียนรู้แนวทางการทำโปรโมชั่นและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนในตลาดดิจิทัล
 
ผลการดำเนินงาน: วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เตรียมส่ง คุณสไลย์ดา วันทอง และคุณบัว เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยมุ่งหวังให้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จาก Workshop มาประยุกต์ใช้ในการเปิดและบริหารร้านค้าออนไลน์ รวมถึงพัฒนาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชนให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของโครงการในการเตรียมความพร้อมด้านการตลาดและการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน


รายงานโดย นิชกานต์ ตรีภพ วันที่รายงาน 26/09/2569 [22998]
2700 5
3 [22184]

กิจกรรมที่ 13 (วันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569):การเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและวัสดุอุปกรณ์ เพื่อรองรับการลงพื้นที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ และการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการ ได้แก่ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนการลงพื้นที่ ณ วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค วัสดุอุปกรณ์ และองค์ความรู้ที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการและการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569

          ในด้านระบบสาธารณูปโภค ทีมงานได้ประสานงานร่วมกัน เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ซึ่งไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอุปกรณ์และสายไฟบางส่วนถูกสัตว์กัดแทะ โดยผู้ประกอบการได้จัดส่งภาพถ่ายและข้อมูลตำแหน่งความเสียหายมายังคณะผู้วิจัย เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และประเมินแนวทางการซ่อมแซม ก่อนประสานช่างผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เข้าดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกัน ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ ได้ติดต่อและประสานช่างผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบระบบระหว่างการลงพื้นที่ของคณะผู้วิจัย โดยมีเป้าหมายไม่เพียงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและการบำรุงรักษาระบบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ผู้ประกอบการในอนาคต

          นอกจากนี้ ทีมงานยังได้เตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะชุดตรวจเชื้อจุลินทรีย์เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยแผ่นตรวจเชื้อ Yeast & Moldและ Staphylococcus สำหรับใช้สาธิตการตรวจสุขลักษณะด้านการผลิตอาหาร รวมถึงหารือร่วมกันเกี่ยวกับหัวข้อการอบรม ได้แก่ การตรวจเชื้อ การเตรียมความพร้อมด้านมาตรฐานสถานประกอบการ การทำงานเป็นทีม (Teamwork) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) เพื่อให้กิจกรรมอบรมสามารถเชื่อมโยงกับการพัฒนาสถานประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

          วัตถุประสงค์:

          1) เพื่อเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและประสานการซ่อมแซมระบบปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ก่อนการลงพื้นที่

          2) เพื่อจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ และหัวข้อสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมาตรฐานการผลิตอาหาร

          3) เพื่อวางแผนการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของวิสาหกิจชุมชน

 

          ผลการดำเนินงาน:ทีมงานโครงการสามารถรวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบ Solar Cell และประสานช่างผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่เพื่อเตรียมเข้าตรวจสอบระบบระหว่างการลงพื้นที่ได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน ได้จัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมอบรม โดยเฉพาะชุดตรวจเชื้อจุลินทรีย์และหัวข้อการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ ส่งผลให้การลงพื้นที่ในลำดับถัดไปมีความพร้อมทั้งด้านเทคนิค อุปกรณ์ และแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22184]
5000 6
3 [22120]

กิจกรรมที่ 4 (วันที่ 30 เมษายน 2569): การประชุมหารือเชิงนโยบายเพื่อวางแผนยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ ระบบพลังงาน และกลยุทธ์การขอรับรองมาตรฐาน อย.

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, อ.ชยกร สินธุสัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร) และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ร่วมประชุมหารือเชิงลึกเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะที่ 2 ของโครงการวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาคอขวดด้านสถานที่ผลิตที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาดเชิงพาณิชย์ตามแพลตฟอร์มธุรกิจชุมชน (BCE)ที่ประชุมได้วิเคราะห์ความพร้อมของผู้ประกอบการ และความจำเป็นเร่งด่วน ในการปรับปรุงระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ชำรุดเสียหายจากสัตว์กัดแทะ เพื่อให้ระบบบริหารจัดการน้ำกลับมาใช้งานได้ทันท่วงทีในช่วงหน้าแล้ง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป้าหมายที่สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการได้รับเลขสารบบอาหาร (13 หลัก) และสร้างความยั่งยืนให้แก่โครงการในระยะยาว

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อวางแผนการก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปขนาดเหมาะสม (Minimalist Facility) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานสถานที่ผลิตของ อย.

2) เพื่อกำหนดแนวทางการซ่อมแซม และปรับปรุงระบบควบคุมโซลาร์เซลล์สูบน้ำทั้ง 3 จุด ที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อความต้องการใช้น้ำในฤดูแล้ง

3) เพื่อคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์นำร่อง 1-2 ชนิด สำหรับยื่นขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร (เลขสารบบ 13 หลัก) ให้สอดคล้องตามแผนงานโครงการปีที่ 2

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการระดมสมองและวิเคราะห์สภาพปัญหาเชิงเทคนิค ทีมวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิได้มติข้อสรุปในการดำเนินงานกิจกรรมที่ 4 ดังนี้:

          1) การจัดการด้านสถานที่ผลิตและแหล่งทุน:ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการขนาด 10x 10 เมตร บริเวณพื้นที่ว่างหลังโดมพาราโบลา โดยเน้นการออกแบบที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุดแต่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ อย. (Simple & Standard) เพื่อให้ได้เลขรหัสสถานประกอบการ 8 หลักก่อน โดยทีมวิจัยจะช่วยสนับสนุนในการเขียนโครงการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร (ธกส.) เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทุนในการก่อสร้างอาคารจริงเนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด

          2) การกู้คืนระบบพลังงานและน้ำ: กำหนดให้การซ่อมแซมระบบสายไฟและแผงควบคุมโซลาร์เซลล์ทั้ง 3 จุดเป็นภารกิจเร่งด่วน (Urgent Task) เนื่องจากพบความเสียหายจากการถูกหนูกัดแทะจนระบบล้มเหลว โดยจะดำเนินการเดินสายไฟใหม่และติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะ เพื่อให้วิสาหกิจฯ มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับผลผลิตทางการเกษตร (กระท้อนและลำไย) ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

          3) กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์และมาตรฐาน: ทีมวิจัยตัดสินใจคัดเลือกผลิตภัณฑ์ "ผลไม้อบแห้ง" (เช่น มะยงชิด หรือ มะม่วงกวน) เป็นสินค้าต้นแบบในการขอ อย. เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารประเภทที่ 3 ที่ขอรับรองได้ไม่ยุ่งยากนัก โดยจะเน้นการยกระดับกระบวนการผลิต ให้มีความพิถีพิถันและถูกสุขลักษณะ ตามเกณฑ์ GHP เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคและคู่ค้า (หมายเหตุ:การแบ่งกลุ่มอาหารเพื่อความปลอดภัยและมาตรฐานผู้บริโภค ตามกฎหมายอาหาร พ.ศ. 2522 สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยมีระดับการควบคุมต่างกัน ได้แก่ [1]อาหารควบคุมเฉพาะ(Specific Controlled Foods),[2]อาหารกำหนดคุณภาพ/มาตรฐาน (Standardized Foods),[3]อาหารที่ต้องมีฉลาก (Labeled Foods),และ [4]อาหารทั่วไป (General Foods))

          4) การรักษากรอบเวลาตามแพลตฟอร์ม BCE: ที่ประชุมย้ำเตือนถึงการรักษาสมดุลของงานให้เป็นไปตามแผน 3 ปี คือ ปีที่ 1 (องค์ความรู้), ปีที่ 2 (มาตรฐาน) และปีที่ 3 (การตลาด) เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการถูกประเมินผลโครงการ และเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในเชิงประจักษ์เมื่อสิ้นสุดโครงการ



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22120]
0 6
3 [22122]

กิจกรรมที่ 5(วันที่ 13 พฤษภาคม 2569):การประชุมหารือเพื่อกำหนดรายละเอียดผังสถานประกอบการ (Zoning) การฟื้นฟูระบบน้ำอัจฉริยะ และแผนการส่งเสริมการตลาดดิจิทัล

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประชุมทางไกลร่วมกับทีมผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ประกอบด้วย คุณสไลดา วันทอง (คุณดา), คุณเพลิน, และคุณบัว เพื่อร่วมกันสรุปแผนการดำเนินงานในปีที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การออกแบบพื้นที่สถานประกอบการให้เป็นไปตามมาตรฐาน อย. โดยพิจารณาแบบจำลองสถานประกอบการขนาด 10x 10 เมตร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการยื่นขอคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.), (2) การวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหาการจัดการน้ำและพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากการโจรกรรมและสภาพแวดล้อม (การซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ) และ (3) การจัดอบรมพัฒนาทักษะการตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนในระยะยาว ซึ่งการหารือในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขอเลขสารบบอาหาร (อย.) และการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนผ่านการจัดการห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านการส่งเสริมการสร้างกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดในรูปแบบดิจิทัล (Digital Marketing หรือ Social Media Marketing)

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อพิจารณาและจัดระเบียบแผนผังสถานประกอบการ (Floor Plan) และเส้นทางการไหลของกระบวนการผลิต (Workflow) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร

2) เพื่อพิจารณาแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุน (ALRO/BAAC) สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน

3) เพื่อประเมินแนวทางการซ่อมแซมระบบควบคุมโซลาร์เซลล์สูบน้ำ ที่เสียหายจากการถูกสัตว์กัดแทะและการโจรกรรมอุปกรณ์

4) เพื่อวางแผนการจัดอบรมพัฒนาทักษะการตลาดดิจิทัล การทำ Facebook Live และการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มยอดขาย

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมระดมสมองร่วมกับผู้ประกอบการ ทีมวิจัยได้ข้อสรุปในการจัดทำแผนงานปฏิบัติการ (Action Plan) ดังนี้:

          1) การกำหนดเขตพื้นที่การผลิต (Zoning):ที่ประชุมได้พิจารณาแบบจำลอง 2 มิติ ของอาคารขนาดประมาณ 10 x 10 เมตร โดยมีการจัดแบ่งพื้นที่เป็น 8-9 โซนหลัก เพื่อแยกส่วนงานรับวัตถุดิบ การล้าง การแปรรูป การบรรจุ รวมถึงการแยกส่วน "เปียก" และ "แห้ง" ออกจากกันอย่างชัดเจน และได้กำหนดเส้นทางการไหลของวัตถุดิบ (Flow) ให้เป็นไปในทิศทางเดียว (One-way flow) เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยเริ่มต้นตั้งแต่จุดที่ 1 (ห้องแต่งตัว และการทำความสะอาดของเจ้าหน้าที่), จุดที่ 0 และ 2(รับวัตถุดิบขาเข้าจากรถขนส่ง และห้องสต๊อกวัตถุดิบ), จุดที่ 3.1, 3.2, และ 4 (การล้าง, ตัดแต่ง, และเตรียมจัดเรียงก่อนเข้าสู่กระบวนการปรุง), จุดที่ 5-6(พื้นที่การปรุง เช่น อบ/ทอด/นึ่ง/นวด/ต้ม/เชื่อม), จนถึงจุดที่ 7-8 (การบรรจุและสต็อกสินค้า) โดยมีการปรับแก้จุดแต่งกายและล้างมือของเจ้าหน้าที่ให้ไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) ตามหลักเกณฑ์ที่ อย. กำหนด นอกจากนี้ยังพิจารณาการใช้ม่านพลาสติกใสหรือช่องสไลด์ในจุดเชื่อมต่อ เพื่อความสะดวกในการลำเลียงวัตถุดิบปริมาณมาก โดยได้มีการจ้างเหมาทำการวัดพื้นที่และเขียนแบบสถานประกอบการ

          2) การเตรียมความพร้อมด้านแหล่งทุน:ผู้ประกอบการได้แจ้งความคืบหน้าเรื่องการยื่นขอรับการสนับสนุนจาก สปก. และ ธกส. เพื่อเป็นงบประมาณสมทบในการก่อสร้างอาคารมาตรฐาน ซึ่งทีมวิจัยจะเข้ามาร่วมสนับสนุน ในด้านการจัดทำแบบแปลนที่เป็นทางการ เพื่อใช้ประกอบการยื่นเอกสารเหล่านี้

          3) การกู้คืนระบบโครงสร้างพื้นฐาน: ทีมงานได้รวบรวมข้อมูลความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ 3 จุดหลัก ซึ่งนอกจากปัญหาหนูกัดแทะสายไฟแล้ว ยังตรวจพบการโจรกรรมหัววาล์วทองเหลือง (Solenoid Valve) ในพื้นที่สวนอีกด้วย โดยทีมวิจัยได้วางแผนจะเข้าดำเนินการเดินสายไฟใหม่ และติดตั้งระบบป้องกันความเสียหายถาวร เพื่อให้วิสาหกิจฯ มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการในฤดูการผลิตกระท้อนและลำไย ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน

          4) กลยุทธ์การตลาดและการสร้างรายได้: มุ่งเน้นการยกระดับผลิตภัณฑ์นำร่อง (เช่น มะยงชิดสกัดเย็น หรือกระท้อนหยี) โดยวางแผนจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ในการพัฒนาทักษะด้านการตลาดออนไลน์ โดยเน้นการสร้างตัวตนของผู้ประกอบการผ่าน "Facebook Live" และการใช้เครื่องมือ AI ช่วยเขียนสคริปต์การขายและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงช่วยในการสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างช่องทางขายที่เข้มแข็ง ทั้งนี้เพื่อยกระดับการขายจากกลุ่มเพื่อนในวงจำกัด ไปสู่ตลาดในระดับกว้างผ่านการยิงโฆษณาเชิงพาณิชย์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของพื้นที่อำเภอหนองปรือในอนาคต



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22122]
5000 8
3 [22170]

กิจกรรมที่ 6(วันที่ 25-26พฤษภาคม 2569):กิจกรรมการอบรมหลักสูตร NotebookLMกับข้อเสนอโครงการ และการทำงานยุคดิจิทัล

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้รับแจ้งจากอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณ เรื่องกำหนดการจัดกิจกรรม การนำโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เพื่อ Upskill & Reskill ให้กับบุคลากรในเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการด้านอาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก) ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25 - 26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569

          ทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยทางอุทยานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยทักษิณจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นค่าที่พัก ค่าอาหารและเดินทางแบบเหมาจ่าย

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

 

          ผลการดำเนินงาน:วิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ ได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมการอบรมจำนวน 3 คน ได้แก่ คุณสไลย์ดา วันทอง และ คุณสุณิสา วันทอง โดยมี ดร.ปริมประภา บุญมีฤทธิ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ ในการอบรมครั้งที่ 1 เป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25-26 พฤษภาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยวันที่ 1 เป็นการอบรมเรื่องหลักสูตร NotebookLMกับข้อเสนอโครงการ และวันที่ 2 NotebookLMกับการทำงานยุคดิจิทัล



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22170]
5000 5
3 [22171]

กิจกรรมที่ 7(วันที่ 10 มิถุนายน 2569):การประชุมเตรียมความพร้อมยื่นขอรับรองสถานประกอบการ (สบ.1) วางแผนซ่อมแซมระบบพลังงานน้ำ และกำหนดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ), ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และ ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประชุมหารือร่วมกันในรูปแบบออนไลน์ (ดังรูปภาพที่ 10) เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานเร่งด่วนในระยะที่ 2 ของโครงการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับวิสาหกิจชุมชนให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสถานที่ผลิตอาหาร และการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ทันต่อฤดูกาลผลิตผลไม้ ที่ประชุมได้วิเคราะห์ขั้นตอนการยื่นเอกสารต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) การบริหารจัดการงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ และการกำหนดหัวข้อการอบรมเพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขลักษณะและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับสมาชิกในกลุ่มวิสาหกิจ

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อเตรียมความพร้อมของเอกสาร และแผนผังสถานประกอบการ สำหรับการยื่นขอรับใบอนุญาตสถานที่ผลิตอาหาร (สบ.1) ต่อ สสจ.กาญจนบุรี

2) เพื่อวางแผนการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ โดยประสานงานร่วมกับช่างเทคนิคในพื้นที่ เพื่อความยั่งยืนในการดูแลรักษา

3) เพื่อกำหนดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ (วันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569) โดยเน้นเรื่องการทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf life) และสุขลักษณะการผลิต

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมสรุปแนวทางการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์ ทีมวิจัยได้มติข้อสรุปดังนี้:

1) การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ:ทีมวิจัยจะเร่งเตรียมเอกสารประกอบการยื่นขอรับรองสถานที่ผลิตอาหารแบบไม่เข้าข่ายโรงงาน (แบบ สบ.1) โดยประสานงานให้คุณสไลย์ดา วันทอง จัดเตรียมข้อมูลนิติบุคคลและภาพถ่ายสถานที่ ทั้งนี้จะมีการนัดหมายเข้าพบเจ้าหน้าที่ สสจ.กาญจนบุรี แบบ Face-to-Face เพื่อนำร่างแบบแปลนขนาด 10x10 เมตร ที่มีการแบ่งโซนผลิต (Zoning) รวมถึงเอกสารหลักฐานคำขอรับรองต่างๆ ไปขอคำปรึกษาและปรับปรุงให้ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ก่อนการยื่นขอผ่านระบบออนไลน์

2) การฟื้นฟูระบบพลังงานน้ำอัจฉริยะ:กำหนดให้การซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ที่เสียหายจากสัตว์กัดแทะ เป็นงานเร่งด่วนที่ต้องใช้งบประมาณหลักในระยะนี้ โดยทีมวิจัยจะประสานงาน กับช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอำเภอหนองปรือ เพื่อให้เข้ามาประเมินราคา และซ่อมแซมแผงควบคุมและสายไฟ โดยมี ดร.วรวิทย์ เป็นผู้กำกับดูแลด้านเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะสามารถกลับมาบริหารจัดการน้ำในแปลงเกษตรได้ตามปกติ

3) การพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการอบรม:ทีมวิจัยได้กำหนดแผนการจัดอบรมในวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 โดยมีแนวคิดนำผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่มาทดสอบอายุการเก็บรักษา (Shelf life) ด้วยชุดทดสอบเชื้อแบคทีเรียเบื้องต้น (เช่น ของ 3M) เพื่อให้สมาชิกเห็นความสำคัญของความสะอาด และสุขลักษณะ (GHP) ในกระบวนการทำงานจริง นอกจากนี้จะมีการเสริมองค์ความรู้ด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และฉลากสินค้าเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การตลาดในปีถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22171]
0 4
3 [22173]

กิจกรรมที่ 8 (วันที่ 15มิถุนายน 2569):การประชุมหารือแผนปฏิบัติการไตรมาส 3 และการจัดทำแบบแปลนสถานประกอบการแสดงมาตราส่วนเพื่อเตรียมขอรับรองมาตรฐาน

          คณะผู้ดำเนินงาน: รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก (หัวหน้าโครงการ) ได้ประชุมร่วมกับ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ และ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์เพื่อหารือแนวทางการบูรณาการแผนงานสำหรับช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2569 ซึ่งประกอบด้วยการเตรียมความพร้อมในการซ่อมแซมระบบโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ (ให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ เพื่อสร้างความพร้อมก่อนการเข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐาน ในระดับจังหวัด) รวมถึงการเตรียมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่สมาชิกวิสาหกิจในพื้นที่

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อกำหนดแนวทางการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ ที่เสียหายจากสัตว์กัดแทะ ให้กลับมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

2) เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับ อ.ชายกร สินธุสัย (ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหาร) ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569

3) เพื่อปรับปรุงแบบแปลนสถานประกอบการ โดยการระบุมาตราส่วน (Scale) ให้ถูกต้องตามคำแนะนำของกรรมการ เพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน

 

          ผลการดำเนินงาน:จากการประชุมและลงปฏิบัติงานในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน ทีมวิจัยได้ข้อสรุปการดำเนินงานดังนี้:

1) การกู้คืนระบบโซล่าเซลล์:ทีมวิจัยได้ประสานงานให้ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ดำเนินการซ่อมแซมระบบโซลาร์เซลล์ที่เสียหาย เพื่อให้ทันต่อความต้องการใช้น้ำในแปลงเกษตรช่วงฤดูการผลิต

2) การจัดเตรียมกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้:ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการจัดอบรมวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569 โดยจะมีการประชุมร่วมกับทีมวิจัยโครงการในเบื้องต้นก่อน เพื่อกำหนดหัวข้อการอบรมและเตรียมวัสดุอุปกรณ์ร่วมกับทีมผู้ประกอบการ

3) การพัฒนาแบบแปลนมาตรฐาน:ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการขนาด 10 x 10 เมตร โดยมีการระบุมาตราส่วนที่ชัดเจนในแต่ละโซนผลิต (เช่น พื้นที่ส่วนเปียก ส่วนแห้ง และห้องเตรียมวัตถุดิบ เป็นต้น) ตามคำแนะนำของกรรมการ เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเข้าขอคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และยื่นขอรับรองมาตรฐานในลำดับถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22173]
3000 5
3 [22176]

กิจกรรมที่ 9 (วันที่ 15 มิถุนายน 2569):กิจกรรมการอบรมการพัฒนาระบบ AI Financial Dashboard เพื่อการบริหารรายรับ–รายจ่ายด้วย Smart Analytics สำหรับชุมชนธุรกิจด้านอาหาร

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการพัฒนาระบบ AI Financial Dashboard เพื่อการบริหารรายรับ–รายจ่ายด้วย Smart Analytics สำหรับชุมชนธุรกิจด้านอาหาร ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ AIเพื่อจัดทำ Financial Dashboard สำหรับการวิเคราะห์รายรับ–รายจ่าย ต้นทุน กำไร และกระแสเงินสด เพื่อสนับสนุนการวางแผนธุรกิจ

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร AI Financial Dashboard เพื่อเรียนรู้การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดทำ Dashboard ด้านการเงินสำหรับธุรกิจชุมชน โดยได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลรายรับ–รายจ่าย การคำนวณต้นทุนและกำไร การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard รวมถึงการใช้ AI ช่วยสรุปผล วิเคราะห์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการเห็นแนวทางในการนำข้อมูลทางการเงินมาบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการพัฒนาโมเดลธุรกิจของโครงการในปีที่ 2



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22176]
0 5
3 [22177]

กิจกรรมที่ 10 (วันที่ 16 มิถุนายน 2569):การประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategy

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategyซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจ และจัดทำแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหาร โดยใช้ข้อมูล (Data-Driven Strategy)

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วม Workshop เรื่อง “การประยุกต์ใช้ AI Business Model Builder เพื่อสร้างแผนธุรกิจชุมชนด้านอาหารด้วย Data-Driven Strategy” โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบของโมเดลธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย (Customer Segments) คุณค่าที่ส่งมอบ (Value Proposition) ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channels) ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships) กิจกรรมหลัก ทรัพยากรหลัก พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนโครงสร้างต้นทุนและแหล่งรายได้ พร้อมทั้งทดลองจัดทำร่าง Business Model และ Business Plan ของวิสาหกิจชุมชนจากข้อมูลจริงของกิจการ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การขยายช่องทางการตลาด และการตัดสินใจเชิงธุรกิจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนตามเป้าหมายของโครงการในปีที่ 2



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22177]
0 5
3 [22182]

กิจกรรมที่ 12 (วันที่ 17 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2569):การเตรียมความพร้อมและรวบรวมข้อมูล เพื่อยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1)

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) และผู้ร่วมโครงการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์, ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ และ ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ ได้ร่วมกันดำเนินการเตรียมความพร้อมด้านเอกสารและข้อมูลประกอบการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (หรือแบบ สบ.1) ให้แก่วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ เพื่อเป็นขั้นตอนเริ่มต้นในการยกระดับสถานประกอบการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรให้มีความพร้อมต่อการขอรับรองมาตรฐานในระยะถัดไป

          ในการดำเนินงานเบื้องต้น ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ ได้ประสานงานร่วมกับคุณสไลย์ดา วันทอง ผู้ประสานงานหลักของวิสาหกิจชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกรอกแบบฟอร์ม สบ.1 ได้แก่ ข้อมูลสถานที่ผลิต รายละเอียดผลิตภัณฑ์ แผนที่การเดินทาง แบบแปลนพื้นที่ส่วนผลิต รายการกระบวนการผลิต และตัวอย่างข้อมูลประกอบการยื่นคำขอ โดยได้จัดส่งแบบฟอร์ม สบ.1 ที่กรอกข้อมูลสำคัญบางส่วนให้ผู้ประกอบการตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูลให้ตรงกับสภาพการดำเนินงานจริงของวิสาหกิจชุมชน

          นอกจากนี้ ทีมงานโครงการฯ ยังได้หารือกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับประเภทของกระบวนการผลิตที่ควรระบุในเอกสาร สบ.1 ได้แก่ กระบวนการอบแห้ง การลอยแก้ว/แช่อิ่ม การทอด และการแปรรูปสมุนไพรแห้ง รวมถึงการพิจารณาตัวอย่างฉลากสินค้าและข้อมูลประกอบข้อกำหนดในแบบฟอร์ม เพื่อให้เอกสารมีความครบถ้วนและสามารถนำไปใช้ประกอบการปรึกษาสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี (สสจ.กาญจนบุรี) ได้อย่างเหมาะสม

 

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของสถานประกอบการและกระบวนการผลิต สำหรับใช้ประกอบการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน (สบ.1)

2) เพื่อจัดทำร่างเอกสาร สบ.1 และเอกสารประกอบเบื้องต้นให้สอดคล้องกับสภาพการผลิตจริงของวิสาหกิจชุมชน

3) เพื่อเตรียมความพร้อมให้วิสาหกิจชุมชนสามารถเข้าสู่กระบวนการปรึกษา สสจ.กาญจนบุรี และการยื่นผ่านระบบ E-Submission ในลำดับถัดไป

 

          ผลการดำเนินงาน:ทีมงานโครงการฯ ได้จัดทำร่างเอกสาร สบ.1 เบื้องต้น โดยมีการกรอกข้อมูลสำคัญบางส่วน เช่น แผนที่การเดินทาง แบบแปลนพื้นที่ส่วนผลิต และรายการกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน จากนั้นได้ส่งต่อให้คุณสไลย์ดา วันทอง ตรวจสอบและเพิ่มเติมข้อมูลให้ตรงกับการดำเนินงานจริงของสถานประกอบการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการได้พิจารณาแก้ไขและปรับรายละเอียดบางส่วน เพื่อให้เอกสารสะท้อนสภาพปัจจุบันของวิสาหกิจชุมชนมากที่สุด

          จากการประสานงานดังกล่าว พบว่า วิสาหกิจชุมชนมีความพร้อมในระดับหนึ่งในการรวบรวมเอกสารพื้นฐาน เช่น เอกสารของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ข้อมูลสถานประกอบการ รายละเอียดกระบวนการผลิต และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เช่น ความครบถ้วนของข้อมูลในแบบฟอร์ม การแนบตัวอย่างฉลากสินค้า การระบุประเภทกระบวนการผลิต การระบุรายการเครื่องมือเครื่องจักร พร้อมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต (กำลังแรงม้า/วัตต์) และการเปิดสิทธิ์ยื่นเอกสารผ่านระบบ E-Submission ซึ่งทีมงานโครงการฯ ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเป็นระยะ เพื่อให้สามารถจัดเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น

          ผลจากการดำเนินงานในครั้งนี้ ทำให้วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ มีชุดข้อมูลและเอกสารตั้งต้นสำหรับการยื่นคำขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารที่ไม่เข้าข่ายโรงงาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับสถานประกอบการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากการดำเนินงานในลักษณะชุมชนสู่การจัดการที่มีระบบและสามารถตรวจสอบได้มากขึ้น ทั้งยังเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนปรับปรุงพื้นที่ผลิต กระบวนการผลิต และการจัดทำเอกสารมาตรฐานในระยะถัดไป



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22182]
4000 4
3 [22180]

กิจกรรมที่ 11 (วันที่ 23 มิถุนายน 2569):การพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี

          ด้วยทีมที่ปรึกษาโครงการ BCE ของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมการพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง 5 ครั้ง โดยแบ่งเป็นกิจกรรม Onsite ระหว่าง วันที่ 25–26พฤษภาคม 2569ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี อำเภอเมือง นนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และกิจกรรม Online ในวันที่ 15–16และ 23มิถุนายน 2569โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ Upskill & Reskill บุคลากรเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีและผู้ประกอบการ (พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก)ให้สามารถใช้ AI ช่วยสรุปข้อมูลวิจัย และวางแผนความเสี่ยงในการทำข้อเสนอโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพทีมที่ปรึกษาโครงการฯ จึงได้แจ้งให้วิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ทราบเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

          วัตถุประสงค์:

1) เพื่อUpskill & Reskill ให้กับบุคลากรของวิสาหกิจชุมชน สวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ไปใช้ในด้านการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร

2) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญ และสร้างประสบการณ์ให้แก่บุคลากรของวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร

3) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการในการประยุกต์ใช้ระบบ AI-Powered Proposal เพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการด้านการพัฒนาธุรกิจชุมชน

 

          ผลการดำเนินงาน:ผู้แทนวิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ ได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาข้อเสนอโครงการด้วยระบบ AI-Powered Proposal สำหรับเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี”โดยได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลสำหรับการจัดทำข้อเสนอโครงการ การกำหนดปัญหาและความจำเป็นของโครงการ การเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ กิจกรรม ตัวชี้วัด ผลลัพธ์ และผลกระทบให้มีความสอดคล้องกัน รวมถึงการใช้ AI เพื่อช่วยปรับปรุงความสมบูรณ์ของเอกสารและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำข้อเสนอโครงการ ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นแนวทางในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการ การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ และการเข้าถึงแหล่งทุนจากภาครัฐและหน่วยงานสนับสนุนได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาธุรกิจชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน



รายงานโดย กมลวรรณ ชินวงค์ วันที่รายงาน 04/07/2569 [22180]
0 5
2 [21486]

กิจกรรมที่ 1  วันที่ 12 มกราคม 2569
:ประชุมหารือเพื่อปรับแผนงาน และงบประมาณโครงการปีที่ 2 ให้สอดคล้องกับเป้าหมาย การยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการ และระบบบริหารจัดการน้ำ

          หัวหน้าโครงการ (รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก) พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการ (ดร.ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์) ได้ร่วมกับคลินิกเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (โดย ดร วรวิทย์ ดกศลาทิพย์  ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ และเจ้าหน้าที่คลินิกเทคโนโลยี มจธ.) ได้หารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาปรับรายละเอียดกิจกรรม และงบประมาณในข้อเสนอโครงการปีที่ 2 โดยมีการปรับงบประมาณจากเดิมที่เสนอไว้ ให้คงเหลือที่จำนวน 200,900 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของวิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ผลิต เพื่อให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบจ่ายน้ำในพื้นที่วิสาหกิจชุมชน

 วัตถุประสงค์:
          1) เพื่อปรับแผนการดำเนินงานและกิจกรรมปีที่ 2 ให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ (290,000 บาท)
          2) เพื่อกำหนดแนวทางการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการ (Zoning) ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ อย. สำหรับการแปรรูปผลไม้และสมุนไพรอบแห้ง
          3) เพื่อวางแผนปรับปรุงระบบควบคุมการจ่ายน้ำอัตโนมัติ (Smart Water Management) ในจุดที่ชำรุดเสียหาย
          4) เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงานและผลกระทบสู่เครือข่ายชุมชนภายนอก (Resource Sharing) ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ

ผลการดำเนินงาน: จากการประชุมหารือร่วมกัน ทีมวิจัยได้ข้อสรุปในการปรับเปลี่ยนจุดเน้นของโครงการในปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ:
          1) การยกระดับสถานประกอบการสู่มาตรฐาน อย.: ทีมวิจัยมีความเห็นที่จะดำเนินการจัดทำร่างแบบแปลนสถานที่ผลิต (Floor Plan) ที่มีการแยกโซน (Zoning) ระหว่างการผลิตขนม/ผลไม้อบแห้ง และสมุนไพรอบแห้งให้ชัดเจน โดยจะมีการประสานงานเชิงรุกร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุพรรณบุรี เพื่อขอคำปรึกษาด้านการวางผังก่อนการปรับปรุงพื้นที่จริง เพื่อให้วิสาหกิจฯ สามารถยื่นขอรับรองมาตรฐานสถานประกอบการได้อย่างถูกต้องในอนาคต
          2) การเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำอัจฉริยะ: ในส่วนของระบบน้ำ จะมุ่งเน้นการซ่อมแซมและปรับปรุงแผงควบคุมการจ่ายน้ำ และโซลินอยด์วาล์ว (Solenoid Valve) ที่ชำรุด เพื่อให้ระบบสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในการควบคุมความชื้นและการใช้น้ำอย่างแม่นยำ
          3) การสร้างการมีส่วนร่วมและแบ่งปันทรัพยากร:ทีมงานได้วางแผนที่จะขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังเกษตรกรเครือข่ายภายนอก (เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และโรงเรียนในพื้นที่) เพื่อให้เข้ามาเรียนรู้และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือเทคโนโลยี (เช่น ตู้อบลมร้อน) ร่วมกับวิสาหกิจฯ (Resource Sharing) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง และลดปัญหาความขัดแย้งในชุมชน

          นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ปรับลดตัวชี้วัด (KPI) ด้านจำนวนเทคโนโลยีลงเหลือ 1 ระบบ (ระบบน้ำ) เพื่อเพิ่มความชัดเจนให้กับผลผลิตด้าน "แผนผังสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน" ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญสู่ความยั่งยืนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในระยะยาว



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21486]
0 6
2 [21488]

กิจกรรมที่ 3  วันที่ 31 มีนาคม 2569 
การประชุมหารือทีมงานผ่านออนไลน์ เพื่อสรุปประเด็นจากการลงพื้นที่ และจัดทำแผนการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์โครงการปีที่ 2

          คณะทำงานนำโดย รศ.ดร.ตุลา จูฑะรสก ดร ณัฐพงษ์ นุติพาณิชย์ พร้อมด้วย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์, ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ และเจ้าหน้าที่คลีนิกเทคโนโลยี มจธ.   ได้ร่วมกันประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และสรุปประเด็นปัญหาสำคัญ ที่พบจากการลงพื้นที่วิสาหกิจชุมชน ส.บุญมีฤทธิ์ เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเอาข้อมูลทางกายภาพ ทั้งขนาดพื้นที่หน้างาน 10 x 10 เมตร และสภาพความเสียหายรุนแรงของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ มาจัดสรรงบประมาณปีที่ 2 จำนวนประมาณ 200,900 บาท ให้เกิดความคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด พร้อมกันนี้ทีมวิจัยได้กำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการในการเข้าถึงแหล่งทุนกู้ยืม เพื่อการก่อสร้างสถานประกอบการให้ได้มาตรฐาน อย. และการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปชนิดใหม่ เพื่อลดปริมาณความสูญเสียของผลผลิตในห่วงโซ่คุณค่าอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์:

          1) เพื่อสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงในกิจกรรมที่ 2 เพื่อกำหนดทิศทางงานปีที่ 2
          2) เพื่อวางแผนการจัดสรรงบประมาณ สำหรับการซ่อมแซมระบบพลังงานและน้ำ ให้กลับมามีประสิทธิภาพในการทำงานเช่นเดิม
          3) เพื่อกำหนดแนวทางการสนับสนุนผู้ประกอบการ ด้านการยื่นขอรับรองมาตรฐาน อย. และการเข้าถึงแหล่งทุน

ผลการดำเนินงาน: ที่ประชุมได้มีการนำข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่จริงมาประมวลผล และจัดทำแผนการดำเนินงาน (Action Plan) โดยมีข้อสรุปที่สำคัญในการขับเคลื่อนโครงการปีที่ 2 ดังนี้:

          1) ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำ: ทีมวิจัยระบุว่าการซ่อมแซมระบบควบคุมและสายไฟโซลาร์เซลล์สูบน้ำทั้ง 3 จุด เป็นงานเร่งด่วนอันดับแรก เนื่องจากถูกสัตว์กัดแทะเสียหายจนระบบน้ำในแปลงเกษตรขัดข้อง โดยทีมงานจะดำเนินการติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะ ควบคู่ไปกับการเดินสายไฟใหม่ เพื่อให้ระบบกลับมาใช้งานได้ทันต่อความต้องการในช่วงหน้าแล้ง
          2) ด้านการยกระดับสถานประกอบการและแหล่งทุน: จากมติที่ให้ย้ายจุดก่อสร้างสถานประกอบการไปบริเวณหลังพาราโบลาโดม (พื้นที่ 10x 10 เมตร) ทีมวิจัยจะเร่งจัดทำร่างแบบแปลน และการแบ่งโซน (Zoning) ตามมาตรฐาน อย. เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปใช้เป็นเอกสารสำคัญ ในการยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร (เช่น ธกส.) หรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ สำหรับการก่อสร้างอาคารมาตรฐาน เนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด
          3) ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดการสูญเสีย: มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ "มะยงชิดสกัดเย็น" (Cold Pressed) เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตเสียเปล่าที่มีสูงถึง 6 ตัน หรือร้อยละ 10 ในปีนี้ โดยทีมงานจะเข้าไปปรับปรุงกระบวนการผลิต (Process) ให้ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะระบบการล้างและการแช่แข็ง (Freezing) ทันทีหลังบรรจุ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล นอกจากนั้นยังมีแผนในการมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากผลผลิตทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชน และแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตตลอดปีที่ 2 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งโรงงานมาตรฐานในปีกิจกรรมที่ 3 ซึ่งจะส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนสามารถขอรับรอง อย. และจัดจำหน่ายสินค้าได้อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่กลุ่มผ่านการตลอดออนไลน์ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
          4) ด้านนโยบายและเครือข่าย: เตรียมความพร้อมในการบูรณาการงานร่วมกับภาครัฐ ตามโครงการน้อมนำพระราชดำริ ซึ่งจะมีการประชุมใหญ่ในวันที่ 3 เมษายน เพื่อยกระดับวิสาหกิจฯ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอหนองปรือ



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21488]
0 6
2 [21487]

กิจกรรมที่ 2 วันที่ 26 มีนาคม 2569 
ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ก่อสร้างสถานประกอบการ ทดลองการแปรรูปน้ำมะยงชิด และตรวจสอบความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ

          คณะผู้ดำเนินงานนำโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์ คัมภีระพันธุ์ จากคลินิกเทคโนโลยี มจธ. พร้อมด้วย ดร.วรวิทย์ โกสลาทิพย์ ได้เดินทางลงพื้นที่ ณ วิสาหกิจชุมชนสวนเกษตร ส.บุญมีฤทธิ์ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เพื่อปฏิบัติงานเชิงลึกร่วมกับคุณสไลดา วันทอง และทีมงานวิสาหกิจชุมชน การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการติดตามผลการดำเนินงาน และร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหาจริง เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในปีที่ 2 โดยทีมวิจัยได้ทำการสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนจุดก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปแห่งใหม่ ในบริเวณใกล้เคียง ให้มีความเหมาะสมตามเส้นทางการผลิต (Workflow) โดยได้ดำเนินการวัดขนาดพื้นที่หน้างานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำร่างแบบแปลนสถานประกอบการให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน อย. ซึ่งนอกจากนี้ ยังได้ร่วมทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดสกัดเย็น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดปริมาณความสูญเสียของผลผลิต รวมถึงการตรวจสอบสภาพความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำ ที่ถูกสัตว์กัดแทะจนส่งผลกระทบต่อระบบการกระจายน้ำในแปลงเกษตร  เพื่อหาแนวทางซ่อมแซมและติดตั้งระบบป้องกันความเสียหายถาวรในระยะถัดไป

วัตถุประสงค์:
          1) เพื่อดำเนินการวัดขนาด และสำรวจพื้นที่หน้างานจริง สำหรับออกแบบสถานประกอบการแปรรูปให้เป็นไปตามมาตรฐาน อย.
          2) เพื่อทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดด้วยระบบสกัดเย็น (Cold Pressed) เพื่อลดการสูญเสียผลผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่ม
          3) เพื่อประเมินสภาพความเสียหายของระบบโซลาร์เซลล์ และระบบควบคุมการจ่ายน้ำ สำหรับการวางแผนซ่อมแซมในลำดับถัดไป

ผลการดำเนินงาน:จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานเชิงลึกร่วมกับผู้ประกอบการ ทีมวิจัยได้ข้อสรุปสำคัญที่เป็นแนวทางในการดำเนินงานระยะที่ 2 ของโครงการ ดังนี้:
          1) การจัดการแผนผังและโครงสร้างพื้นฐาน:ทีมวิจัยและผู้ประกอบการได้เห็นพ้องในการปรับเปลี่ยนจุดก่อสร้างสถานประกอบการแปรรูปจากแผนเดิม มาเป็นบริเวณ พื้นที่ว่างด้านหลังพาราโบลาโดม เนื่องจากมีความเหมาะสมในการจัดเส้นทางการลำเลียงวัตถุดิบ (Workflow) และการบริหารจัดการพื้นที่ได้ดีกว่าเดิม โดยจากการวัดขนาดพื้นที่หน้างานจริงพบว่ามีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 10x 10 เมตร ซึ่งทีมงานจะนำข้อมูลนี้ไปจัดทำร่างแบบแปลนการแบ่งโซน (Zoning) ให้ถูกต้องตามมาตรฐาน อย. เพื่อใช้เป็นเอกสารสำคัญในการยื่นขออนุมัติสถานประกอบการ และใช้ประกอบโครงการยื่นขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สำหรับการลงทุนก่อสร้างอาคารในลำดับถัดไป เนื่องจากงบประมาณโครงการมีจำกัด
          2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อลดความสูญเสีย (Waste Reduction): ทีมวิจัยได้ทดลองเทคนิคการแปรรูปมะยงชิดโดยใช้เครื่องสกัดน้ำผลไม้เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ "มะยงชิดในน้ำมะยงชิด" (Cold Pressed) เพื่อใช้ทดแทนการใช้น้ำเชื่อมในบรรจุภัณฑ์แบบเดิม กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการสูญเสียผลผลิตมะยงชิดที่เหลือจากการคัดเกรด ซึ่งในปีนี้พบความเสียหายจากการแปรรูปไม่ทันถึง 6 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด ผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่าช่วยยกระดับรสชาติให้มีความโดดเด่น ลดความหวานที่มากเกินไป และสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้แก่แบรนด์ โดยทีมงานได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมด้านสุขลักษณะ และการใช้ระบบน้ำสะอาด (RO) ในกระบวนการผลิตเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
          3) การประเมินและซ่อมแซมระบบพลังงาน: จากการลงสำรวจระบบโซลาร์เซลล์สูบน้ำที่ติดตั้งไว้เดิมทั้ง 3 จุด พบความเสียหายรุนแรงบริเวณแผงควบคุมและสายไฟซึ่งถูกสัตว์กัดแทะ (หนู) จนระบบไม่สามารถจ่ายน้ำเข้าสู่แปลงเกษตรได้ ทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลทางเทคนิคของแผงเดิมซึ่งเป็นระบบ 320 วัตต์ จำนวน 16 แผง (รวมกำลังผลิตประมาณ 5kW) เพื่อนำมาวางแผนการเดินสายไฟใหม่ และติดตั้งระบบป้องกันสัตว์กัดแทะให้มีความมั่นคงถาวร เพื่อให้ระบบน้ำกลับมาใช้งานได้ทันต่อความต้องการในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนของผู้ประกอบการในขณะนี้



รายงานโดย ผศ.ดร.ทัศวัลย์  คัมภีระพันธุ์ วันที่รายงาน 04/04/2569 [21487]
5200 16