2569 การให้คำปรึกษาและข้อมูลเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม   0


รายงานความก้าวหน้า

ไตรมาส ผลการดำเนินงาน งบประมาณที่ใช้ ผู้รับบริการ
2 [21251]

ลำดับที่ 11

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “ครัวยูเทิร์น By ตากับยาย” ต.สากเหล็ก จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนายสถิตย์ ชินณะ

ที่อยู่16/2 หมู่ 14 ตำบลสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ097-1745817

ผลิตภัณฑ์ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ และผัดไทยกุ้งสด

 

ปัญหาและความต้องการ

จากข้อมูลที่ได้รับ ยังไม่ได้มีการระบุปัญหาและความต้องการอย่างชัดเจนจากแบบสำรวจ อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ลักษณะธุรกิจอาหาร พบว่าผู้ประกอบการมีข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นในด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร การควบคุมคุณภาพรสชาติ การสร้างความแตกต่างของเมนู และการขยายช่องทางการตลาด

นอกจากนี้ การไม่มีข้อมูลช่องทางออนไลน์และการตลาด อาจสะท้อนถึงโอกาสในการพัฒนาการเข้าถึงลูกค้าใหม่ รวมถึงการเพิ่มยอดขายในระยะยาว

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาธุรกิจอาหาร การสร้างมาตรฐาน และการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนามาตรฐานอาหารและคุณภาพ (Food Quality & Standardization)
    แนะนำให้กำหนดสูตรมาตรฐาน (Standard Recipe) สำหรับเมนูหลัก เช่น ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ และผัดไทยกุ้งสด เพื่อให้รสชาติคงที่ในทุกครั้งที่ผลิต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
  2. ด้านสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหาร (Food Safety)
    ส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหาร เช่น GMP เบื้องต้น หรือมาตรฐานร้านอาหารสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของร้าน
  3. ด้านการสร้างเอกลักษณ์เมนู (Menu Differentiation)
    แนะนำให้พัฒนาเมนูให้มีเอกลักษณ์ เช่น การใช้สูตรโบราณหรือวัตถุดิบท้องถิ่น พร้อมสร้างจุดขาย (Unique Selling Point) เพื่อเพิ่มความโดดเด่นจากร้านอาหารทั่วไป
  4. ด้านการพัฒนาช่องทางการตลาด (Marketing Development)
    แนะนำให้เริ่มต้นสร้างช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Page หรือ Google Map เพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาร้านได้ง่าย รวมถึงการประชาสัมพันธ์เมนูและโปรโมชั่น
  5. ด้านการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ (Business Expansion)
    ในระยะยาว อาจพิจารณาพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) หรือชุดอาหาร (Meal Set) เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ เช่น การขายผ่านเดลิเวอรี หรือแพลตฟอร์มออนไลน์
  6. ด้านการบริหารต้นทุนและกำไร (Cost Management)
    แนะนำให้มีการบันทึกต้นทุนวัตถุดิบ รายรับ-รายจ่าย และกำไร เพื่อใช้วิเคราะห์และวางแผนการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการครัวยูเทิร์น By ตากับยายมีศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจอาหาร เนื่องจากมีเมนูที่เป็นที่นิยม และสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านการสร้างมาตรฐาน การตลาด และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถแข่งขันและขยายธุรกิจได้ในอนาคต

การพัฒนาระบบการผลิตอาหารให้มีมาตรฐาน และการใช้ช่องทางการตลาดออนไลน์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการสู่ธุรกิจอาหารที่มีความยั่งยืน



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21251]
6000 1
2 [21242]

ลำดับที่ 2

กลุ่ม/ชุมชนวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรกลุ่มบ้านกฤตธญา ต.วังพิณพาทย์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนางปภาดา จำเรียง

ที่อยู่48 หมู่ 2 ตำบลวังพิณพาทย์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ086-4199254

ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากฟักข้าว

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่สวยงามและขาดเอกลักษณ์ของแบรนด์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไม่สามารถสร้างความโดดเด่นและดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งการสื่อสารข้อมูลสินค้าและจุดขายยังไม่ชัดเจน ทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดคุณค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากฟักข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม ทันสมัย และสามารถสื่อสารอัตลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงข้อมูลสำคัญของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน เพื่อเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือของสินค้า นอกจากนี้ยังต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและการตลาดเข้ามาให้คำปรึกษา เพื่อสนับสนุนการขยายช่องทางการจำหน่ายและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพด้านผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และอัตลักษณ์แบรนด์ (Brand Identity)
    แนะนำให้พัฒนาโลโก้ ฉลาก และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสอดคล้องกับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์จากฟักข้าว โดยควรสื่อถึงคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณด้านสุขภาพ เช่น การใช้โทนสีที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติและสมุนไพร พร้อมทั้งออกแบบให้มีความทันสมัยและจดจำง่าย เพื่อสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปในตลาด
  2. ด้านการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ (Product Communication)
    ควรปรับปรุงฉลากสินค้าให้มีข้อมูลที่ชัดเจน เช่น คุณประโยชน์ของฟักข้าว วิธีการบริโภค ข้อมูลโภชนาการ และแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อ
  3. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด (Product Development)
    ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟักข้าวในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น น้ำมันฟักข้าว แคปซูลเสริมอาหาร หรือเครื่องดื่มสุขภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบในชุมชน
  4. ด้านมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยอาหาร
    แนะนำให้ยกระดับกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐาน เช่น GMP และการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และรองรับการขยายตลาดในอนาคต
  5. ด้านการตลาดและช่องทางการจำหน่าย
    แนะนำให้พัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ เช่น Facebook และ TikTok โดยเน้นการสร้างเนื้อหา (Content) ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรฟักข้าว และการเล่าเรื่องราวของชุมชน (Storytelling) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มการรับรู้แบรนด์ นอกจากนี้อาจขยายสู่แพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด
  6. ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม
    เนื่องจากเป็นวิสาหกิจชุมชน ควรพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายใน เช่น การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การจัดตั้งสถานที่ผลิตที่เป็นศูนย์กลาง และการวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรกลุ่มบ้านกฤตธญามีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟักข้าว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดสุขภาพ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาในด้านบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการสื่อสารการตลาด เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มให้สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน



รายงานโดย ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป วันที่รายงาน 28/03/2569 [21242]
6000 2
2 [21243]

ลำดับที่ 3

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “น.เปรม” ต.วังโตก (ต.ตลิ่งชัน) อ.บ้านถ่านลานหอย จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนายนิคม สุริยะลังกา

ที่อยู่หมู่ 5 บ้านวังโตก ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบ้านถ่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ064-8321528

ผลิตภัณฑ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด ซึ่งมีราคาสูงและต้องซื้อใหม่ในทุกฤดูกาลผลิต ส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ราคาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในตลาดมีความผันผวนและอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผลตอบแทนจากการผลิตไม่คุ้มค่ากับการลงทุน

ผู้ประกอบการมีความต้องการลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการผลิตและเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง รวมถึงการพัฒนาการบำรุงดินและบำรุงต้นข้าวโพดให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการเกษตรและการบริหารจัดการต้นทุน ดังนี้

  1. ด้านการผลิตและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ (Seed Selection and Saving)
    แนะนำให้ศึกษาการคัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดที่เหมาะสมกับพื้นที่ และสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในฤดูกาลถัดไปได้ โดยเน้นการคัดเลือกจากต้นที่ให้ผลผลิตดี แข็งแรง และทนต่อโรค เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ในระยะยาว
  2. ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน (Soil Improvement)
    ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินในระยะยาว
  3. ด้านการจัดการการผลิต (Crop Management)
    แนะนำการวางแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับฤดูกาล การจัดการน้ำ และการควบคุมศัตรูพืชโดยใช้วิธีผสมผสาน (Integrated Pest Management: IPM) เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  4. ด้านการรวมกลุ่มและการตลาด (Collective Marketing)
    แนะนำให้พิจารณาการรวมกลุ่มกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และสามารถเข้าถึงตลาดหรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐได้มากขึ้น
  5. ด้านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต (Value Addition)
    ในระยะยาว อาจพิจารณาการแปรรูปข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดความเสี่ยงจากการขายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการมีศักยภาพด้านประสบการณ์การเพาะปลูกและมีช่องทางจำหน่ายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องพัฒนาในด้านการลดต้นทุนการผลิต การจัดการทรัพยากร และการเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด

การส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงบำรุงดิน และการรวมกลุ่มเกษตรกร จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาวได้

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนด้านการเกษตร เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาอาชีพได้อย่างยั่งยืนต่อไป



รายงานโดย ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป วันที่รายงาน 28/03/2569 [21243]
6000 2
2 [21244]

ลำดับที่ 4

กลุ่ม/ชุมชนกลุ่มผู้ผลิต “ดอกอัญชันตากแห้ง” ต.ปากน้ำ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนายนิรากร เมตตา

ที่อยู่38 หมู่ 4 ตำบลปากน้ำ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ063-2412686

ผลิตภัณฑ์ดอกอัญชันตากแห้ง

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาการพึ่งพาพ่อค้าคนกลางในการรับซื้อผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ไม่สามารถกำหนดราคาขายได้เอง และมีข้อจำกัดด้านอำนาจต่อรองทางการตลาด นอกจากนี้ยังพบปัญหาโรคเชื้อราในต้นอัญชัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณผลผลิต รวมถึงปัญหาการกลายพันธุ์ของพืช และการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โดมหรือโรงเรือนสำหรับควบคุมกระบวนการผลิตและการอบแห้ง

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการแปรรูปดอกอัญชันให้มีมูลค่าเพิ่ม และลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง พร้อมทั้งต้องการยกระดับคุณภาพการผลิตให้มีความสม่ำเสมอและได้มาตรฐาน

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป และการพัฒนาตลาด ดังนี้

1.       ด้านการควบคุมคุณภาพการผลิต (Production Control)
แนะนำให้จัดทำโรงเรือนหรือโดมอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อควบคุมความชื้น ลดการปนเปื้อน และป้องกันการเกิดเชื้อราในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพของดอกอัญชันตากแห้งให้มีมาตรฐานมากขึ้น

2.       ด้านการจัดการโรคพืชและการเพาะปลูก (Crop Protection)
ส่งเสริมการใช้แนวทางเกษตรปลอดภัย เช่น การใช้ชีวภัณฑ์ในการควบคุมเชื้อรา การปรับปรุงพันธุ์และคัดเลือกต้นพันธุ์ที่แข็งแรง รวมถึงการจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคพืชและเพิ่มผลผลิต

3.       ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูป (Product Development)
แนะนำให้ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากดอกอัญชันในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น

  • ชาอัญชันแบบซอง (Tea Bag)
  • ผงอัญชันสำเร็จรูปสำหรับชงดื่ม
  • เครื่องดื่มสมุนไพรพร้อมดื่ม
    เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายกลุ่มลูกค้าในตลาดสุขภาพ

4.       ด้านบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ (Branding)
แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพสินค้า เช่น ซองฟอยล์กันความชื้น พร้อมออกแบบตราสินค้า (Logo) และฉลากที่สื่อถึงความเป็นสมุนไพรและสุขภาพ เพื่อสร้างเอกลักษณ์และเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์

5.       ด้านมาตรฐานและการจดทะเบียน
แนะนำให้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือกลุ่มผู้ผลิต เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสามารถเข้าถึงแหล่งทุนหรือโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการขอรับรองมาตรฐาน เช่น อย. หรือ GMP สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูป

6.       ด้านการตลาดและช่องทางจำหน่าย
ส่งเสริมการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook และ TikTok โดยใช้การสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับประโยชน์ของดอกอัญชัน และการเล่าเรื่องราวของแหล่งผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่ากลุ่มผู้ผลิตดอกอัญชันตากแห้งมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องพัฒนาในด้านโครงสร้างพื้นฐานการผลิต การแปรรูปสินค้า และการสร้างแบรนด์

การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการอบแห้ง การควบคุมคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับสินค้า เพิ่มมูลค่า และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเชิงเทคโนโลยีและการตลาดของกลุ่มในอนาคต



รายงานโดย ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป วันที่รายงาน 28/03/2569 [21244]
6000 2
2 [21245]

ลำดับที่ 5

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “ผักบ้านออมสิน” ต.วังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนางสาวอรวรรณ ฟักแนบ

ที่อยู่25 หมู่ 12 ตำบลวังน้ำขาว อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ091-2912478

ผลิตภัณฑ์ผักไฮโดรโปนิกส์ และผักสวนครัว

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านวัสดุปลูกที่ใช้ในระบบการผลิต โดยการใช้ถุงดำรองกล่องมีความไม่ทนทาน ทำให้เกิดการรั่วซึมและชำรุดบ่อย ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปลูก นอกจากนี้ ยังประสบปัญหาจากสภาพอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น แสงแดดจัดและฝนตก ส่งผลให้ใบผักเกิดความเสียหาย และเกิดปัญหาเชื้อราในพืช

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาโครงสร้างการผลิต โดยต้องการเปลี่ยนวัสดุปลูกเป็นระบบผ้ายางแปลงยาว และจัดทำโรงเรือนเพื่อควบคุมสภาพแวดล้อม รวมถึงต้องการองค์ความรู้ด้านการป้องกันและจัดการโรคพืช โดยเฉพาะเชื้อรา เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดความสูญเสีย

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชผัก การควบคุมสภาพแวดล้อม และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ดังนี้

  1. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต (Production System Improvement)
    แนะนำให้ปรับเปลี่ยนวัสดุปลูกจากถุงดำรองกล่องเป็นระบบผ้ายางแปลงยาว ซึ่งมีความทนทานต่อการใช้งาน ลดปัญหาการรั่วซึม และช่วยให้การจัดการน้ำและธาตุอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  2. ด้านการสร้างโรงเรือน (Greenhouse System)
    แนะนำให้จัดทำโรงเรือนหรือโครงสร้างคลุมแปลงปลูก เพื่อควบคุมแสงแดด ฝน และลดความเสี่ยงจากสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายของพืช และเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้สม่ำเสมอ
  3. ด้านการจัดการโรคพืชและเชื้อรา (Plant Disease Management)
    ส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการควบคุมความชื้น การระบายอากาศ และการใช้ชีวภัณฑ์ในการป้องกันเชื้อรา รวมถึงการตรวจสอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคในระยะเริ่มต้น
  4. ด้านการจัดการน้ำและธาตุอาหาร (Nutrient & Water Management)
    แนะนำการวางระบบน้ำและการให้ธาตุอาหารอย่างเหมาะสมกับชนิดของพืช เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ลดการสูญเสีย และเพิ่มผลผลิตต่อรอบการผลิต
  5. ด้านการเพิ่มผลผลิตและการตลาด (Productivity & Market Expansion)
    เนื่องจากมีความต้องการของตลาดสูง แต่ผลผลิตยังไม่เพียงพอ แนะนำให้เพิ่มกำลังการผลิตผ่านการพัฒนาโครงสร้างและระบบการปลูก พร้อมทั้งรักษาคุณภาพสินค้าให้สม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับลูกค้า เช่น ร้านอาหารและตลาดชุมชน
  6. ด้านการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ
    แนะนำให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือหน่วยงานส่งเสริมวิสาหกิจ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณ องค์ความรู้ และการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการผักบ้านออมสินมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งผลิตผักปลอดภัยที่มีคุณภาพ เนื่องจากมีตลาดรองรับและมีความต้องการสินค้าสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างการผลิตและการควบคุมสภาพแวดล้อม

การพัฒนาโรงเรือน การปรับปรุงวัสดุปลูก และการเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการโรคพืช จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย และสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเชิงเทคโนโลยี และเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ที่มีมาตรฐานและยั่งยืน



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21245]
6000 1
2 [21246]

ลำดับที่ 6

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “น้ำผึ้งชันโรง” ต.บ้านแก่ง อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ ไชยภักดี

ที่อยู่73/2 หมู่ 8 ตำบลบ้านแก่ง อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ094-9694191

ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง และน้ำผึ้งโพรง

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการมีข้อจำกัดในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยเฉพาะ “ชัน” ที่ได้จากการเลี้ยงชันโรง ซึ่งยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อยอด ส่งผลให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติม นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ยังขาดความโดดเด่นและไม่สามารถสื่อสารภาพลักษณ์สินค้าเพื่อสุขภาพได้อย่างชัดเจน

ในด้านการตลาด ผู้ประกอบการยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการพัฒนาช่องทางออนไลน์ ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ยังมีข้อจำกัด

ผู้ประกอบการจึงมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชันให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในด้านสุขภาพของคนและสัตว์ รวมถึงต้องการพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้า

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การพัฒนาแบรนด์ และการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด (Value-added Product Development)
    แนะนำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์จาก “ชันโรง” ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติทางชีวภาพ เช่น
  2. ยาหม่องสมุนไพร
  3. สบู่หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว
  4. สเปรย์พ่นคอ
  5. ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์
    เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างในตลาด
  6. ด้านบรรจุภัณฑ์และภาพลักษณ์สินค้า (Packaging & Branding)
    แนะนำให้ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้มีความสะอาด ปลอดภัย และทันสมัย โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดแก้วหรือขวด Food Grade พร้อมออกแบบฉลากที่สื่อถึงคุณค่าทางสุขภาพ และแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
  7. ด้านการตลาดออนไลน์ (Online Marketing)
    ส่งเสริมการสร้างช่องทางออนไลน์อย่างเป็นระบบ เช่น การจัดทำเพจ Facebook หรือบัญชี TikTok โดยเน้นการสร้างเนื้อหา (Content) ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำผึ้งชันโรง และการเล่าเรื่องราวการเลี้ยงชันโรง เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มการรับรู้แบรนด์
  8. ด้านการพัฒนาช่องทางจำหน่าย (Distribution Channel Development)
    แนะนำให้ขยายช่องทางการจำหน่ายจากการฝากขาย ไปสู่การจำหน่ายโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และ Marketplace เพื่อเพิ่มอัตรากำไรและลดการพึ่งพาช่องทางเดิม
  9. ด้านมาตรฐานและการรับรองผลิตภัณฑ์
    แนะนำให้เตรียมความพร้อมด้านมาตรฐาน เช่น การขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับผลิตภัณฑ์แปรรูป และการพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นไปตามหลักสุขลักษณะ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการน้ำผึ้งชันโรงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากมีวัตถุดิบจากการเลี้ยงเองและสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดสุขภาพในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องพัฒนาในด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการตลาดออนไลน์

การส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากชันโรง และการสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มรายได้ และสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21246]
6000 1
2 [21247]

ลำดับที่ 7

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “อ้อย” อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนายจงรักษ์ มาอยู่

ที่อยู่29 หมู่ 1 อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ063-5310213

ผลิตภัณฑ์อ้อยส่งโรงงานน้ำตาล

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตที่สูง โดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก และต้นทุนเมล็ดพันธุ์อ้อยที่มีราคาสูง ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบปัญหาโรคพืชที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตผู้ประกอบการมีความต้องการนำเทคโนโลยีหรือเครื่องมือเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการใช้ปุ๋ยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงต้องการปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพดิน เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตในระยะยาว

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการเกษตร การจัดการดิน และการลดต้นทุนการผลิต ดังนี้

  1. ด้านการวิเคราะห์ดินและการจัดการธาตุอาหาร (Soil Analysis & Nutrient Management)
    แนะนำให้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์ดินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทราบค่าธาตุอาหารและความเป็นกรด-ด่างของดิน และนำข้อมูลมาวางแผนการใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม ลดการใช้ปุ๋ยเคมีเกินความจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  2. ด้านการฟื้นฟูและปรับปรุงดิน (Soil Rehabilitation)
    ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยชีวภาพร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูกในระยะยาว
  3. ด้านการจัดการโรคพืช (Plant Disease Management)
    แนะนำการใช้ชีวภัณฑ์หรือวิธีการควบคุมโรคพืชแบบผสมผสาน (Integrated Disease Management) รวมถึงการเลือกใช้พันธุ์อ้อยที่ต้านทานโรค และการดูแลแปลงปลูกอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสียหายจากโรคพืช
  4. ด้านการจัดการพันธุ์อ้อย (Seed Cane Management)
    แนะนำให้คัดเลือกท่อนพันธุ์จากแปลงที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง และให้ผลผลิตดี เพื่อใช้เป็นพันธุ์ปลูกในฤดูกาลถัดไป ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
  5. ด้านการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Cost Reduction & Productivity)
    แนะนำให้วางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ดินและสภาพแวดล้อม เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนต่อหน่วย รวมถึงการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการมีศักยภาพในการดำเนินการผลิตอ้อย เนื่องจากมีตลาดรองรับที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิตและการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะดินและปัจจัยการผลิต

การนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ดิน การฟื้นฟูสภาพดิน และการจัดการพันธุ์พืชมาใช้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนด้านการเกษตร เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น และสามารถแข่งขันในระบบเศรษฐกิจการเกษตรได้อย่างมั่นคงในระยะยาว



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21247]
6000 1
2 [21248]

ลำดับที่ 8

กลุ่ม/ชุมชนวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรกรทุเรียนแม่เทินเหนือ ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนายกรกรกฎ ดวงจิตร

ที่อยู่8 หมู่ 8 ตำบลแม่สิน อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ082-1522202

ผลิตภัณฑ์ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด และทุเรียนเชื่อม

 

ปัญหาและความต้องการ

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนประสบปัญหาด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยังไม่มีรูปแบบที่แน่นอน เนื่องจากมีการจัดหาจากแหล่งออนไลน์ที่ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ขาดเอกลักษณ์ของแบรนด์และภาพลักษณ์สินค้า นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุนในการจัดตั้งโรงเรือนและสถานที่ผลิตส่วนกลาง ทำให้การผลิตต้องกระจายตามครัวเรือนของสมาชิก ส่งผลต่อการควบคุมมาตรฐานและคุณภาพสินค้า

กลุ่มมีความต้องการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยเฉพาะการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และการพัฒนาศักยภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการยกระดับการผลิต การสร้างแบรนด์ และการบริหารจัดการกลุ่ม ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแบรนด์ (Packaging & Branding)
    แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปแบบมาตรฐานและเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่ม โดยออกแบบโลโก้ ฉลาก และภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ทุเรียนแปรรูป เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและสร้างการจดจำแบรนด์ในตลาด
  2. ด้านการจัดตั้งสถานที่ผลิตส่วนกลาง (Centralized Production Facility)
    แนะนำให้วางแผนจัดตั้งโรงเรือนหรือสถานที่ผลิตส่วนกลางที่ได้มาตรฐาน เพื่อควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความสม่ำเสมอ และรองรับการขอรับรองมาตรฐาน เช่น GMP หรือ อย. ในอนาคต
  3. ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต (Processing Technology)
    แนะนำให้จัดหาอุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น เครื่องอบไล่น้ำมันสำหรับทุเรียนทอด เพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้า ลดปัญหาน้ำมันตกค้าง และเพิ่มความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์
  4. ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม (Group Management)
    เนื่องจากมีสมาชิกจำนวนมาก ควรกำหนดระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน เช่น การแบ่งหน้าที่ การควบคุมคุณภาพ และการวางแผนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของกลุ่ม
  5. ด้านการพัฒนามาตรฐานและการรับรอง (Standardization)
    แนะนำให้เตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐาน เช่น GMP หรือ อย. เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และสามารถเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดด้านมาตรฐานสูง
  6. ด้านการตลาดและการขยายช่องทางจำหน่าย (Market Expansion)
    ส่งเสริมการใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook และ Line ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายคู่ค้าเดิม เพื่อขยายตลาดทั้งในระดับชุมชนและระดับภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดของฝาก
  7. ด้านการเข้าถึงแหล่งทุนและการสนับสนุน
    แนะนำให้ใช้ศักยภาพของกลุ่ม เช่น จำนวนสมาชิก เครือข่ายตลาด และความพร้อมด้านวัตถุดิบ เป็นข้อมูลสนับสนุนในการยื่นขอทุนจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์การผลิต

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่เกษตรกรทุเรียนแม่เทินเหนือมีศักยภาพสูงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุเรียนแปรรูป เนื่องจากมีวัตถุดิบเพียงพอ มีความหลากหลายของสินค้า และมีเครือข่ายตลาดรองรับอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานการผลิต การควบคุมมาตรฐาน และการสร้างแบรนด์ หากได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการจัดตั้งสถานที่ผลิตส่วนกลาง จะสามารถยกระดับกลุ่มให้เป็นผู้ผลิตสินค้าทุเรียนแปรรูปที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันในตลาดได้

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุน เพื่อยกระดับกลุ่มสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ที่มีมาตรฐาน และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนในระยะยาว



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21248]
6000 1
2 [21241]

ลำดับที่ 1

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “บ้านจ่ายยิ้ม” ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ผู้ประกอบการนางสาวสุดารัตน์ สุวรรณชื่น

ที่อยู่70 หมู่ 11 ตำบลในเมือง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

เบอร์ติดต่อ088-1451471

ผลิตภัณฑ์น้ำสลัดเพื่อสุขภาพ น้ำฝรั่งสกัดเย็น

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำสลัดเพื่อสุขภาพให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น โดยยังคงคุณภาพ รสชาติ และความปลอดภัยของอาหาร รวมถึงต้องการพัฒนาการใช้วัตถุดิบจากสวนของตนเอง เช่น เลม่อน มะเขือเทศ และพริกไทย ให้สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม นอกจากนี้ ยังมีความต้องการในการควบคุมมาตรฐานกระบวนการผลิตให้มีความสม่ำเสมอ และการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ สามารถแข่งขันในตลาดอาหารเพื่อสุขภาพได้

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีการผลิตอาหารและการยกระดับผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาสูตรและอายุการเก็บรักษา (Shelf-life) แนะนำให้ปรับสูตรน้ำสลัดโดยควบคุมค่า pH ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ต่ำกว่า 4.6) เพื่อลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ พร้อมทั้งพิจารณาการใช้กระบวนการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) และการเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่ใช้สารกันเสีย
  2. ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยอาหาร แนะนำให้ดำเนินการขอรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่นมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)  การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค
  3. ด้านการควบคุมกระบวนการผลิตควรกำหนดมาตรฐานการผลิต (Standard Operating Procedure: SOP) เพื่อควบคุมรสชาติ สี กลิ่น และเนื้อสัมผัสให้คงที่ในทุกล็อตการผลิต รวมถึงการบันทึกข้อมูลการผลิตเพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ
  4. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบในสวนส่งเสริมการนำวัตถุดิบในพื้นที่ เช่น เลม่อน มะเขือเทศ และพริกไทย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น น้ำสลัดสูตรเฉพาะ (Signature Dressing)  เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ  ซอสหรือเครื่องปรุงสุขภาพ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและมูลค่าให้กับสินค้า
  5. ด้านบรรจุภัณฑ์และการสร้างแบรนด์ (Branding)แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สะท้อนอัตลักษณ์ “สดจากสวน สายสุขภาพ” โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนและรักษาคุณภาพสินค้า เช่น ขวดแก้วหรือขวดพลาสติก Food Grade พร้อมออกแบบฉลากที่ระบุข้อมูลโภชนาการ วันผลิต และวันหมดอายุอย่างชัดเจน
  6. ด้านการตลาดและช่องทางจำหน่ายส่งเสริมการใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ รวมถึงการเล่าเรื่อง (Storytelling) เกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบจากสวน เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงการตลาด

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบในท้องถิ่น โดยสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มได้ หากได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานอาหาร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานวิจัยหรือโครงการสนับสนุน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้สามารถผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐาน และขยายตลาดเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต



รายงานโดย ผศ.ดร.น้ำทิพย์ วงษ์ประทีป วันที่รายงาน 28/03/2569 [21241]
6000 2
2 [21250]

ลำดับที่ 10

กลุ่ม/ชุมชนวิสาหกิจชุมชน “บ้านหนองสนวน” ต.ห้วยร่วม อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางสุภาพ แก้วชาลี

ที่อยู่17 หมู่ 2 ตำบลห้วยร่วม อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ063-6813781

ผลิตภัณฑ์เข็มขัดกะลา สร้อยคอกะลา และพวงกุญแจจากกะลา

 

ปัญหาและความต้องการ

กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนวนเป็นกลุ่มหัตถกรรมที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 34 ปี และมีตลาดรองรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่มยังประสบปัญหาการขาดการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน

นอกจากนี้ กลุ่มยังเผชิญกับความท้าทายด้านการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น เนื่องจากขาดบุคลากรรุ่นใหม่หรือเยาวชนที่สนใจเข้ามาพัฒนาต่อยอดงานหัตถกรรม ส่งผลต่อความต่อเนื่องและศักยภาพในการขยายการผลิตในอนาคต

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ ดังนี้

  1. ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Design & Development)
    แนะนำให้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยร่วมมือกับนักออกแบบหรือสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างคอลเลกชันสินค้าที่มีความทันสมัย ผสมผสานเอกลักษณ์ของงานหัตถกรรมกะลาเข้ากับแนวโน้มของตลาดปัจจุบัน
  2. ด้านการสร้างแบรนด์และการเพิ่มมูลค่า (Branding & Value Creation)
    แนะนำให้พัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ โดยใช้การเล่าเรื่อง (Storytelling) เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและประวัติความเป็นมาของกลุ่ม เพื่อเพิ่มมูลค่าเชิงวัฒนธรรมและสร้างความแตกต่างในตลาด
  3. ด้านการพัฒนาช่องทางการตลาด (Market Development)
    ส่งเสริมการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram หรือ Marketplace เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ และลดข้อจำกัดจากการจำหน่ายเฉพาะช่องทางออฟไลน์
  4. ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Knowledge Transfer)
    แนะนำให้จัดกิจกรรมฝึกอบรมหรือเวิร์กช็อปในชุมชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านงานหัตถกรรมให้กับเยาวชนหรือผู้ที่สนใจ รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
  5. ด้านการเพิ่มกำลังการผลิต (Production Capacity)
    แนะนำให้วางแผนการผลิตและพัฒนาทักษะของสมาชิก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าวิสาหกิจชุมชนบ้านหนองสนวนมีศักยภาพสูงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรม เนื่องจากมีประสบการณ์ยาวนาน มีเอกลักษณ์เฉพาะ และมีตลาดรองรับทั้งในและต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องเร่งพัฒนาในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการสืบทอดองค์ความรู้ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการออกแบบร่วมสมัยกับภูมิปัญญาท้องถิ่น จะช่วยยกระดับผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างความยั่งยืนให้กับกลุ่มในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านการออกแบบ นวัตกรรม และการพัฒนาชุมชน เพื่อสนับสนุนการยกระดับกลุ่มสู่ตลาดสร้างสรรค์ (Creative Economy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21250]
6000 1
2 [21260]

ลำดับที่ 20

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ OTOP “ตาปา งานประดิษฐ์จากเศษไม้และวัสดุเหลือใช้” อ.เมือง จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนายสุชาติ เตียเย็น

ที่ตั้ง209 หมู่ 1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ086-8358489

ผลิตภัณฑ์ชั้นอเนกประสงค์ และกล่องอเนกประสงค์จากวัสดุเหลือใช้

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบไม้ที่ใช้ในการผลิต ทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบข้อจำกัดด้านแรงงานที่ไม่สม่ำเสมอ และทักษะแรงงานยังไม่เพียงพอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการใช้วัสดุทดแทนไม้ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมวัสดุอัดขึ้นรูปเป็นแผ่น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และเพิ่มความยั่งยืนในการผลิต

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านนวัตกรรมวัสดุ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนานวัตกรรมวัสดุ (Material Innovation Development)
    แนะนำให้พัฒนาวัสดุทดแทนไม้ในรูปแบบแผ่นอัดจากเศษไม้หรือวัสดุเหลือใช้ เช่น แผ่นไฟเบอร์บอร์ด หรือวัสดุคอมโพสิต เพื่อลดการพึ่งพาไม้ธรรมชาติ และสามารถควบคุมคุณภาพวัตถุดิบได้อย่างสม่ำเสมอ
  2. ด้านการพัฒนาทักษะแรงงาน (Skill Development)
    แนะนำให้จัดอบรมเสริมทักษะด้านงานไม้ การออกแบบ และการผลิตให้แก่สมาชิกและแรงงานในชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า
  3. ด้านการเพิ่มกำลังการผลิต (Production Management)
    แนะนำให้วางแผนการผลิตและจัดระบบแรงงานให้มีความต่อเนื่อง รวมถึงการแบ่งงานตามความเชี่ยวชาญ เพื่อลดปัญหาความไม่สม่ำเสมอของแรงงาน
  4. ด้านการสร้างแบรนด์สินค้า (Eco-branding)
    แนะนำให้พัฒนาแบรนด์สินค้าในแนวคิด “รักษ์โลก” (Eco-friendly) โดยเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างจุดขายในตลาด
  5. ด้านการขยายตลาด (Market Expansion)
    แนะนำให้ขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ เช่น Shopee และ Facebook ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับตลาดตกแต่งบ้านและตลาดของขวัญ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการตาปามีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือใช้ โดยมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจยาวนาน และมีแนวคิดที่สอดคล้องกับกระแสการรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ แรงงาน และกำลังการผลิต ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ การพัฒนานวัตกรรมวัสดุทดแทนไม้ การเสริมทักษะแรงงาน และการสร้างแบรนด์สินค้าเชิงสิ่งแวดล้อม จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มมูลค่า ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นต้นแบบธุรกิจชุมชนด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

 



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21260]
6000 1
2 [21252]

ลำดับที่ 12

กลุ่ม/ชุมชนบริษัท “บ้านไร่บ้านข้าวหอม” ต.โพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางชนิษยา ไพรวรรณ

ผู้ประสานงานนายวิรัลริสา ปานมงคล

ที่อยู่29 หมู่ 9 ตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ089-9227286 / 089-2165063

ผลิตภัณฑ์กล้วยติดหนึบบ้านไร่ข้าวหอม

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหายอดขายลดลง อันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ว่าจะมีช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ และมีฐานตลาดอยู่แล้ว

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการสร้างเครือข่ายธุรกิจ การเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดออนไลน์ และการนำเทคโนโลยี เช่น AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและเพิ่มยอดขาย

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาการตลาดดิจิทัล การขยายธุรกิจ และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  1. ด้านการตลาดดิจิทัลและการใช้ AI (Digital Marketing & AI Integration)
    แนะนำให้นำเครื่องมือ AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย การวางแผนโฆษณา และการทำ Content Marketing บน TikTok และ Facebook เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย
  2. ด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ (Business Network Expansion)
    แนะนำให้ขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ตัวแทนจำหน่าย ร้านของฝาก และช่องทาง OEM เพื่อเพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น
  3. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development)
    แนะนำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่หรือรสชาติใหม่ เช่น การเพิ่มไลน์สินค้า (Product Line Extension) เพื่อลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงชนิดเดียว และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
  4. ด้านการสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ (Branding)
    แนะนำให้พัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มีความชัดเจนและเป็นมืออาชีพ โดยเน้นจุดเด่นของสินค้า เช่น ความเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น คุณภาพวัตถุดิบ และกระบวนการผลิต เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
  5. ด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
    แนะนำให้วางแผนบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และภาวะเศรษฐกิจ เช่น การจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง และการควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าบริษัทบ้านไร่บ้านข้าวหอมมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการด้านอาหารแปรรูปที่มีความเข้มแข็ง เนื่องจากมีโครงสร้างองค์กรในรูปแบบบริษัท มีทุนจดทะเบียนชัดเจน และมีช่องทางการตลาดที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาผลิตภัณฑ์หลักเพียงชนิดเดียว และการปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจ ยังเป็นความท้าทายที่สำคัญ

การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาด การพัฒนาเครือข่ายธุรกิจ และการสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนด้านนวัตกรรมและดิจิทัล เพื่อยกระดับธุรกิจสู่การแข่งขันในตลาดยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21252]
6000 1
2 [21253]

ลำดับที่ 13

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ OTOP “น้ำพริกตำมือ” ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางนิภาวรรณ ศรีนาราง

ที่อยู่101 หมู่ 4 ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ086-9259600

ผลิตภัณฑ์น้ำพริกนรก และน้ำพริกปลาซาบะไข่เค็ม

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหายอดขายลดลง ซึ่งสะท้อนถึงข้อจำกัดด้านการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ ยังพบว่าบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันไม่สามารถยืดอายุการเก็บรักษาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและโอกาสในการขยายตลาด

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายฐานลูกค้า รวมถึงต้องการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถยืดอายุสินค้าและคงคุณภาพมาตรฐาน เพื่อรองรับการจำหน่ายในวงกว้างมากขึ้น

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และอายุการเก็บรักษา (Packaging & Shelf-life Extension)
    แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบปิดสนิท เช่น การซีลสุญญากาศ (Vacuum Packaging) หรือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติกันอากาศและความชื้น เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษา ลดการปนเปื้อน และรักษาคุณภาพของสินค้า
  2. ด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร (Food Safety Standard)
    แนะนำให้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามหลักสุขลักษณะ เช่น GMP และเตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์
  3. ด้านการพัฒนาการตลาดออนไลน์ (Online Marketing Development)
    แนะนำให้พัฒนาช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook และ Line อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการสร้างเนื้อหา (Content) เช่น วิดีโอสาธิตการรับประทาน รีวิวสินค้า หรือการไลฟ์สดขายสินค้า เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและสร้างการรับรู้แบรนด์
  4. ด้านการสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์สินค้า (Branding)
    แนะนำให้พัฒนาฉลากสินค้า โลโก้ และภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย สะอาด และสื่อถึงความเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความแตกต่างในตลาด
  5. ด้านการเพิ่มช่องทางจำหน่าย (Distribution Expansion)
    แนะนำให้ต่อยอดช่องทาง OEM ที่มีอยู่ และพิจารณาขยายสู่ Marketplace หรือแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการน้ำพริกตำมือมีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เนื่องจากมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจยาวนาน และมีผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านบรรจุภัณฑ์และการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายและการขยายตลาด

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถยืดอายุสินค้า และการเสริมกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนด้านอาหารและการตลาดดิจิทัล เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสู่การเป็นธุรกิจ OTOP ที่มีความเข้มแข็งและยั่งยืน



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21253]
6000 1
2 [21254]

ลำดับที่ 14

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ OTOP “สวนโสพี 4 ป ผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาแดดเดียว” ต.โพธิ์ไทรงาม อ.บึงนาราง จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนายโสพี ทองทุม

ผู้ประสานงานนางณัชยา ทองทุม

ที่อยู่26 หมู่ 9 ตำบลโพธิ์ไทรงาม อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ061-0955065 / 093-2482942

ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาแดดเดียว

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านการตลาด ส่งผลให้ยอดขายลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยปัจจุบันมีช่องทางจำหน่ายจำกัดอยู่ในพื้นที่ชุมชนและจุดจำหน่ายใกล้เคียง เช่น ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ยังมีข้อจำกัด

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ และการพัฒนาการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย กระตุ้นยอดขาย และสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างมากขึ้น

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาการตลาด การสร้างแบรนด์ และการขยายช่องทางจำหน่าย ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาการตลาดออนไลน์ (Online Marketing Development)
    แนะนำให้เริ่มต้นสร้างช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Page, TikTok หรือ Marketplace เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง โดยเน้นการสร้างเนื้อหา (Content) เช่น การสาธิตการปรุงอาหารจากปลาแดดเดียว หรือการรีวิวสินค้า เพื่อสร้างความน่าสนใจและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
  2. ด้านการขยายเครือข่ายธุรกิจ (Business Network Expansion)
    แนะนำให้ขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านของฝาก ร้านค้าชุมชนในพื้นที่อื่น หรือปั๊มน้ำมันในจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด
  3. ด้านการพัฒนาแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ (Branding & Packaging)
    แนะนำให้พัฒนาภาพลักษณ์แบรนด์ OTOP ให้มีความโดดเด่น โดยออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ทันสมัย และสามารถสื่อถึงคุณภาพของสินค้า พร้อมติดฉลากที่ครบถ้วน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและมูลค่าสินค้า
  4. ด้านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (Value Addition)
    แนะนำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ปลาแดดเดียวพร้อมปรุง หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สะดวกต่อการบริโภค เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างในตลาด
  5. ด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการผลิต (Production & Cost Management)
    แนะนำให้มีการวางแผนการผลิตและควบคุมต้นทุนอย่างมีระบบ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่มีความมั่นคง เพื่อรองรับการขยายตลาดในอนาคต

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการสวนโสพี 4 ป มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เนื่องจากเป็นสินค้า OTOP ที่มีตลาดพื้นฐานในชุมชนอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านช่องทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ ซึ่งส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตของธุรกิจ

การพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ การขยายเครือข่ายธุรกิจ และการสร้างภาพลักษณ์สินค้าให้มีความโดดเด่น จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจได้ในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุนด้านการตลาดและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับธุรกิจสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีศักยภาพในระดับจังหวัดและภูมิภาค



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21254]
6000 1
2 [21255]

ลำดับที่ 15

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “น้ำองุ่นสุนิตา” อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนายสน บุญยิ้ม

ผู้ประสานงานนางกรรนิกา บุญยิ้ม

ที่ตั้งอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ061-4279445

ผลิตภัณฑ์น้ำองุ่น องุ่นอบแห้ง และองุ่นกวน

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านการตลาด โดยช่องทางการจำหน่ายในปัจจุบันยังจำกัดอยู่ในงานแสดงสินค้า OTOP ส่งผลให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้ายังไม่กว้างขวาง และยอดขายยังไม่สามารถขยายตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และเพิ่มยอดขายในระยะยาว

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาการตลาดดิจิทัล การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาการตลาดออนไลน์ (Online Marketing Development)
    แนะนำให้จัดตั้งช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ เช่น Facebook Page, TikTok และ Marketplace โดยเน้นการสร้างเนื้อหา (Content Marketing) เช่น การนำเสนอขั้นตอนการผลิต รีวิวสินค้า และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์จากองุ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้และสร้างความน่าสนใจ
  2. ด้านการสร้างแบรนด์และอัตลักษณ์สินค้า (Branding & Identity)
    แนะนำให้พัฒนาแบรนด์ “น้ำองุ่นสุนิตา” ให้มีเอกลักษณ์ชัดเจน เช่น การออกแบบโลโก้ ฉลากสินค้า และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ (Storytelling) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาด
  3. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development)
    แนะนำให้ต่อยอดผลิตภัณฑ์จากองุ่น เช่น การพัฒนาเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคที่สะดวก เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  4. ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging Development)
    แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สะอาด และเหมาะสมกับการขนส่ง รวมถึงสามารถยืดอายุสินค้าได้ เพื่อรองรับการจำหน่ายในตลาดออนไลน์และการขยายตลาด
  5. ด้านการขยายช่องทางจำหน่าย (Market Expansion)
    แนะนำให้ขยายช่องทางจำหน่ายจากงาน OTOP ไปสู่ร้านของฝาก ร้านสุขภาพ หรือเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการน้ำองุ่นสุนิตามีศักยภาพสูง เนื่องจากมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 24 ปี และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านช่องทางการตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ

การพัฒนาการตลาดออนไลน์ การสร้างแบรนด์ และการยกระดับผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มยอดขาย ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่สนับสนุนด้านการตลาดดิจิทัลและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับธุรกิจสู่การเป็นสินค้า OTOP ที่มีศักยภาพในระดับจังหวัดและภูมิภาค



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21255]
6000 1
2 [21256]

ลำดับที่ 16

กลุ่ม/ชุมชนวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ OTOP “กลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด ม.5 วังกรด” ต.วังกรด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนายสระ ประทุมมาตร์

ผู้ประสานงานนางสระ ประทุมมาตร์

ที่ตั้งหมู่ 5 ตำบลวังกรด อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ และข้าว

 

ปัญหาและความต้องการ

จากข้อมูลพบว่ายังไม่มีการระบุปัญหาและความต้องการพัฒนาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม จากบริบทของการดำเนินงาน พบข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การขาดข้อมูลด้านยอดขาย ช่องทางการจำหน่าย และการตลาดที่ยังจำกัดอยู่ในระดับชุมชน ส่งผลให้การขยายตลาดและการเติบโตของธุรกิจยังไม่เต็มศักยภาพ

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนาการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการจัดการข้อมูลเชิงธุรกิจ ดังนี้

1.       ด้านการพัฒนาการตลาด (Marketing Development)
แนะนำให้จัดทำแผนการตลาดอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เกษตรกรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการพัฒนาช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เช่น Facebook Page หรือ Line เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า

2.       ด้านการสร้างแบรนด์สินค้า (Branding)
แนะนำให้พัฒนาภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ให้มีความน่าเชื่อถือ โดยเน้นจุดเด่นด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยต่อผู้ใช้ พร้อมทั้งออกแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าให้มีความชัดเจน

3.       ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development)
แนะนำให้ปรับปรุงสูตรปุ๋ยอินทรีย์ให้เหมาะสมกับพืชแต่ละประเภท และสามารถสื่อสารคุณสมบัติ เช่น การเพิ่มผลผลิต หรือการปรับปรุงดิน เพื่อสร้างความแตกต่างจากปุ๋ยเคมีในตลาด

4.       ด้านการจัดการข้อมูลธุรกิจ (Business Data Management)
แนะนำให้มีการบันทึกข้อมูลด้านยอดขาย ต้นทุน และช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาธุรกิจในอนาคต

5.       ด้านการขยายตลาด (Market Expansion)
แนะนำให้ขยายตลาดไปยังกลุ่มเกษตรกรในระดับอำเภอและจังหวัด รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐหรือเครือข่ายเกษตรกร เพื่อเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้า

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่ากลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ปั้นเม็ด ม.5 วังกรด มีศักยภาพในการพัฒนา เนื่องจากมีประสบการณ์ดำเนินงานยาวนานกว่า 23 ปี และมีสถานะเป็นทั้งวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ OTOP

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูลธุรกิจและการตลาด ซึ่งส่งผลต่อการขยายตัวของกลุ่ม

การพัฒนาด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้กลุ่มสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านการเกษตรและการพัฒนาชุมชน เพื่อยกระดับกลุ่มสู่การเป็นต้นแบบด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ในระดับพื้นที่



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21256]
6000 1
2 [21257]

ลำดับที่ 17

กลุ่ม/ชุมชนวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ OTOP “ถ่านแปรรูปชาโคลไลค์ / วิสาหกิจชุมชนคนเอาถ่านบ้านหัวดาน” อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางบุญนิศา ธนพงศ์พันธ์

ผู้ประสานงานนางสาวมนสิต ธนพงศ์พันธ์

ที่ตั้งชุมชนหัวดาน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ063-6528854 / 088-6592994

ผลิตภัณฑ์ถ่านดูดกลิ่น ถ่านอัดแท่ง และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถ่าน

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการมีศักยภาพด้านการตลาดและมียอดขายในบางผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถ่านดูดกลิ่น อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดสำคัญในด้านองค์ความรู้และนวัตกรรม โดยสมาชิกในกลุ่มยังขาดทักษะด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และความเข้าใจในกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้การพัฒนาสินค้ายังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างเต็มที่

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงต้องการเสริมศักยภาพด้านการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าในวงกว้าง

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ การเสริมทักษะสมาชิก และการยกระดับการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม (Product & Innovation Development)
    แนะนำให้ร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยหรือสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่าน เช่น ผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่นขั้นสูง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์ด้านความงาม เช่น ถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างในตลาด
  2. ด้านการพัฒนาศักยภาพสมาชิก (Capacity Building)
    แนะนำให้จัดอบรมให้ความรู้แก่สมาชิกในกลุ่มเกี่ยวกับกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) และมาตรฐานสินค้า เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างสม่ำเสมอและได้คุณภาพ
  3. ด้านการพัฒนาการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing Development)
    แม้จะมีช่องทางออนไลน์หลากหลายแล้ว แต่ควรพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การทำ Content Marketing การสร้างแบรนด์ผ่าน Storytelling และการใช้โฆษณาออนไลน์ (Ads) เพื่อเพิ่มยอดขายและการรับรู้แบรนด์
  4. ด้านการสร้างแบรนด์ (Branding)
    แนะนำให้พัฒนาแบรนด์ “ชาโคลไลค์” ให้มีอัตลักษณ์ชัดเจน โดยเน้นจุดขายด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณสมบัติของถ่าน พร้อมออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
  5. ด้านการขยายตลาดและต่อยอดธุรกิจ (Market Expansion)
    แนะนำให้ขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น กลุ่มสุขภาพ โรงแรม สปา หรือธุรกิจที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่น รวมถึงการพัฒนาสินค้าในรูปแบบ OEM/ODM เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าวิสาหกิจชุมชนคนเอาถ่านบ้านหัวดานมีศักยภาพสูงในการพัฒนา เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มียอดขายในบางรายการอยู่ในระดับที่ดี และมีช่องทางการตลาดที่ครอบคลุมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยกระดับธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับหน่วยงานวิจัย การเสริมทักษะสมาชิก และการยกระดับกลยุทธ์การตลาด จะช่วยให้กลุ่มสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายตลาด และสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจได้ในระยะยาว ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีศักยภาพในระดับประเทศ



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21257]
6000 1
2 [21258]

ลำดับที่ 18

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “กางเกงลายจระเข้พิจิตร” อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางนวลินรัตน์ พุทธวิเชียร

ผู้ประสานงานนางปภาวรินท์ พุทธวิเชียร

ที่ตั้ง34 ถนนหนุมาน ซอย 19 อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ083-9915459 / 089-7060453

ผลิตภัณฑ์กางเกงลายจระเข้ เสื้อฮาวายลายจระเข้ และชุดเซ็ตเด็ก

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการอยู่ในระยะเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าจะมีจุดเด่นด้านอัตลักษณ์สินค้า แต่ยังพบข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้า ขาดสื่อประชาสัมพันธ์ที่สะท้อนจุดเด่นของสินค้าอย่างชัดเจน และยังขาดความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อสนับสนุนการตลาด

ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการเสริมทักษะด้าน AI และการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มยอดขายและขยายตลาด

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ดังนี้

  1. ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และอัตลักษณ์สินค้า (Packaging & Identity Design)
    แนะนำให้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ “ลายจระเข้พิจิตร” โดยใช้โทนสี รูปแบบ และองค์ประกอบที่สื่อถึงความเป็นสินค้าท้องถิ่น เพื่อสร้างการจดจำและเพิ่มมูลค่าสินค้า
  2. ด้านการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ (Marketing Communication)
    แนะนำให้จัดทำป้ายสินค้า ป้ายแบรนด์ และสื่อประชาสัมพันธ์ เช่น Banner หรือ Storyboard ที่สื่อถึงที่มาของลวดลายและอัตลักษณ์ของจังหวัดพิจิตร เพื่อสร้างความโดดเด่นและความแตกต่างในตลาด
  3. ด้านการใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัล (AI & Digital Tools)
    แนะนำให้จัดอบรมการใช้ AI ในการออกแบบลวดลายผ้า การสร้างคอนเทนต์ และการทำโฆษณาออนไลน์ เช่น การสร้างภาพสินค้า การเขียนข้อความโฆษณา และการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาด
  4. ด้านการสร้างแบรนด์สินค้า (Branding)
    แนะนำให้พัฒนาแบรนด์ “กางเกงลายจระเข้พิจิตร” ให้เป็นสินค้าอัตลักษณ์ของจังหวัด โดยเน้นการเล่าเรื่อง (Storytelling) เกี่ยวกับความเป็นมาของลวดลาย เพื่อสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า
  5. ด้านการขยายตลาด (Market Expansion)
    แนะนำให้ขยายตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยว ร้านของฝาก และตลาดออนไลน์ทั่วประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อผลักดันให้เป็นสินค้า OTOP หรือของที่ระลึกประจำจังหวัด

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการกางเกงลายจระเข้พิจิตรมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น เนื่องจากมีแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน และสามารถตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวและตลาดของที่ระลึกได้

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านการสร้างแบรนด์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดปัจจุบัน

การพัฒนาด้านการออกแบบ การใช้ AI และการตลาดออนไลน์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าสินค้า และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านการออกแบบและนวัตกรรม เพื่อยกระดับสินค้าให้เป็นอัตลักษณ์จังหวัดและสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจในระยะยาว



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21258]
6000 1
2 [21259]

ลำดับที่ 19

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ OTOP “กลุ่มถักจักรสานยุพราช” อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางสำเนียง ขาวละมูล

ที่ตั้ง44 ซอย 7 อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ081-5325424

ผลิตภัณฑ์ตะกร้าเส้นพลาสติก ฝาชีขันโตก และตะกร้าที่นอนแมว

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการมีศักยภาพด้านการตลาดและมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง แต่ประสบปัญหาสำคัญด้านกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันตามออเดอร์ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเชิงเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุจากกล้วยตานี ซึ่งเกิดเชื้อราได้ง่าย และเมื่อผ่านกระบวนการเคลือบแล้วทำให้วัสดุมีความแข็ง ไม่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าต่างประเทศ ผู้ประกอบการมีความต้องการพัฒนาในด้านการเพิ่มแรงงานหรือสมาชิกในกลุ่ม การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการถนอมวัสดุเพื่อป้องกันเชื้อราโดยไม่กระทบคุณภาพ รวมถึงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาวัสดุ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  1. ด้านการเพิ่มกำลังการผลิต (Production Capacity Development)
    แนะนำให้ขยายจำนวนสมาชิกหรือแรงงานในชุมชน โดยจัดระบบการถ่ายทอดทักษะ (Skill Transfer) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ด้านการพัฒนาวัสดุและการป้องกันเชื้อรา (Material & Preservation Technology)
    แนะนำให้ร่วมมือกับหน่วยงานวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุธรรมชาติ เพื่อพัฒนาวิธีการป้องกันเชื้อรา เช่น การอบแห้งที่เหมาะสม หรือการใช้สารเคลือบจากธรรมชาติที่ไม่ทำให้วัสดุแข็งกระด้าง และยังคงคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น
  3. ด้านการพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design Development)
    แนะนำให้พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัย โดยอาจร่วมมือกับนักออกแบบหรือสถาบันการศึกษา เพื่อสร้างคอลเลกชันใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  4. ด้านการควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
    แนะนำให้กำหนดมาตรฐานการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพสินค้า เพื่อให้สินค้ามีความสม่ำเสมอ และสามารถแข่งขันในตลาดที่มีมาตรฐานสูงได้
  5. ด้านการขยายตลาด (Market Expansion)
    แนะนำให้ต่อยอดตลาดสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง รวมถึงการพัฒนาแบรนด์ให้สามารถเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเน้นจุดขายด้านงานหัตถกรรมและวัสดุธรรมชาติ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่ากลุ่มถักจักรสานยุพราชมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากมีตลาดรองรับที่ชัดเจน และมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น กลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและเทคโนโลยีวัสดุ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและความสามารถในการขยายตลาด การพัฒนาด้านการเพิ่มกำลังการผลิต การปรับปรุงวัสดุ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ จะช่วยให้กลุ่มสามารถยกระดับสินค้า เพิ่มมูลค่า และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านการออกแบบและนวัตกรรม รวมถึงหน่วยงานวิจัยด้านวัสดุ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์สู่ตลาดระดับประเทศและต่างประเทศ



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21259]
6000 1
2 [21249]

ลำดับที่ 9

กลุ่ม/ชุมชนผู้ประกอบการ “ปิ่นโต” ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.พิจิตร

ผู้ประกอบการนางมลิ เตียเย็น

ที่อยู่209 หมู่ 1 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

เบอร์ติดต่อ086-8358489

ผลิตภัณฑ์บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน ทองม้วนสด และขนมรังผึ้ง

 

ปัญหาและความต้องการ

ผู้ประกอบการประสบปัญหาด้านวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะ “มะพร้าวน้ำหอม” ซึ่งมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ และมีราคาสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและกระทบต่อกำไร นอกจากนี้ ยังไม่มีช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่มีข้อจำกัด

แม้ยังไม่ได้ระบุความต้องการพัฒนาอย่างชัดเจนจากแบบสำรวจ แต่จากการวิเคราะห์พบว่าผู้ประกอบการมีความจำเป็นในการพัฒนาด้านการจัดการวัตถุดิบ การลดต้นทุน การขยายตลาด และการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว

 

การให้คำปรึกษา และข้อมูล

การให้คำปรึกษามุ่งเน้นด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาด ดังนี้

  1. ด้านการจัดการวัตถุดิบ (Raw Material Management)
    แนะนำให้สร้างเครือข่ายจัดหาวัตถุดิบโดยตรงจากสวนมะพร้าว หรือรวมกลุ่มกับผู้ประกอบการรายอื่นในการสั่งซื้อ เพื่อให้ได้วัตถุดิบในราคาที่เหมาะสมและมีปริมาณเพียงพอ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
  2. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางเลือก (Product Diversification)
    แนะนำให้พัฒนาเมนูทางเลือกที่ใช้วัตถุดิบอื่นร่วมด้วย เพื่อลดการพึ่งพามะพร้าวเพียงอย่างเดียว เช่น ขนมจากธัญพืช หรือวัตถุดิบท้องถิ่นอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน
  3. ด้านบรรจุภัณฑ์และการยืดอายุสินค้า (Packaging & Shelf-life)
    แนะนำให้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด ปลอดภัย และสามารถยืดอายุสินค้าได้ เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์ปิดสนิท พร้อมติดฉลากที่ระบุข้อมูลสินค้า วันผลิต และวันหมดอายุ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและมูลค่าสินค้า
  4. ด้านการตลาดออนไลน์ (Online Marketing)
    แนะนำให้เริ่มต้นพัฒนาช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ เช่น Facebook Page หรือ Line Official Account (Line OA) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า และสามารถรับออร์เดอร์ล่วงหน้าได้ รวมถึงการสร้างเนื้อหา (Content) เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า
  5. ด้านการบริหารต้นทุน (Cost Management)
    ส่งเสริมให้เข้าร่วมการอบรมด้านการบริหารต้นทุน การคำนวณราคาขาย และการวิเคราะห์กำไร เพื่อให้สามารถบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สรุปผลการทำงาน

จากการให้คำปรึกษา พบว่าผู้ประกอบการปิ่นโตมีศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจ เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาด มีช่องทางจำหน่ายออฟไลน์ที่หลากหลาย และมีฐานลูกค้าประจำอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดการวัตถุดิบ การพึ่งพาวัตถุดิบหลักเพียงชนิดเดียว และการขาดช่องทางการตลาดออนไลน์

การพัฒนาในด้านการจัดหาวัตถุดิบ การเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และการขยายช่องทางการจำหน่าย จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มรายได้ ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาว

ข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปต่อยอดเชื่อมโยงกับหน่วยงานสนับสนุน เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการสู่การเป็นธุรกิจชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน



รายงานโดย นางสาวอิสราภรณ์ ใบวุฒิ วันที่รายงาน 28/03/2569 [21249]
6000 1