2568 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้สู่ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดมูลค่าสูง 0
ผล 1. จำนวนคนที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้/เทคโนโลยี 30 คน 2. จำนวนเทคโนโลยีที่ถ่ายทอด (ระบุรายละเอียดองค์ความรู้เทคโนโลยี) 3 เรื่อง 3. จำนวนวิทยากรที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้ 3 คน 4. ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการ ร้อยละ 80 5. จำนวนผู้นำความรู้/เทคโนโลยีที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ 10 คน 6. สัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น (ROI) 0.5 เท่า
ผล 1. ผลลัพธ์เชิงคุณภาพและประสิทธิภาพการแปรรูป การยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ: ได้เมล็ดโกโก้คุณภาพสูงที่เหมาะสมกับการแปรรูป โดยสามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นและยังคงคุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระ (Superfood) ไว้อย่างครบถ้วน การยกระดับมาตรฐานสินค้า: ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐานและมีการเตรียมความพร้อมจนสามารถขึ้นทะเบียน อย. ได้อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์ การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง: เกิดความร่วมมือและการทำข้อตกลงร่วมกันในการแปรรูปและอนุรักษ์โกโก้ในพื้นที่รวมอย่างน้อย 10 แปลง 2. ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและอาชีพ การเพิ่มรายได้และมูลค่าสินค้า: เปลี่ยนจากการจำหน่ายเมล็ดโกโก้ดิบ (280 บาท/กก.) เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง (500 บาท/กก.) ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้จากเดิม 280,000 บาท เป็น 500,000 บาท การสร้างงานและอาชีพใหม่: เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในชุมชนและเครือข่ายจำนวน 10 คน เกิดอาชีพใหม่ในชุมชน 2 อาชีพ ได้แก่ อาชีพด้านการแปรรูป และอาชีพการจัดหาวัตถุดิบพร้อมสร้างเครือข่าย สัดส่วนผลตอบแทน: มีสัดส่วนมูลค่าทางเศรษฐกิจ (ROI) ในปีแรกอยู่ที่ 0.5 เท่า 3. ผลลัพธ์เชิงรูปธรรม (ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ) ผลิตภัณฑ์ใหม่: ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบซูเปอร์ฟู้ดจากโกโก้ 3 ชนิด ที่ตอบโจทย์ตลาด ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ บาร์ 2. ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ ซีเรียล โฮลเกรน 3. ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ เคลือบช็อกโกแลต 4. ความพึงพอใจและผลกระทบทางสังคม ระดับความพึงพอใจ: ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในภาพรวมสูงถึง ร้อยละ 91.00 (ค่าเฉลี่ย 4.55) สิ่งแวดล้อม: มีการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้ง (Zero Waste) โดยนำกากเปลือกโกโก้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น ปุ๋ยหมัก หรือเครื่องดื่มน้ำเปลือกโกโก้
ผล (1) ผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น รายได้ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนที่ลดลง เป็นต้น โดยแสดงข้อมูลเปรียบเทียบก่อน หลังดำเนินโครงการ (ระบุที่มาของข้อมูล) พร้อมแสดงวิธีการคำนวณให้ชัดเจน การคำนวณค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจของกลุ่มโกโก้ โดยทางกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่าการขายวัตถุดิบ 100% โดยปกติราคาวัตถุดิบที่ผ่านการอบแห้งเรียบร้อยแล้วจะขายอยู่กิโลกรัมละ 250 - 280 บาท เมื่อนำมาแปรรูปโดยผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่มีราคาอาจถูกกว่าหรือแพงกว่า เมื่อนำมาคำนวณต้นทุนจะตกกิโลกรัมละ 300 บาท สามารถจำหน่ายได้ 100 กรัม 100 บาท หรือกิโลกรัมละ 1,000 บาท เท่ากับว่าราคาเพิ่มขึ้น 3.3 เท่า (ราคาจากการสอบถามผู้ประกอบการ และซื้อวัตถุดิบมาผสมในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์) 1. ราคาต้นทุนโกโก้นิปส์ผสมธัญพืชที่ผลิตเองกิโลกรัมละ 300 บาท 2. โกโก้นิปส์ 1 กิโลกรัม สามารถผสมกับเมล็ดธัญพืช 4 กิโลกรัม ได้ผลิตภัณฑ์ 5 กิโลกรัม 3. ต้นทุนผลิตภัณฑ์ 5 กิโลกรัม 1500 บาท (กิโลกรัมละ 300 บาท) 4. ค่าอบ ค่าแรง ค่าพลังงาน ค่าซอง รวม 600 บาท/10 กิโลกรัม (คิดค่าแรง 1 คน 400 บาท ค่าพลังงาน 100 บาท ค่าซอง 100 ซอง 300 บาท ผลิตได้ 10 กิโลกรัม หรือ 1 วันผลิตได้ 100 ซอง) ตกต้นทุนซองละ 6 บาท 5. ต้นทุน/ซอง ขนาด 100 กรัม = 36 บาท 6. จำหน่ายซองละ 100 กรัม ราคา 100 บาท หรือขนาด 50 กรัม 60 บาท หรือกิโลกรัมละ 1000 บาท 7. ได้กำไร 100-36 บาท = 64 บาท ถ้าขายส่งในราคา 70 บาท ได้กำไร 34 บาท/ซอง หรือ 340 บาท/กิโลกรัม ปีที่ 1 มีเมล็ดโกโก้ที่อยากแปรรูปจำหน่ายจำหน่าย 100 กิโลกรัม สามารถแปรรูปได้ผลิตภัณฑ์ 500 กิโลกรัม ได้กำไรจากการขายส่ง 500x340 = 170,000 บาท โกโก้นิปส์กิโลกรัมละ 300 บาท แปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ 5 กิโลกรัม มีมูลค่าเป็น 3500 บาท (กิโลกรัมละ 700 บาท ในราคาขายส่ง) (2) ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการลดของเสียจากกระบวนการผลิต เป็นต้น โดยแสดงข้อมูลเปรียบเทียบก่อน - หลังดำเนินโครงการ (ระบุที่มาของข้อมูล) พร้อมแสดงกระบวนการดำเนินให้ชัดเจน ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการแปรรูป เช่น การคั่ว อบ บด คลุก เป็นต้น ทำให้มีการใช้พลังงาน ใช้ไฟฟ้า / แก๊ส เพื่อให้เครื่องคั่ว เครื่องอบ เครื่องผสม ทำงาน และยังใช้วัตถุดิบอื่นๆ เข้ามาสร้างกิจกรรมในการแปรรูป ทำให้เกิดการใช้พลังงานและทรัพยากรดังนี้ 1. พลังงานไฟฟ้า 2. แก๊ส 3. น้ำ (ใช้ล้างวัตถุดิบ ทำความสะอาดเครื่องจักร 4. เกิดของเสีย ได้แก่ น้ำเสีย (ไขมัน/เศษอาหาร) เปลือกโกโก้ ฝุ่นจากการบด เศษธัญพืช 5. บรรจุภัณฑ์วัสดุ (พลาสติก / กระดาษ / อลูมิเนียม) โดยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ยังเกิดขึ้นและกระทบเชิงลบค่อนข้างต่ำ เนื่องจากผลิตน้อย และยังไม่ได้ผลิตจริง จึงอาจเตรียมการคำนวณผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไว้ล่วงหน้า เมื่อมีการผลิตจริง (3) ผลกระทบด้านสังคม เช่น สร้างความร่วมมือในชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นต้น โดยแสดงกระบวนการดำเนินให้ชัดเจน ผลกระทบด้านสังคมของการแปรรูปโกโก้นิปส์ มีความเป็นไปได้สูงว่าผู้ประกอบการจะมีการรับซื้อเมล็ดโกโก้จากชาวบ้าน หรือผลโกโก้สดจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มผู้ปลูกโกโก้ และชุมชนใกล้ๆ การแปรรูปโกโก้ทุก ๆ 100 กิโลกรัม จะมีการซื้อผลโกโก้อย่างน้อย 1 ตันทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ในเบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลขชัดเจนได้เนื่องจากอยู่ในช่วงทดลองแปรรูปและทดลองจำหน่าย และคาดว่าจะสามารถประเมินตัวเลขที่ชัดเจนขึ้นเมื่อมีการแปรรูปจำหน่ายจริงในอนาคต
รายงานความก้าวหน้า
| ไตรมาส | ผลการดำเนินงาน | งบประมาณที่ใช้ | ผู้รับบริการ |
|---|---|---|---|
| 4 [20901] |
สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ จากการดำเนินโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้สู่ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดมูลค่าสูงที่ผ่านมา คณะผู้จัดทำ ได้สรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมเพื่อวัดประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมในภาพรวม พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับ “มากที่สุด”โดยมีค่าเฉลี่ยสะสมอยู่ที่ 4.55หรือคิดเป็นร้อยละ 91.00 ซึ่งถือว่าบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดความสำเร็จที่กำหนดไว้ ในส่วนของ ด้านกระบวนการและการให้บริการ จุดที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดคือความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งในด้านสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และเอกสารประกอบการอบรม (ค่าเฉลี่ย 4.60) รวมถึงบุคลิกภาพและการให้บริการของเจ้าหน้าที่ที่เน้นความยิ้มแย้มแจ่มใสและเต็มใจช่วยเหลือ ส่งผลให้บรรยากาศการเรียนรู้เป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อพิจารณาถึง ด้านคุณภาพหลักสูตรและการนำไปใช้ พบว่าโครงการนี้มีจุดเด่นอย่างมากในเรื่องของวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ และเนื้อหาหลักสูตรที่มุ่งเน้นการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ (ค่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 4.65) ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าของโครงการเมื่อเทียบกับทรัพยากรด้านเวลาและค่าใช้จ่ายที่เสียไป อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้ตรวจพบข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นของ ช่วงเวลาและระยะเวลาในการจัดอบรม แม้ผลประเมินจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูง (ร้อยละ 88.00 - 89.00) แต่ถือเป็นจุดที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมาเมื่อเทียบกับด้านอื่นๆ ซึ่งทางคณะผู้จัดจะนำข้อข้อมูลนี้ไปพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาในครั้งต่อไป ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับตารางการทำงานของผู้เข้ารับบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการดียิ่งขึ้น *ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้น ดังนี้ 1. ค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์ 2. ค่าพาหนะเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ และคณะทำงาน 3. ค่าเบี้ยเลี้ยงในการเดอนทางของเจ้าหน้าที่ และคณะทำงาน 4. ค่าที่พักในการเดินทางไปราชการ รายงานโดย นายคฑาวุธ สว่างดี วันที่รายงาน 29/12/2568 [20901] |
17893 | 30 |
| 4 [20900] |
กิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบโดยคณะผู้วิจัย (รอบขยายเวลาการดำเนินงาน) คณะทำงานนำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ และทีมวิจัยจากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “โกโก้นิบส์” โดยมีภาพรวมกิจกรรมการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1. การทดลองและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ (สูตรปรับปรุง) ทีมวิทยากรและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากคลินิกเทคโนโลยี และศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก ได้ดำเนินกิจกรรมในห้องแปรรูปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ บาร์ 2. ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ ซีเรียล โฮลเกรน 3. โกโก้นิปส์ เคลือบช็อกโกแลต โดยการทดลองผสมผสานวัตถุดิบ ระหว่างโกโก้นิบส์และธัญพืชไทยประเภทต่างๆ โดยมุ่งเน้น การคำนวณสัดส่วนทางโภชนาการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีพลังงานเหมาะสมสำหรับเป็นอาหารทดแทนมื้ออาหาร และการทดสอบการขึ้นรูป เพื่อศึกษาคุณสมบัติการยึดเกาะของธัญพืชและโกโก้นิบส์เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์แบบแท่ง (Bar) ที่มีความคงตัว ไม่แตกหักง่าย แต่ยังคงความกรอบของวัตถุดิบ 2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแปรรูปต่ำ เพื่อรักษาปริมาณสาร ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ให้อยู่ในระดับสูงสุดตามเป้าหมายของโครงการ 3. การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่ม YSF และมีการจัดกิจกรรม “Workshop การทดสอบเบื้องต้น” ร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อ การคัดเลือกวัตถุดิบร่วมกัน นำถั่วและธัญพืชชนิดต่างๆ มาทดสอบรสชาติร่วมกับโกโก้นิบส์ เพื่อหาเอกลักษณ์รสชาติที่ผู้ประกอบการต้องการ ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า และศึกษาปริมาณฟลาโวนอยด์ ในห้องปฏิบัติการศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก
1. ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ บาร์ 1. การเตรียมและชั่งวัตถุดิบ ชั่งส่วนผสม ได้แก่ มะเขือเทศ อบแห้งหั่นเต๋า สับปะรด อบแห้งหั่นเต๋า กล้วยตาก หั่นเต๋า ถั่วทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง ลูกเดือย ข้าวไรซ์เบอร์รี่พอง งาขาว เมล็ดฟักทอง ทุเรียนกรอบ โกโก้นิบส์ 2. เตรียมน้ำเชื่อมกวนให้ละลายเข้ากัน (ละลาย CMC โดยไม่ต้องให้ความร้อน) 3. การผสมวัตถุดิบ เทส่วนผสมชีเรียลลงในน้ำเชื่อม คลุกให้เข้ากัน 4. การขึ้นรูป ชั่งน้ำหนัก 10 กรัม เทส่วนผสมลงแม่พิมพ์ (ไม่ต้องกดแน่นมาก แค่พอติดกัน) 5. นำผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นรูปแล้วไปอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นาน 90 นาที 6. การบรรจุผลิตภัณฑ์
2. ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ ซีเรียล โฮลเกรน 1. การเตรียมและชั่งวัตถุดิบ ชั่งส่วนผสม ได้แก่ โกโก้นิบส์ ข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ตเต็มเมล็ด เมล็ดฟักทอง สตรอเบอรี่อบแห้ง มะเขือเทศอบแห้ง สับปะรดอบแห้ง ลูกเกด ข้าวพองไรซ์เบอร์รี่ และดาร์กช็อกโกแลต 2. การผสมวัตถุดิบ นำวัตถุดิบทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพื่อให้ส่วนผสมกระจายตัว 3. การบรรจุผลิตภัณฑ์ ตักส่วนผสมบรรจุลงในถุงบรรจุภัณฑ์ น้ำหนักสุทธิถุงละ 50 กรัม 4. การอัดก๊าซไนโตรเจน นำผลิตภัณฑ์ที่บรรจุแล้วอัดก๊าซไนโตรเจน เพื่อช่วยลดการเกิดออกซิเดชัน รักษาคุณภาพ ความกรอบ และยืดอายุการเก็บรักษา
3. ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ เคลือบช็อกโกแลต 1. การเตรียมและชั่งวัตถุดิบ ชั่งส่วนผสม ได้แก่ โกโก้นิบส์ ข้าวโอ๊ต ข้าวโอ๊ตเต็มเมล็ด เมล็ดฟักทอง สตรอเบอรี่อบแห้ง มะเขือเทศอบแห้ง สับปะรดอบแห้ง ลูกเกด ข้าวพองไรซ์เบอร์รี่ และดาร์กช็อกโกแล 2. การผสมวัตถุดิบ นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน จากนั้นเติม (CMC) และผสมให้เข้ากันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ส่วนผสมสามารถขึ้นรูปได้ดี 3. การขึ้นรูปผลิตภัณฑ์ นำส่วนผสมที่ผสมแล้วมากดลงในพิมพ์ทรงกลม ให้ได้รูปทรงและความหนาตามต้องการ 4. การอบแห้ง นำซีเรียลบาร์เข้าอบที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อไล่ความชื้นและช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์คงรูป 5. การเคลือบช็อกโกแลต และบรรจุ ละลายดาร์กช็อกโกแลตด้วยวิธีตุ๋นหรือไมโครเวฟ จากนั้นนำมาราดบนหน้าซีเรียลบาร์ให้ทั่ว รอให้ช็อกโกแลตเซ็ต แล้วบรรจุลงในถุงบรรจุภัณฑ์ รายงานโดย นายคฑาวุธ สว่างดี วันที่รายงาน 29/12/2568 [20900] |
40000 | 2 |
| 4 [20899] |
การดำเนินกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการทดสอบผลิตภัณฑ์ หัวข้อการบรรยาย :การแปรรูปโกโก้และทดสอบความชอบของผลิตภัณฑ์ (ช่วงขยายเวลา) วิทยากร : 1. ผศ.ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ (ที่ปรึกษาอธิการบดี) 2. นายคฑาวุธ สว่างดี (เจ้าหน้าที่คลินิกเทคโนโลยี) 3. นางสาวสุวนันท์ เนื่องแนวน้อย (เจ้าหน้าที่วิจัยและพัฒนา ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม สินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก) สถานที่ : เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดชลบุรี (Young Smart Farmer: YSF) วันที่ดำเนินงาน : 4 พฤศจิกายน 2568 รายละเอียดกิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทีมวิทยากรได้ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้การแปรรูปผลิตภัณฑ์จาก Cocoa Nibsซึ่งเป็นวัตถุดิบ Superfood ที่มีมูลค่าสูง จำนวน 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ - ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ บาร์ : เน้นเทคนิคการขึ้นรูป และส่วนผสมธัญพืชและผลไม้ที่ปลูกในประเทศ - ผลิตภัณฑ์โกโก้นิปส์ ซีเรียล โฮลเกรน : การแปรรูปธัญพืชร่วมกับโกโก้นิปส์เพื่อเพิ่มใยอาหาร - โกโก้นิปส์ เคลือบช็อกโกแลต : เทคนิคการเคลือบผิวและรักษาคุณภาพสารต้านอนุมูลอิสระ ผลการทดสอบความชอบและการคัดเลือกสูตร (Sensory Evaluation) นายสุพักร์ ตั๊นวิเศษ ประธานเครือข่าย YSF จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่ม ได้ร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ - การทดสอบความชอบ: ประเมินผ่านเกณฑ์ด้านรสชาติ, เนื้อสัมผัส และกลิ่นหอม - การคัดเลือกสูตร: ดำเนินการคัดเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุด โดยพิจารณาจากความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายผู้รักสุขภาพและลูกค้าทั่วไป - สรุปเชิงเทคนิค: วิทยากรได้ให้ข้อแนะนำเพิ่มเติมด้านการยืดอายุการเก็บรักษา และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อรองรับการทำกิจกรรม Workshop ให้กับลูกค้าที่เข้ามาเรียนรู้กิจกรรมของสถานประกอบการ ในอนาคต การให้ความรู้ด้านโภชนาการและส่วนประกอบ บรรยายเพื่อให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับวัตถุดิบ เพื่อใช้เป็นจุดขาย สำหรับกลุ่มเป้าหมาย - Nutritional Value:คุณประโยชน์ของโกโก้นิปส์ในการต้านอนุมูลอิสระและความสำคัญของโฮลเกรน - Target Group:การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับ 3 กลุ่มหลัก คือ 1) ผู้รักสุขภาพ 2) ลูกค้าทั่วไป และ 3) ผู้เยี่ยมชมศึกษาดูงาน/Workshop บทสรุปการดำเนินกิจกรรม จากการดำเนินกิจกรรม พบว่าผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ชนิดมีศักยภาพสูงในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบสำหรับศูนย์เรียนรู้ (YSF) เพื่อสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร รายงานโดย นายคฑาวุธ สว่างดี วันที่รายงาน 29/12/2568 [20899] |
20000 | 6 |
| 4 [20705] |
รายงานความก้าวหน้า การส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจชุมชน (Building Community Enterprise: BCE) ประจำปี 2568 โครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้สู่ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดมูลค่าสูง การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ในไตรมาส 4 ได้ผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบ การคัดเลือกวัตถุดิบสู่การแปรรูป ศึกษากระบวนการคั่วเมล็ดโกโก้ให้ได้รสชาติที่เหมาะสม และคงสารต้านอนุมูลอิสระให้คงอยู่สูงสุด 2. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโกโก้อย่างน้อย 3 ผลิตภัณฑ์ต่อปี พร้อมสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ
กิจกรรมที่ 1 กระบวนการลงพื้นที่และการกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ กิจกรรมที่ดำเนินงานไปแล้ว ภายใต้โครงการ BCE มีผลการดำเนินงานดังนี้ ผู้รับผิดชอบโครงการนำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ และทีมงาน ลงพื้นที่เข้าพบผู้ประกอบ ณ เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดชลบุรี (YSF)ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ได้ผลการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้ 1. การชี้แจงขอบเขตด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากซูเปอร์ฟู้ด ตามโครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุน โดยได้ดำเนินการวิเคราะห์สถานประกอบการ เพื่อประเมินข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และความต้องการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมสรุปเป็นแนวทางการออกแบบพัฒนา ผลิตผลิตภัณฑ์ ทดลองวิจัย วิเคราะห์ทดสอบ และพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์สู่การผลิตเชิงพาณิชย์ 2. ได้ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ประกอบการด้านการเพาะปลูกโกโก้ การแปรรูป และการตลาด ของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการมีวัตถุดิบและสมาชิกหลายราย แต่ยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบวัตถุดิบมากกว่าการแปรรูป 3. ผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดในภาพลักษณ์ความเป็นไทย จึงได้รวมกลุ่มกันเพื่อรวบรวมสมาชิกและรวบรวมโกโก้เพื่อแปรรูปเบื้องต้นจำหน่ายเป็นวัตถุดิบให้กับผู้ประกอบการนำไปแปรรูปต่อ 4. ศึกษาผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นแนวทางในการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมนำเสนอแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากซูเปอร์ฟู้ด โดยพบว่า โกโก้มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ที่เป็นตัวหลัก และสารเหล่านี้มักสูญเสียขณะแปรรูป และกระบวนการแยกเนยโกโก้ออกไป จากการหารือระหว่าผู้รับผิดชอบโครงการ และประธานกลุ่ม นำโดย นายสุพักร์ ตั๊นวิเศษ ได้ข้อสรุปเรื่องการรักษาสภาพความสมบูรณ์ของปริมาณฟลาโวนอยด์ด้วยการแปรรูปน้อยที่สุด (Minimal Process) โดยแปรรูปผ่านการอบที่อุณหภูมิต่ำ และผสมผสานกับของดีในประเทศไทยของพืชตระกูลถั่วและธัญพืช และผลไม้ไทยแท้อบแห้งเพื่อสร้างรสชาติในรูปแบบ Morning meal หรือ โกโก้นิบส์บาร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
กิจกรรมที่ 2 การคัดเลือกวัตถุดิบการอบ การเก็บรักษาและการคั่ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ เป็นวิทยากรการถ่ายทอดความรู้ด้านการคัดเลือกวัตถุดิบการอบ การเก็บรักษา โดยอธิบายและสร้างความเข้าใจด้านการใช้เทคโนโลยีอาหารแปรรูป มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการคัดเลือก สำหรับการสังเคราะห์สารหรือนำสาระสำคัญจากซูเปอร์ฟู้ด มาเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโกโก้ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ณ เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดชลบุรี (YSF)ซึ่งการศึกษากระบวนการคั่ว ได้ผลดังนี้ การคั่วเมล็ดโกโก้ (Cocoa Roasting) เป็นขั้นตอนสำคัญในการแปรรูปเมล็ดโกโก้เพื่อทำช็อกโกแลตหรือผลิตภัณฑ์โกโก้อื่น ๆ เพราะช่วยพัฒนา รสชาติ กลิ่น และคุณภาพ ของเมล็ดโกโก้ให้เหมาะสมต่อการบริโภคและการแปรรูปต่อไป ประโยชน์ของการคั่วเมล็ดโกโก้ 1. พัฒนากลิ่นและรสชาติ ความร้อนทำให้เกิดปฏิกิริยา Maillard reaction และ Caramelization ช่วยสร้างรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะของโกโก้และช็อกโกแลต ลดกลิ่นหมักหรือกลิ่นเปรี้ยวที่ไม่พึงประสงค์ 2. ลดความชื้น ทำให้เมล็ดแห้ง เหมาะสมต่อการบดและเก็บรักษา ลดความเสี่ยงจากเชื้อราและจุลินทรีย์ 3. กำจัดจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อน ความร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจมีอยู่ในเมล็ดโกโก้ดิบ 4. ช่วยให้แยกเปลือกออกง่ายขึ้น เมล็ดที่คั่วแล้วเปลือกจะกรอบ แตกง่าย ทำให้ขั้นตอน winnowing (การแยกเปลือกออกจาก nibs) สะดวกขึ้น กระบวนการคั่วเมล็ดโกโก้ โดยทั่วไปสามารถทำได้หลายวิธี เช่น คั่วในเตาอบ, คั่วด้วยลมร้อน (hot air), คั่วแบบ drum roaster แต่หลักการคล้ายกัน คือการใช้ความร้อนควบคุมเวลาและอุณหภูมิอย่างเหมาะสม ขั้นตอนหลัก 1. คัดเลือกเมล็ด – ทำความสะอาดและเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์ 2. การคั่ว (Roasting) อุณหภูมิทั่วไป: 120–150°C ระยะเวลา: 15–45 นาที (ขึ้นอยู่กับเครื่องคั่วและผลลัพธ์ที่ต้องการ) หากต้องการรสเข้ม →คั่วนานขึ้นหรืออุณหภูมิสูงขึ้น หากต้องการรสชาติเปรี้ยวสดชื่น →ใช้อุณหภูมิต่ำและเวลาสั้นกว่า 3. การทำให้เย็น (Cooling) – หลังคั่วเสร็จต้องทำให้เย็นทันทีเพื่อหยุดการเปลี่ยนแปลงของรสชาติ 4. การแยกเปลือก (Winnowing) – เมื่อเมล็ดคั่วกรอบแล้ว นำไปบดหรือแตกเพื่อเอาเปลือกออก เหลือเฉพาะ cocoa nibs สรุป การคั่วเมล็ดโกโก้มีประโยชน์ทั้งด้าน การพัฒนารสชาติ กลิ่น การยืดอายุการเก็บ และการเตรียมเมล็ดสำหรับการแปรรูป ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะกำหนดเอกลักษณ์และคุณภาพของช็อกโกแลตในแต่ละแบรนด์
กิจกรรมที่ 3 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโกโก้ เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ และเจ้าหน้าที่วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตร และอาหารภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ได้วางแผนดำเนินการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากโกโก้ คือ ผลิตภัณฑ์โกโก้นิบส์โฮลเกรนบาร์ ซึ่งผู้ประกอบการได้เลือกพัฒนาผลิตภัณฑ์โกโก้นิบส์โฮลเกรนบาร์ (โกโกนิบส์ผสมถั่วและธัญพืชอัดแท่ง) ซึ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย คือ คนที่รักสุขภาพในวัยทำงานขึ้นไป ชูภาพลักษณ์สินค้าในความเป็น สารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฟลาโวนอยด์สูง และการนำเสนอสินค้าในรูปแบบ plant base ผ่านกระบวนการทำความ สะอาดและแปรรูปน้อยที่สุด (minimalprocess) เพื่อให้คงสภาพความเป็นวัตถุดิบ และคงคุณค่าของพืชตามธรรมชาติ ซึ่งผู้ประกอบการต้องการนำวัตถุดิบไทยๆมาทำเป็นส่วนผสม และให้พลังงานในระดับที่สามารถทดแทนมื้ออาหารได้
กิจกรรมที่ 4 ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปโกโก้ จากผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ เป็นวิทยากรการถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์โกโก้นิบส์โฮลเกรนบาร์ แก่นายสุพักร์ ตั๊นวิเศษ ประธานกลุ่ม และสมาชิก เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบขั้นตอน วิธีการแปรรูป และการปรับปริมาณสารให้ความหวาน และส่วนผสมอื่นๆ ได้ตามความชอบของกลุ่มลูกค้า การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ภายหลังจากการถ่ายทอดให้ความรู้ จะมีขั้นการทดสอบความชอบของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคทดลองผลิตภัณฑ์เพื่อประเมินความชื่นชอบ และข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงสูตรในลำดับถัดไป การจัดอบรมจัดในวันที่ 19 กันยายน 2568 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตร และอาหารภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี รายงานโดย นายคฑาวุธ สว่างดี วันที่รายงาน 30/09/2568 [20705] |
52107 | 2 |
| 3 [19591] |
ผลการดำเนินงาน โครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเมล็ดโกโก้สู่ผลิตภัณฑ์ซูเปอร์ฟู้ดมูลค่าสูง (โครงการใหม่ รอบที่ 2 ปีงบประมาณ 2568) 2. ผู้รับผิดชอบโครการ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ นำเสนอแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารซูเปอร์ฟู้ดจากโกโก้ ร่วมกับนายสุพักร์ ตั๊นวิเศษ เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดชลบุรี (YSF) 3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดือนรุ่ง เบญจมาศ สร้างความเข้าใจด้านการใช้เทคโนโลยีอาหารแปรรูป มาประยุกต์ใช้ในการสังเคราะห์สารหรือนำสารสำคัญจากซูเปอร์ฟู้ดมาเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากโกโก้ ให้กับเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ จังหวัดชลบุรี (YSF) พร้อมทั้งข้ออเสนอแนะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 4. ทดลองและเลือกกระบวนการอบและการคั่วที่เหมาะสม รายงานโดย นายคฑาวุธ สว่างดี วันที่รายงาน 05/07/2568 [19591] |
20000 | 2 |

































