การประชุมหารือแนวทาง “การขับคลื่อนจังหวัดร้อยเอ็ดสู่เมืองหลวงโคเนื้อคุณภาพสูง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน”  9

คำสำคัญ : กปว.  โคเนื้อ  สาเกตบีฟ  

เมื่อวันที่ 30มกราคม 2569เวลา 09.30 น. คณะผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อประชุมหารือแนวทาง “การขับคลื่อนจังหวัดร้อยเอ็ดสู่เมืองหลวงโคเนื้อคุณภาพสูง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” ณ ห้องประชุม Smart Room ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยผู้เข้าร่วมประชุมหารือฯ ประกอบด้วย

จังหวัดร้อยเอ็ด
1. นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์       ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
2. นางสาวปราณี วงศ์บุตร          รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
3.นายสมเกียรติ ชัยคณารักษ์กุล  ประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคีร้อยเอ็ด (วิสาหกิจเพื่อสังคม)
4.นายปองคุณ ประสารีบุตร       หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ / สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด
5.นายสว่าง สุขแสง                 ประธานเครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลา

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
6. นายวิทยา สุวรรณสุข             หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการเครือข่าย อว. ระดับภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
                                               กองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กปว.)
                                               สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)
7.นายชุมพล เยาวภา                 นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ / กปว.สป.อว.     
8.นายธวัชชัย บุญอนันต์            นักจัดการงานทั่วไป / กปว.สป.อว
9. นายนิคม กันยานะ                นักวิชาการ / สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
10.นางสาวสุรดา งามคุณาพงศ์   นักวิชาการ / สวทช.
11.ผศ.ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ ผู้รักษาการแทนผู้อำนวยการเทคโนธานี / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.)
12.ผศ.ดร.ศิริลักษณ์ ชุมเขียว     ผู้ช่วยผู้อำนวยการเทคโนธานี ฝ่ายบริการวิชาการและพันธกิจสัมพันธ์กับสังคม / มทส.
13. นางสาวลำดวน ศรีมาน        หัวหน้าหน่วยปรับแปลงเทคโนโลยีเพื่อสังคม เทคโนธานี / มทส.
14.นางสาวณัฐนิตย์ ป่วนปาน     เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป เทคโนธานี / มทส.
15.ดร.รัฐกร มีรัตนไพร            ผู้จัดการโรงเชือด / มทส.
16.ผศ.น.สพ.ดร.มนกานต์ อินทรกำแหง ประธานหลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต / มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)
17. ผศ.ปรีชา ศรีประภาคาร       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ / มมส.
18.นายยุทธพันธ์ คำวัน            รองผู้อำนวยการคลินิกเทคโนโลยี / มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
19.นายก้องเกียรติ สุขเกษม       อาจารย์ / มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
20.นายสุบรรณ์ ทุมมา             ผู้ช่วยอธิการบดีประจำวิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
21. ดร.พุทธิพงษ์ หงษ์ทอง       ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต (นวัตกรรมข้าว) / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

          นายชุมพล เยาวภา (สป.อว.) ได้กล่าวถึงที่มาของการประชุมหารือครั้งนี้ โดยสืบเนื่องมาจากคณะผู้แทน อว. ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อประชุมหารือแนวทาง “การยกระดับข้าวหอมมะลิ จังหวัดร้อยเอ็ด ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ สู่เกษตรมูลค่าสูงด้วย อววน.” เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568  ณ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยการประชุมหารือดังกล่าว นอกจากเป็นการหารือเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน/โครงการเพื่อยกระดับข้าวหอมมะลิจังหวัดร้อยเอ็ดในเขตทุ่งกุลาร้องไห้สู่เกษตรมูลค่าสูงด้วย อววน. แล้ว ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ขอให้ อว. เข้ามาพัฒนาโคเนื้อ สาเกตบีฟ จากผลิตภัณฑ์แบรนด์ Local สู่ Globalอีกทั้ง การประชุมหารือในครั้งนี้ยังเป็นการต่อยอดและขยายผลความสำเร็จ “การใช้ วทน. ยกระดับศักยภาพภาคปศุสัตว์ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ สร้างอาชีพปศุสัตว์ให้มีความยั่งยืนและแข่งขันได้ในตลาดโลก” ซึ่ง อว. โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้แถลงข่าวความสำเร็จดังกล่าว ไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

          นอกจากนี้ นายชุมพลฯ ยังได้นำเสนอผลการดำเนินงาน การพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ ของหน่วยงาน อว. ที่ผ่านมา ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ที่ได้รับงบจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อดำเนินโครงการ หมู่บ้านนวัตกรรมเซียนวัว ในพื้นที่ อ.ปทุมรัตน์ (2567) และ อ.เกษตรวิสัย (2568) และโครงการโคเนื้อทุ่งกุลา เนื้อโคคุณภาพพรีเมี่ยม และผลิตภัณฑ์เนื้อโคแปรรูปมูลค่าสูงในพื้นที่ อ.ปทุมรัตน์ (2568) นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ได้รับงบจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เพื่อดำเนินโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสูตรอาหารข้นและอาหารผสมครบส่วนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตโคเนื้อและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในปี 2567 และโครงการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ ฐานรากให้กลุ่มครัวเรือนผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในปี 2568

          นายนิคม กันยานะ (สวทช.) ได้นำเสนอผลการดำเนินงานพัฒนาโคเนื้อของ สวทช. ในพื้นที่ทุ่งกุลา 5 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยแนวทาง การพัฒนาโคลูกผสมเข้าสู่ตลาดพรีเมี่ยม Upskill/Reskill นักผสมเทียมอาสา ลดต้นทุนอาหาร มาตรฐานฟาร์ม และการแปรรูปเพิ่มมูลค่า โดยในปี 2568 สามารถสร้างนวัตกรนักผสมเทียม 24 คน แปลงท่อนพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ 20 ไร่ ฟาร์มมาตรฐาน GFM 5 ฟาร์ม เกษตรกรผลิตอาหารหมัก 12 คน และผสมเทียมโคเนื้อ 430 ตัว ตั้งท้อง 258 ตัว

          โดยในส่วนแผนการดำเนินงานพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟในอนาคต ผศ.ดร.พันทิพย์ ปิยะทัศนานนท์ (มทส.) ได้กล่าวถึงโครงการยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มโควากิวพรีเมี่ยม ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดยโครงการมีเป้าหมาย ยกระดับการผลิตเนื้อโคอีสานวากิวคุณภาพสูงให้ได้มาตรฐานระดับสากล ภายในระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมลุม 7 แผนงานหลัก ตั้งแต่การเพิ่มปริมริาณโคต้นน้ำ การพัฒนาโควากิวฟูลบลัด การผลิตน้ำเชื้อวากิว การวิจัวิยสูตรอาหารต้นทุนต่ำ การพัฒนาเครือข่ายฟาร์มขุน โรงชำแหละที่ได้มาตรฐานส่งออก และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศการผลิตที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และตอบโจทย์ตลาดพรีเมี่ยมในประเทศและต่างประเทศ  ผลผลิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้แก่ การผลิตโคอีสานวากิว 159,100 ตัว และโควากิวฟูลบลัด 900 ตัว การผลิตน้ำเชื้อวากิวแช่แข็ง 600,000 โด๊ส เพื่อรองรับการขยายพันธุ์ การยกระดับเครือรืข่าย ≥ 150 วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกร ≥ 2,000 คน โรงแปรรูปเนื้อวากิวมาตรฐาน GMP-Halal พร้อมการขอรับรองมาตรฐานส่งออก (EST) ผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจที่คาดหวังภายใน 5 ปี ได้แก่ ลดการนำเข้าเนื้อโคพรีเรีมี่ยม ≥ 1,000 ล้านบาท มูลค่าการส่งออกเนื้ออีสานวากิว ≥ 7,500 ล้านบาท สร้างรายได้เฉลี่ยให้เกษตรกร ≥ 500,000 บาท/ครัวเรือน/ปี

          ผศ.น.สพ.ดร.มนกานต์ อินทรกำแหง (มมส.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้านนวัตกรรมเซียนวัว ที่มุ่งเน้นกระบวนการบริหารจัดการฟาร์มและฐานข้อมูลน้ำเชื้อพันธุ์โคเนื้อ รวมถึงสร้างเครือข่ายและพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของตลาดด้วยเซียนวัวแพลตฟอร์ม และโครงการโคเนื้อทุ่งกุลา เนื้อโคคุณภาพพรีเมี่ยม และผลิตภัณฑ์เนื้อโคแปรรูปมูลค่าสูงมุ่งเน้นการพัฒนาเนื้อโคคุณภาพพรีเมี่ยม ด้วยเทคนิคการบ่มซากเพื่อเพิ่มความนุ่มของเนื้อให้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของแบรนด์กุลาบีฟ สร้างจุดขายจากการผลิตในพื้นที่ทุ่งกุลา รวมถึงการตัดแต่งซากตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแผนการพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่การขยายการผลิตแม่พันธุ์โคเนื้อคุณภาพสูง การสร้างคอกกลาง อาหาร TMR และการจัดการฟาร์ม กลางทาง ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (โรงเชือด โรงบ่มซาก และระบบกำจัดของเสีย) และการแปรรูปผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ปลายทาง ได้แก่ การขยายตลาดเต็มรูปแบบ โลจิสติกส์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับ

          นายสว่าง สุขแสง ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาอัตลักษณ์โคเนื้อสาเกตบีฟ ด้วยการสร้าง story telling และการสร้างแบรนด์ รวมถึงการพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายที่เข้มแข็ง โดยเป็นการรวมกลุ่มของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่ธุรกิจเดียวกัน (เช่น นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ เกษตรกร นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน) ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน หรืออุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อสร้างความร่วมมือ พัฒนา เพิ่มขีดความสามารถ และแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นศูนย์กลางโคเนื้อของภาคอีสาน โดยมีโอกาสหรือปัจจัยสนับสนุน เช่น การขยายสนามบิน รวมถึงมีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใหม่ผ่าน เพื่อยกระดับการขนส่งและคมนาคมในภาคอีสาน

          นายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด รับทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงแผนงาน/โครงการ หรือแนวทางการพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟในอนาคตของหน่วยงาน อว. ซึ่งนายชัชวาลย์ฯ ได้กล่าวถึงการพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ โดยแบ่งเป็น 5 ด้านประกอบด้วย การพัฒนาสายพันธุ์โคเนื้อให้มีคุณภาพสูง การพัฒนาโรงเชือดให้ได้มาตรฐาน การพัฒนาโรงบ่มซากเพื่อเพิ่มความนุ่มของเนื้อให้เป็นอัตลักษณ์ การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าโดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการตลาด โดยขอให้ อว. ช่วยทำ Master Plan การพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ เพื่อใช้ในประกอบการชี้แจงงบประมาณโครงการเพิ่มประสิทธิภาพโคเนื้อสาเกตบีฟ ปี 2570จำนวน 12 ล้านบาท รวมถึงชี้ให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาโคเนื้อสาเกตบีฟ ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าว่าสามารถช่วยพัฒนากลุ่มโคเนื้อสาเกตบีฟ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนได้อย่างไร
 


เขียนโดย : นายชุมพล  เยาวภา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : chumpon@mhesi.go.th