เทคโนโลยีพร้อมถ่ายทอด
กลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดตำบลบ้านผือ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินกิจกรรมมาเป็นระยะเวลา 4 ปี แล้ว สืบเนื่องจากการต้องออกจากโรงงานเนื่องจากเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) เมื่อปีที่ 1 ส่งผลให้ได้รวมตัวกันกับสมาชิกที่มีอยู่เดิมจัดตั้งวิสาหกิจด้านเกษตรผสมผสานและการเลี้ยงจิ้งหรีด ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ที่เป็นอาหารแห่งอนาคต ซึ่งสมาชิกคาดหวังว่าจะช่วยพลิกฟื้นชีวิตขึ้นมาต่อสู้และดำรงชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง โดยคาดหวังว่าจะนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในเมืองหลวงมาประยุกต์ใช้การขายการจัดจำหน่ายและการหาข้อมูลในการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจของชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดเพิ่มมากว่า 30 คน
จากการลงพื้นที่เพื่อสำรวจกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อศึกษากระบวนการเลี้ยงตั้งแต่การสร้างบ่อ การฟักไข่ การรองไข่ การลงบ่อ การจับจิ้งหรีด การคัดแยก การบรรจุภัณฑ์ และการจัดจำหน่าย และศึกษาสภาพปัญหาการเลี้ยงแบบครบวงจรของชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย พบว่า กลุ่มสมาชิกในพื้นที่ ต้องการพัฒนาระบบการเลี้ยง และการทำแห้งแผงไข่ โดยหัวใจหลักต้องการที่จะเพิ่มอัตราการรอดตายของจิ้งหรีดภายในบ่อให้มากขึ้นเนื่อง่จากการเลี้ยงทุกวันนี้จิ้งหรีดตายเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากและต้นทุนกำไรก็อยู่ใน 50 เปอร์เซ็นต์ นี้ ซึ่งสาเหตุการตายเกิดจากการมีเชื้อตัวหนอนที่แทรกตัวอยู่ตามแผงไข่และเมื่อระยะเวลาผ่านไปในบ่อเกิดการฟักเป็นตัวหนอนออกมากัดกินจิ้งหรีด ฉะนั้นถ้าเกษตรสามารถกำจัดเชื้อตัวหนอนออกจาแผงไข่ได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการเพิ่มกำลังการผลิตให้กับกลุ่มสมาชิกผู้เลี้ยงจิ้งหรีดตำบลบ้านผือ ซึ่งจากการสัมภาษณ์กลุ่มเกษตรกรพบว่า เชื้อตัวหนอนเกิดจากการตากแผงไข่ไม่แห้ง เชื้อตัวหนอนไม่ตาย ส่งผลให้เมื่อมีการนำแผงไข่ไปเรียงไว้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดส่งผลให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะในการเจริญเติบโตของหนอน ซึ่งหนอนจะใช้ระยะเวลาฟักตัว 20 วัน นับจากวันที่เรียงแผงไข่ ซึ่งเป็นวันที่เหมาะกับจิ้งหรีดกำลังเจริญเติบโตพอดี และหลังจากฟักตัวเสร็จ อีก 20 วันที่เหลือก่อนที่เกษตรกรจะจับจิ้งหรีด ซึ่งในแต่ละรอบใช้เวลาเลี้ยง 40-45 วัน ก็จะเป็นช่วงเวลาที่หนอนพร้อมที่จะกัดกินจิ้งหรีดในบ่อ ส่งผลให้จิ้งหรีดตายรวมกันที่ก้นบ่อเป็นครึ่งต่อครึ่งในแต่ละรอบของการจับจิ้งหรีด